posttoday
หวั่นมาลาเรียไทยลามถึงแอฟริกา

หวั่นมาลาเรียไทยลามถึงแอฟริกา

03 ธันวาคม 2557

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ใหม่บริเวณตะเข็บชายแดนไทย-พม่า กลายเป็นประเด็นใหม่ในวงการแพทย์นานาชาติมาได้สักพักใหญ่ ก่อนจะเงียบหายไปและกลับมาเป็นที่ฮือฮาอีกครั้งเนื่องจากการพบว่าเชื้อดังกล่าวมีอาการดื้อยา

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ใหม่บริเวณตะเข็บชายแดนไทย-พม่า กลายเป็นประเด็นใหม่ในวงการแพทย์นานาชาติมาได้สักพักใหญ่ ก่อนจะเงียบหายไปและกลับมาเป็นที่ฮือฮาอีกครั้งเนื่องจากการพบว่าเชื้อดังกล่าวมีอาการดื้อยา

นอกจากนี้ หลังจากมีรายงานการติดเชื้อมาลาเรียบริเวณชายแดนตะวันตกของไทยได้ไม่นาน ก็ปรากฏมีรายงานการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าวขึ้นอีกครั้งในลาวและเวียดนามอีกด้วย เรียกได้ว่า ขณะนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อมาลาเรียอยู่

ล่าสุด เว็บไซต์ข่าวเบรตบาร์ตในสหรัฐ รายงานอ้างองค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูเอชโอ) ว่า มีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่เชื้อมาลาเรียดื้อยาในไทยจะแพร่ระบาดกระจายในวงกว้าง และมีความเป็นไปได้ที่อาจลุกลามจนถึงอินเดียและไปถึงภูมิภาคซับซาฮาราของแอฟริกา ที่ยังคงเผชิญปัญหากับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 5,000 ราย

“เนื่องจากการเคลื่อนย้ายของคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาด้านสุขภาพจึงเพิ่มสูงขึ้นในหลายทวีป และหากเชื้อมาลาเรียดื้อยาแพร่ระบาดไปถึงอินเดียและซับซาฮารา ผลลัพธ์ย่อมเป็นความหายนะ และแทบไม่มีทางควบคุมได้เลย” รายงานของดับเบิ้ลเอชทีโอ ระบุ

ศ.นพ.นิโคลัส ไวท์ ประธานหน่วยวิจัยโรคเขตร้อนเวลคัมทรัสต์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหิดล-ออกซฟอร์ด กล่าวแสดงความเห็นว่า หากพูดถึงการแพร่ระบาดกระจายไปถึงอินเดียและแอฟริกาแล้ว กรณีดังกล่าวหมายถึงโอกาสที่ประชาชนนับล้านคนที่จะได้รับผลกระทบ

“ความเสียหายที่เกิดจากกรณีที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อมาลาเรียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้ได้ นั่นหมายถึงความตายของคนหลายล้านคน หรือความตายของเด็กหลายล้านคน เราไม่สามารถจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้ ครั้งนี้การระบาดน่าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จากคนที่เคลื่อนย้ายกันมากขึ้น” ศ.ไวท์ กล่าว

ด้าน ศ.นพ.ฟรองซัวส์ โนสเตนผู้อำนวยการหน่วยวิจัยโชโคลมาลาเรียในอังกฤษ แสดงความเห็นว่า ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดของเชื้อมาลาเรียดื้อยากำลังเข้าขั้นหายนะแล้ว และควรต้องมีการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วโลก โดยยืนยันว่าเชื้อมีการกลายพันธุ์และยาล่าสุดที่มีก็ใช้ไม่ได้อีกต่อไป

“การระบาดกำลังเข้าสู่ภาวะหายนะ และแพทย์อย่างพวกเราก็ควรจะส่งสัญญาณเตือนได้แล้ว” ศ.โนสเตน กล่าว  

ทั้งนี้ กลุ่มแพทย์เริ่มระบุการพบเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ใหม่นี้ครั้งแรกในปี 2007 ที่ผ่านมา บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อมาเมื่อเดือน เม.ย. 2012 ดับเบิ้ลยูเอชโอออกรายงานระบุว่า ผู้ป่วยโรคมาลาเรียใน กัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม เริ่มมีอาการดื้อยา แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเพราะเหตุใดยาจึงไม่ออกฤทธิ์

“อาการดื้อยาอาจเป็นผลที่เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ซึ่งอาจหมายรวมถึงการรักษาที่ไม่ถูกวิธี การรับยาไม่ถูกกับโรค หรือแม้กระทั่งการรับยาไม่ครบจำนวนที่แพทย์สั่ง” รายงานของดับเบิ้ลยูเอชโอ ระบุ

อย่างไรก็ดี เว็บไซต์ข่าวเบรตบาร์ต ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการขั้นเด็ดขาดที่เด่นชัดสำหรับการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างจริงจัง โดยปกติผู้ติดเชื้อจะได้รับการรักษาก็ต่อเมื่อเริ่มมีอาการป่วยแล้ว ซึ่งอาจจะสายเกินไป

ทั้งนี้ ศ.โนสเตน และ ศ.ไวท์ ต้องการให้มีการแจกจ่ายยาต้านมาลาเรียให้ทั่วบริเวณเขตชายแดน โดยให้ทุกคนต้องรับยาดังกล่าว ไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ก็ตาม ปัจจุบัน ศ.โนสเตนทำการแจกจ่ายยาไปแล้วในหมู่บ้าน 4 แห่งของพม่า ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า แผนการดังกล่าวยังไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยความเป็นหมอจึงควรพยายามทุกวิถีทางเท่าที่เป็นไปได้เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อมาลาเรีย

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน