
ตั้งกองทุนฯ ระดมเงิน วางโครงข่ายทุกตำบล
โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ ประธานคณะกรรมการธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์) โครงข่ายใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ออฟติก) ให้สามารถเข้าถึงได้ทุกครัวเรือนของประเทศไทย โดยเพื่อความคล่องตัวภาครัฐไม่ควรเข้ามาดำเนินการ หากจะทำได้ดีควรนำโครงข่ายฯ เดิมที่มีอยู่นำมาเป็นกองทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์) เพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
โกศล เพ็ชร์สุวรรณ์ ประธานคณะกรรมการธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์) โครงข่ายใยแก้วนำแสง (ไฟเบอร์ออฟติก) ให้สามารถเข้าถึงได้ทุกครัวเรือนของประเทศไทย โดยเพื่อความคล่องตัวภาครัฐไม่ควรเข้ามาดำเนินการ หากจะทำได้ดีควรนำโครงข่ายฯ เดิมที่มีอยู่นำมาเป็นกองทุนระบบโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์) เพื่อระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
สำหรับกองทุนฯ มีวัตถุประสงค์หลักนำมาลดต้นทุนด้านค่าดำเนินการต่างๆ ของประเทศ ที่ไม่มุ่งผลเชิงกำไรมากนัก แต่จะมีการปันผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนแบบพอเหมาะ ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับการลงทุนด้านประตูเชื่อมต่อข้อมูลดิจิทัลระหว่างประเทศ หรือ "ดิจิทัล เกตเวย์" ทั้งระบบโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกบนภาคพื้นดินและใต้น้ำในรูปแบบ "ดิจิทัล อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์" เพื่อเชื่อมต่อโครงข่ายกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน
"เมื่อโครงข่ายเชื่อมต่อกันได้เต็มที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยน่าสนใจลงทุน เป็นตัวดึงดูดนักลงทุนบริษัทข้ามชาติให้เข้ามาในไทย" โกศล กล่าว
สำหรับโมเดลทั้งสองกองทุนนี้จะต้องจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแล เพื่อผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการวางโครงข่ายพื้นฐานให้ครอบคลุมในทุกตำบลของประเทศได้ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันมีรายงานจาก กสทช.ระบุว่า มีผู้ให้บริการโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกที่ได้รับใบอนุญาตจำนวน 30 ราย และดำเนินวางโครงข่ายฯ แล้ว 16 ราย คิดเป็นขนาด 5 แสนตารางกิโลเมตร แต่ใช้งานเพียง 10% ของการใช้งานจริง
ในส่วนภาครัฐควรมีนโยบายที่ชัดเจนในการรวบรวมโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติกที่มีอยู่ของผู้ให้บริการทั้งรัฐและเอกชนมาใช้เป็นโครงข่ายหลักร่วมกัน เพื่อทำให้ค่าบริการโทรคมนาคมไม่สูงนัก







