
ของขวัญแท้จริง
ความตั้งใจดีของรัฐบาลในการจะมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน โดยให้หน่วยงานรัฐไปหามาตรการต่างๆ มาช่วยประชาชน เช่น เตรียมลดค่าใช้จ่าย ลดดอกเบี้ย ลดภาษี พยุงราคาผลผลิตการเกษตร เพิ่มรายได้ให้ข้าราชการชั้นผู้น้อย นำที่ดินรกร้างโดนบุกรุกที่ยึดกลับมา ไปแจกให้กับคนยากจนไปใช้ทำมาหากิน
ความตั้งใจดีของรัฐบาลในการจะมอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน โดยให้หน่วยงานรัฐไปหามาตรการต่างๆ มาช่วยประชาชน เช่น เตรียมลดค่าใช้จ่าย ลดดอกเบี้ย ลดภาษี พยุงราคาผลผลิตการเกษตร เพิ่มรายได้ให้ข้าราชการชั้นผู้น้อย นำที่ดินรกร้างโดนบุกรุกที่ยึดกลับมา ไปแจกให้กับคนยากจนไปใช้ทำมาหากิน
ภาพรวมที่รัฐบาลต้องการทำทั้งหมด นอกจากเป็นการคืนความสุข เป็นการแจกของขวัญ เพื่อเรียกความนิยมจากประชาชนแล้ว ส่วนหนึ่งยังเป็นการหวังกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคัก สร้างบรรยากาศการใช้จ่าย การบริโภคในประเทศ เสริมกับการกระตุ้นเศรษฐกิจทางอื่น จากการใช้จ่ายภาครัฐ ที่งบประมาณยังไม่ค่อยมีการเบิกออกมาใช้จ่ายจริง แม้อนุมัติงบไปแล้ว เพราะหน่วยงานที่ใช้ต่างระวัง หวั่นเข้าข่ายทุจริต
บนมาตรการคืนความสุขต่างๆ ที่รัฐบาลเตรียมจะแจกในปีใหม่นี้ เพื่อหวังช่วยเครื่องยนต์เศรษฐกิจการใช้จ่ายภาครัฐ หลังสองเครื่องยนต์การส่งออกกับการลงทุนภาคเอกชน คงไม่ช่วยเศรษฐกิจปีนี้ได้มาก เท่าที่ดูทั้งหมด บางมาตรการน่าจะเป็นการใช้แบบผิดที่ผิดทาง เช่น มาตรการลดราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ที่ระดมเอกชนมาร่วมจัดรายการลดราคาสินค้าช่วงสิ้นปีนี้ 7 วัน (วันที่ 24-30 ธ.ค.นี้) และต้องการให้จัดลดราคามากๆ โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า จะมีบางสินค้าลดราคาสูงสุดถึง 70% เพื่อให้กิจกรรมออกมาแรง สร้างความฮือฮาทั่วประเทศ
ทั้งนี้ เพราะรัฐบาลก็ทราบอยู่แล้วว่า ปัญหาการบริโภคในประเทศเกิดจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงมากถึงกว่า 80% ของรายได้ ทำให้ที่ผ่านมา แม้บริษัทเอกชนจะจัดลดราคามากแค่ไหน บางครั้งก็ไม่ได้ทำให้คนจับจ่าย หลายบริษัทยอดขายจึงต่ำกว่าเป้าหมายอย่างที่ทราบกัน
จริงอยู่การจัดลดราคาที่รัฐบาลหวังจะให้ลด 70% ทั่วประเทศครั้งนี้ อาจจะได้แง่ของบรรยากาศที่ดีขึ้น และช่วยผู้ที่ต้องใช้จ่ายช่วงปีใหม่ให้ได้สินค้ามากขึ้น บนค่าใช้จ่ายเท่าเดิม แต่ทางแก้ที่ต้นเหตุ รัฐบาลก็รู้ว่า ต้องไปช่วยเพิ่มรายได้และลดค่าครองชีพ เพื่อให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น กว่าหนี้ครัวเรือนที่ต้องแบ่งไปจ่ายมากถึง 80%
สำหรับหนทางที่ทำให้รายได้ประชาชนมากขึ้น ทันกับหนี้ครัวเรือนที่มากดังกล่าว ทางรัฐบาลก็ต้องบริหารประเทศให้เติบโต เพราะการไปบิดเบือนกลไก บีบให้ลดราคาสินค้ามากๆ หากทำสั้นๆ ภาพรวมก็อาจจะพอรับได้ แต่ถ้าทำยืดเยื้อนานไป หรืดลดมากไป ผลเสียก็จะตามมาอย่างที่ทราบกัน เมื่อสินค้าโดนบีบให้ขายราคาต่ำ ก็จะเกิดตลาดมืด หรือสินค้าบางรายก็ใช้เทคนิค ปรับขึ้นราคาทางอ้อมในรูปแบบต่างๆ
เมื่อมาตรการแจกของขวัญปีใหม่ของรัฐบาลเกิดขึ้นมาจากเจตนารมณ์ที่ดีอย่างนี้แล้ว บางมาตรการที่ได้แค่ภาพ ได้แค่บรรยากาศ แต่ผิดที่ผิดทาง รัฐบาลก็ควรทบทวนปล่อยให้เป็นไปตามกลไก หันไปแก้ที่ต้นเหตุ สร้างให้เศรษฐกิจรวมเติบโตน่าจะคืนความสุขแท้จริงกว่า







