
ไทยเล็งลดนำเข้าเหล็กญี่ปุ่น-ดันใช้ของในประเทศ
จ่อเจรจาลดโควตาเหล็กเจเทปากับญี่ปุ่น ให้สอดคล้องกับการใช้จริง หวังดันใช้เหล็กในประเทศเพิ่ม
จ่อเจรจาลดโควตาเหล็กเจเทปากับญี่ปุ่น ให้สอดคล้องกับการใช้จริง หวังดันใช้เหล็กในประเทศเพิ่ม
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยถึงการหารือความร่วมมืออุตสาหกรรมเหล็กไทย-ญี่ปุ่น ตามข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (เจเทปา) ซึ่งในส่วนของโควตานำเข้าเหล็กรีดร้อนจากญี่ปุ่นปี 2558 นั้น ได้หารือใน 2 ประเด็น คือ ปริมาณโควตาที่ไทยจะนำเข้าเหล็กจากญี่ปุ่น ซึ่งไทยจะพยายามลดปริมาณนำเข้าเหล็กให้มากที่สุด เพื่อส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยจะหารือเพื่อสรุปปริมาณโควตานำเข้าอีกครั้งในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ ที่กรุงเทพฯ
ขณะที่โครงการความร่วมมือด้านวิชาการ ฝ่ายไทยต้องการพัฒนาศูนย์ทดสอบของสถาบันเหล็กฯ เพื่อยกระดับให้เป็นศูนย์ทดสอบของอาเซียน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล็ก และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้อุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
“สศอ.อยู่ระหว่างหารือปรับลดโควตานำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนจากญี่ปุ่น ให้นำเข้าตามปริมาณการใช้จริง เนื่องจากปีที่ผ่านมาไทยนำเข้าเหล็กจากญี่ปุ่นสูงมาก เพราะคาดว่าจะผลิตรถยนต์ได้ 2.5-2.6 ล้านคัน แต่ผลิตจริงได้ 2.4 ล้านคัน ทำให้มีปริมาณเหล็กส่วนเกินค้างในปี 2557 จำนวนหนึ่ง” นายอุดม กล่าว
ทั้งนี้ ภายใต้ความตกลงเจเทปาที่เริ่มตั้งแต่ปี 2550 -2557 ไทยยกเว้นภาษีนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนจากญี่ปุ่น แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ เหล็กแผ่นรีดร้อนกัดกรดเคลือบน้ำมัน (คิว 9) ประมาณปีละ 4.4-5.3 แสนตัน เหล็กแผ่นรีดร้อนหน้ากว้างสำหรับนำไปรีดเย็นต่อ ที่มีส่วนผสมของคาร์บอนน้อยกว่า 0.01% (คิว 10) ประมาณปีละ 1.7-3.5 แสนตัน และเหล็กแผ่นรีดร้อนหน้ากว้างสำหรับนำไปรีดเย็นต่อ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีส่วนผสมของคาร์บอน 0.01-0.1 % (คิว 11) ประมาณปีละ 3-4 แสนตัน ซึ่งปริมาณโควตานำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อน คิดเป็นประมาณ 50-80% ของการนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนทั้งหมดจากญี่ปุ่น
สำหรับความต้องการใช้เหล็กในไทย ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต เช่น ยานยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ก่อสร้าง โดยปี 2558 คาดว่าจะมีความต้องการใช้เหล็ก 17-17.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 3% แบ่งเป็นเหล็กผลิตในประเทศ 6.2 ล้านตัน ที่เหลือนำเข้าจากต่างประเทศ







