
สิงห์ไล่ซื้อธรกิจ
ตั้งเป้าโรงแรม8แห่งประเดิมที่กระบี่ดีลอสังหาฯใกล้จบหนุนกำไรปีหน้ารายใหญ่ขย้ำรายกลางเล็กไม่ง่าย
ตั้งเป้าโรงแรม8แห่งประเดิมที่กระบี่ดีลอสังหาฯใกล้จบหนุนกำไรปีหน้ารายใหญ่ขย้ำรายกลางเล็กไม่ง่าย
กลุ่มสิงห์ ผงาดทุ่ม 2,450 ล้านบาท เทกโอเวอร์โรงแรมกระบี่ เดินตามแผน 5 ปี
บริษัท สิงห์ เอสเตท รุกอีกคืบหลังเข้าเทกโอเวอร์บริษัท รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ล่าสุดบอร์ดอนุมัติให้ซื้อโรงแรมเอ้าท์ ริกเกอร์ พีพี ไอแลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กระบี่ มูลค่าทั้งสิ้น 2,450 ล้านบาท จากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอ็มเอฟซีอะเมซิ่ง อะลา อันดามัน
สำหรับวัตถุประสงค์ในการซื้อโรงแรมแห่งนี้ เพื่อต้องการสร้างรายได้ที่มั่นคง สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว และกระจายความเสี่ยงของธุรกิจไปยังพื้นที่ที่ท่องเที่ยวโตดีแต่ที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง
นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท เปิดเผยว่า การซื้อโรงแรมนี้เป็นไปตามแผนลงทุน 5 ปี (25582562) ที่จะใช้เม็ดเงิน 1 แสนล้านบาท
“เราตั้งเป้าที่จะซื้อโรงแรม 78 แห่ง ภายใน 5 ปี เน้นทั้งระดับ 5 ดาว และ 4 ดาว” นายนริศ กล่าว
สำหรับโรงแรมสันติบุรี สมุย ได้ปิดปรับปรุงเพื่อเปลี่ยนโฉมใหม่ให้เป็นเชนโรงแรมระดับ 5 ดาว พร้อมเปิดอีกครั้งเดือน มี.ค. 2558
นายนริศ กล่าวถึงกระแสข่าวว่า กลุ่มสิงห์จะซื้อบริษัท เนอวานา ดีเวลลอปเม้นท์ ว่าไม่เป็นความจริง ส่วนการซื้อบริษัทอสังหาฯ ขนาดกลาง ขณะนี้กำลังเจรจาอยู่ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีแผนเปิดหลายโครงการในปีหน้า ซึ่งจะทำให้สิงห์ฯ มีรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท และอาจกลับมาทำกำไรได้
นายมานพ พงศทัต อาจารย์ประจำภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่าอสังหาฯ รายเล็กและรายกลาง ถ้ามีจุดแข็งก็จะยังไปรอด แม้ว่ารายใหญ่จะพยายามขยายการลงทุนให้ครอบคลุมทุกระดับราคาและทุกพื้นที่ก็ตาม ซึ่งในหลายพื้นที่รายใหญ่ก็ไปไม่รอดเมื่อเจอท้องถิ่นที่แข็งแรงกว่า
นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า บริษัทที่มียอดขายปีละไม่เกิน 1,000 ล้านบาท จะอยู่ยากขึ้น ในบางรายถ้าอยากอยู่ต่อ อาจต้องยอมให้มีผู้ถือหุ้นรายใหม่เข้ามา







