
ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจ ในยุคต่อไป (จบ)
ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงการส่งเสริมความร่วมมือในการทำงานระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเองและภาคประชาชน ซึ่งมีรายละเอียดการปฏิบัติ ดังนี้
ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงการส่งเสริมความร่วมมือในการทำงานระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเองและภาคประชาชน ซึ่งมีรายละเอียดการปฏิบัติ ดังนี้
1) ประชาชนอาจเข้าชื่อรวมกันเพื่อเสนอให้มีการตราข้อบัญญัติท้องถิ่น/เทศบัญญัติ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีอำนาจในการจัดบริการสาธารณะตรงตามความต้องการของประชาชนได้
2) ให้มีการกำหนดมาตรการ/วิธีการจัดความร่วมมือกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรัฐอาจจัดให้มีมาตรการจูงใจให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น
3.3 การพัฒนานวัตกรรมหรือตัวแบบการจัดบริการสาธารณะที่หลากหลาย และเผยแพร่นวัตกรรมดังกล่าวให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เรียนรู้จากกันและกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
3.4 การเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ อาทิ จังหวัดปกครองตนเองโดยในระยะปานกลางถึงระยะยาว (อาทิ 2-5 ปี) สำหรับจังหวัดและ/หรือพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อม หรือมีคุณลักษณะเฉพาะ ให้ดำเนินการจัดตั้ง “จังหวัดปกครองตนเอง”หรือ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ” หรือ “เมืองพิเศษ” ขึ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1) กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นโดยตรงและให้ปรับลดบทบาทของราชการส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดปกครองตนเอง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษหรือเมืองพิเศษ ให้เหลือเป็นเพียงผู้กำกับดูแลและเป็นผู้ประสานงานกับรัฐบาลกลางเท่านั้น
2) จังหวัดปกครองตนเอง/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ/เมืองพิเศษ อาจมีอำนาจหน้าที่เฉพาะตามความจำเป็นและสภาพบริบทในพื้นที่ และอาจให้จัดแบ่งหน่วยการปกครองท้องถิ่น/หน่วยจัดบริการสาธารณะในพื้นที่ตามความเหมาะสมและความจำเป็น โดยกำหนดโครงสร้างได้ตามความเหมาะสม
3) ในจังหวัดปกครองตนเอง/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ/เมืองพิเศษ อาจจัดให้มีสภาพลเมือง/สภาประชาชน/สภาที่ปรึกษา เพื่อให้คำแนะนำเชิงนโยบาย กำกับดูแล และตรวจสอบการดำเนินงาน
4) รัฐจะต้องกำหนดมาตรการส่งเสริมและให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้อง และสร้างแรงจูงใจให้มีการจัดตั้งจังหวัดปกครองตนเอง/องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิเศษ/เมืองพิเศษขึ้นในกำหนดเวลาที่เหมาะสม โดยรัฐต้องดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรม และกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน
5) ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กควรสนับสนุนให้มีการจัดบริการสาธารณะร่วมกันหรือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ในพื้นที่ใกล้เคียงดำเนินการแทน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการจัดบริการสาธารณะและ/หรือการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 : ส่งเสริมความเข้มแข็งขับเคลื่อนนโยบายการกระจายอำนาจ
1) จัดตั้งองค์กรเชิงนโยบาย “สภาท้องถิ่นแห่งชาติ” (สทช.) (หรือชื่อเรียกอื่น) โดยควรมีสถานภาพเป็นองค์กรที่ปฏิบัติงานได้อย่างอิสระภายใต้ฝ่ายบริหาร เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ดูแล/ขับเคลื่อนนโยบายกระจายอำนาจ การกำหนดภารกิจ อำนาจหน้าที่ เงิน คน ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทำหน้าที่การกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นรองประธาน
2) ให้สภาท้องถิ่นแห่งชาติบริหารงานในรูปของคณะกรรมการ และมีสำนักเลขานุการเป็นหน่วยบริหารและทำหน้าที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกระจายอำนาจ (ในระยะแรกอาจมาจากการยก สกถ. ขึ้นให้อย่างน้อยเป็นมีฐานะ “กรม”) และเมื่อมีการจัดตั้ง สทช. ขึ้นแล้ว ควรให้สำนักงานมีฐานะ “สูงกว่ากรม/ซูเปอร์กรม” หรือเทียบเท่ากระทรวง และให้ยุบรวมส่วนราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการกระจายอำนาจเข้าด้วยกัน และต้องลดบทบาทหน้าที่ดังกล่าวที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการอยู่เดิมลง
สภา สทช. ต้องมีบทบาทขับเคลื่อนการกระจายอำนาจในเชิงรุก อาทิ
- เป็นตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบาย การบังคับใช้กฎหมาย เร่งรัดการเจรจากับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการถ่ายโอนภารกิจ การกระจายอำนาจ หรือการพัฒนาระบบมาตรฐานต่างๆ
- พัฒนาระบบปฏิบัติการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดมาตรการลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาศักยภาพ มาตรฐานบริการสาธารณะ พัฒนาความเป็นวิชาชีพให้แก่ผู้ปฏิบัติงานหรือการตรวจสอบดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ
- กำหนดมาตรการเชิงบังคับ/จูงใจ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินภารกิจขั้นพื้นฐานอย่างครบถ้วน (Obligatory Function) และสร้างมาตรการจูงใจให้เพิ่มการจัดบริการสาธารณะตามความจำเป็นในระดับพื้นที่
- มีอำนาจในการออกประกาศ/คำสั่ง/กฎระเบียบ เพื่อรับรองการดำเนินภารกิจและอำนาจหน้าที่ เป็นต้น
- โครงสร้างการบริหารงานของ สทช./กรรมการอาจแบ่งออกเป็นคณะอนุกรรมการด้านบุคคล ด้านการเงินการคลัง ด้านกฎหมาย สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น เป็นต้น
องค์ประกอบของคณะกรรมการ สทช.
- เป็นกรรมการไตรภาคี ประกอบไปด้วย รัฐ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ แต่คณะกรรมการสภา สทช. ควรมีสัดส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สูงกว่า และมีผู้แทนจากฝ่ายข้าราชการประจำของท้องถิ่นร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย
- ที่มาของกรรมการประเภทผู้ทรงคุณวุฒิ การคัดเลือก/ที่มาของคณะกรรมการ
(1) ควรมีสัดส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ปฏิบัติงานเต็มเวลา
(2) ควรมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทรงคุณวุฒิให้ชัดเจน เจาะจง
ผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานเลขานุการฯ ต้องมีส่วนประกอบจากบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สามารถปฏิบัติงานร่วมกับบุคลากรจากส่วนกลางได้โดยสะดวก
- มีระบบการแลกเปลี่ยน (โอนย้าย) การยืมตัวบุคลากรระหว่างสำนักงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้าใจ/วัฒนธรรมในการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- มีคณะทำงาน/อนุกรรมการถาวรในด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยมีสัดส่วนคณะทำงานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามความเหมาะสม
- มีคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกระจายอำนาจ หรือเพื่อส่งเสริม/พัฒนาประเด็นเฉพาะเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ เช่น มติ ครม. ที่ขัดแย้ง/ไม่ส่งเสริมการกระจายอำนาจ การดำเนินการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ที่ขัด/แย้ง หรือไม่ส่งเสริมต่อการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเสนอให้ กกถ. ดำเนินการแก้ไขปัญหา เป็นต้น
ทิศทางการดำเนินนโยบายกระจายอำนาจ
- จัดให้มีเงินงบประมาณสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินงาน/การจัดบริการสาธารณะ โดยให้กันเงินงบประมาณแผ่นดินเป็นเงินกองทุนเพื่อการจัดบริการสาธารณะในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีสัดส่วนที่แน่นอนต่อรายได้สุทธิของรัฐบาล และมีคณะกรรมการ สทช. บริหารจัดการเงินกองทุนดังกล่าว โดยจะต้องไม่ถูกแทรกแซงการจัดสรรเงินกองทุนดังกล่าวโดยรัฐบาลหรือฝ่ายการเมืองระดับชาติ
คณะอนุกรรมการฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอดังกล่าวนี้จะได้รับการพิจารณาจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรัฐบาล หรือสภาปฏิรูปแห่งชาติต่อไป







