posttoday
งัด ‘คิวอี’ สู้ศึกเงินฝืด ยุโรปเสียงแตก เพิ่มอำนาจอีซีบี

งัด ‘คิวอี’ สู้ศึกเงินฝืด ยุโรปเสียงแตก เพิ่มอำนาจอีซีบี

02 ธันวาคม 2557

สภาพเศรษฐกิจโดยรวมในโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี 2014 นี้ ของทั้ง 18 ประเทศในกลุ่มยูโรโซน น่าจะยังติดหล่มลึกไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงพอที่จะพยุงภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างต่อเนื่องให้ผ่อนคลายลงได้ อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่า สถานการณ์อาจจะเลวร้ายลงจนฉุดให้เศรษฐกิจของทั้งกลุ่มยูโรโซนนี้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกด้วย

สภาพเศรษฐกิจโดยรวมในโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี 2014 นี้ ของทั้ง 18 ประเทศในกลุ่มยูโรโซน น่าจะยังติดหล่มลึกไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงพอที่จะพยุงภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างต่อเนื่องให้ผ่อนคลายลงได้ อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่า สถานการณ์อาจจะเลวร้ายลงจนฉุดให้เศรษฐกิจของทั้งกลุ่มยูโรโซนนี้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกด้วย

ความเสี่ยงสำคัญที่ฉุดรั้งไม่ให้เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ คงหนีไม่พ้น ประเด็นการชะลอตัวของดัชนีเงินเฟ้อที่แกว่งตัวในระดับต่ำมากเป็นเวลาหลายเดือนต่อเนื่องกัน ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลครอบคลุมไปทั่วทั้งประเทศสมาชิกว่า กลุ่มประเทศยูโรโซนกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืดคุกคาม

ข้อมูลดัชนีเงินเฟ้ออย่างเป็นทางการล่าสุดเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ของกลุ่มประเทศยูโรโซน ก็ปรับตัวต่ำลงจากเดือน ต.ค.ที่ระดับ 0.4% เหลือเพียงแค่ 0.3% เท่านั้น นับเป็นตัวเลขที่ห่างไกลจากเป้าหมายดัชนีเงินเฟ้อที่คาดหวังของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ 2% อย่างมากอันเป็นเสมือนสัญญาณที่ไปเพิ่มความเสี่ยงว่า ยูโรโซนเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ที่จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคธุรกิจและการบริโภคในภาคครัวเรือนให้ชะลอตัวลง จนนำไปสู่ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจในที่สุด

แม้ทางอีซีบีจะตระหนักถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจากสภาพเศรษฐกิจที่กำลังย่ำแย่ พร้อมทั้งงัดสารพัดเครื่องมือทางการเงินออกมากู้วิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพื่อเสริมสภาพคล่องและกระตุ้นเศรษฐกิจสู้ภาวะเงินฝืดที่คืบคลานมาจ่อหัวบันไดบ้าน ผ่านหลายมาตรการ ไม่ว่าจะเป็น การหั่นอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์เหลือเพียง 0.05% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากก็ปรับลดลงมาในระดับติดลบ 0.2%

นอกจากนี้ อีซีบียังเสริมทัพด้วยมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อเสริมสภาพคล่อง ผ่านโครงการปล่อยสินเชื่อสำหรับรีไฟแนนซ์สำหรับสถาบันการเงิน (ทีแอลทีอาร์โอ) และการใช้มาตรการปล่อยเงินกู้ระยะยาวเป็นกรณีพิเศษ (แอลทีอาร์โอ) รวมถึงการเข้าซื้อหลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์เป็นตัวค้ำประกัน (เอบีเอส) และตราสารหนี้คุณภาพสูง (โคเวอร์ บอนด์) กระนั้นก็ยังไม่สามารถชุบชีวิตภาคเศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้นมาได้

เมื่อต้องเผชิญกับภาวะหลังพิงฝาในสงครามการต่อสู้กับภาวะเงินฝืดอันเรื้อรังยาวนาน ที่มีทีท่าว่าอาจจะปราชัยในสมรภูมิแห่งนี้ ก็ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า อีซีบีอาจจำเป็นต้องตัดสินใจกัดฟันส่ง “แม่ทัพ” ใหญ่อย่าง “มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)” เป็นไม้ตายพิชิตศึกในครั้งนี้ ผ่านมาตรการเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล

การประชุมครั้งสุดท้ายของอีซีบีสำหรับปีนี้้ ในวันที่ 4 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนทั่วโลกต่างก็จับตามองชนิดไม่อาจละสายตาได้แม้วินาทีเดียว เพราะนอกจากจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนแล้ว ยังเป็นการตัดสินใจทิ้งไพ่ใบสุดท้ายของอีซีบีสำหรับเดิมพันสำคัญในศึกที่ยากจะรับมือครั้งนี้ด้วย หลังจากผู้วางหมากแบบพลิกทุกกลยุทธ์ในตำราพิชัยสงครามอย่าง มาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ประกาศกร้าวว่า จะขยายการแทรกแซงผ่านทุกช่องทางในกรณีที่จำเป็นโดยไม่ล่าช้า

สอดคล้องกับ วิคเตอร์ คอนสแตนซิโอ รองประธานอีซีบี ที่ระบุว่า อีซีบีกำลังประเมินมาตรการต่างๆ ที่ออกมาใช้ก่อนหน้านี้ว่าได้ผลหรือไม่ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2015 หากไม่ได้ผลอาจพิจารณาเข้าซื้อสินทรัพย์อื่นๆ ในตลาดรอง พร้อมทั้งคาดการณ์ว่า อีซีบีอาจจะงัดมาตรการคิวอีออกมาใช้ราวไตรมาสแรกของปีหน้า

อย่างไรก็ดี การใช้มาตรการคิวอีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของอีซีบีนี้ ไม่อาจดำเนินไปอย่างราบรื่นเฉกเช่นเดียวกับธนาคารกลางของประเทศชั้นนำทางเศรษฐกิจอื่นๆ อาทิ สหรัฐ หรือญี่ปุ่น เนื่องจากบรรดาชาติสมาชิกหลายประเทศต่างก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดว่า การงัดมาตรการดังกล่าวออกมาใช้ เป็นเหมือนการอนุญาตให้อีบีซีสามารถพิมพ์ธนบัตรออกมาใช้ได้ตามอำเภอใจ ซึ่งเป็นการใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขต

เยอรมนี หนึ่งในประเทศที่คัดค้านการใช้มาตรการคิวอี ก็แสดงความกังขาว่า มาตรการคิวอีเป็นการมอบอำนาจเกินขอบเขตให้อีซีบีในการกดดันให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ปฏิรูประบบการเงินตามคำสั่งการ โดยเห็นว่า ธนาคารกลางของแต่ละประเทศควรมีอิสระในการดำเนินงานในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาของตนเอง นอกจากนี้อีซีบีก็ต้องประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินมาตรการดังกล่าวในระยะยาวด้วย

แม้ประเทศสมาชิกกลุ่มยูโรโซนจะยังเสียงแตกในการสนับสนุนให้อีซีบีงัดมาตรการคิวอีออกมาใช้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังถูกภาวะเงินฝืดเล่นงานอย่างหนัก แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่ในที่สุดแล้ว อีซีบีต้องงัดไม้ตายดังกล่าวออกมาใช้แน่นอน ซึ่งวันที่ 4 ธ.ค.นี้ คงต้องจับตาสัญญาณต่างๆ ที่ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกลางยุโรปอาจเผยให้ทราบถึงการดำเนินนโยบายอีซีบีในปีหน้า

นอกจากจะช่วยลุ้นว่า เศรษฐกิจยุโรปจะฟื้นตัวไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย จนฉุดให้เศรษฐกิจโลกในปีหน้าไม่อาจเติบโตได้เต็มที่แล้ว ประเทศต่างๆ ทั่วโลกคงต้องเกาะติดการประกาศใช้นโยบายทางการเงินของอีซีบีแบบไม่อาจกะพริบตาได้ เพราะสิ่งนี้จะส่งผลต่อตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลก รวมถึงการเคลื่อนย้ายเงินทุนและภาคส่งออกของทั้งประเทศผู้บริโภคและผู้ส่งออกด้วย เตรียมพร้อมรับมือแต่เนิ่นๆ ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลทุกประเทศควรดำเนินการ อย่าให้สายเกินไป

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย