
คลังคากศก.ไตรมาสสุดท้ายโตมากกว่า4%
สมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจมีความเสี่ยงเพราะพึ่งการส่งออกมากเกินไป โครงสร้างเศรษฐกิจไทย ปี 2539 เทียบปี 2556 ห่างกัน 17 ปี สัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยเมื่อ 17 ปีที่แล้ว พึ่งพาการส่งออก 42.5% การบริโภคเอกชน 55.9% การบริโภคการลงทุนภาครัฐ 18.6%
สมหมาย ภาษี รมว.คลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจมีความเสี่ยงเพราะพึ่งการส่งออกมากเกินไป โครงสร้างเศรษฐกิจไทย ปี 2539 เทียบปี 2556 ห่างกัน 17 ปี สัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยเมื่อ 17 ปีที่แล้ว พึ่งพาการส่งออก 42.5% การบริโภคเอกชน 55.9% การบริโภคการลงทุนภาครัฐ 18.6%
ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกลายเป็นพึ่งพาการส่งออกมากยิ่งขึ้น ขึ้นไปถึง 74% ของจีดีพี การใช้จ่ายและลงทุนภาครัฐ 23% บริโภคเอกชน 51%
สำหรับการส่งออกของไทยปัจจุบัน เป็นการรับจ้างผลิต ซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นและตัวเลขการส่งออกที่ผ่านมาก็พบว่าไม่สะท้อนความเป็นจริง เห็นได้จากการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากการส่งออกปลอม โดยไม่มีการส่งออกสินค้าจริง เป็นการส่งก้อนหินและตู้เปล่าออกไป ทำให้น่าคิดว่าการส่งออกของไทยทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้มากจริง และมีเสถียรภาพหรือไม่
นอกจากนี้ ประเทศไทยต้องเร่งการปฏิรูปภาษีเพื่อให้รายได้เพิ่มขึ้น รัฐบาลสามารถเพิ่มรายจ่ายการพัฒนาประเทศ เป็นการลดการพึ่งพาการส่งออกได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งการเพิ่มรายได้จะมีการเก็บภาษีหลายตัว ทั้งภาษีผู้รับมรดก ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าจาก 7% เป็น 8% หรือ 9% ในปลายปีหน้า ซึ่งมั่นใจว่าการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มไม่กระทบกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ เหมือนกับเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น
สำหรับรายได้จากการท่องเที่ยวจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต เมื่อดูจากตัวเลขในปี 2548 รายได้จากการส่งออกเป็น 11.4 เท่า ของรายได้ท่องเที่ยว ปี 2556 รายได้จากการส่งออกเป็น 5.4 เท่าของการท่องเที่ยว ทั้งที่การส่งออกสูงขึ้น แต่รายได้จากการท่องเที่ยวสูงเร็วกว่า ประเทศไทยอยู่ได้ ตัวหลักคือการท่องเที่ยว แต่รัฐบาลยังส่งเสริมการท่องเที่ยวไม่พอ
รมว.คลัง กล่าวว่า คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการปรับเกณฑ์ส่งเสริมการลงทุน จะลดการสูญเสียภาษีให้น้อยลง เดิมการพิจารณาเป็นการให้อย่างไม่รอบคอบ ส่งเสริมไม่ถูกหลัก หากไม่มีการปรับเกณฑ์ใหม่จะทำให้ในปี 2558 ประเทศสูญเสียเงินสูญเงินภาษีถึง 2.12 แสนล้านบาท เป็นการเสียภาษีศุลกากร 7.5 หมื่นล้านบาท ภาษีนิติบุคคล 1.3 แสนล้านบาท
“เศรษฐกิจไทยมีปัญหาอัดอั้นมานานจากปัญหาการเมือง ทำให้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรก 2557 ขยายตัวติดลบ คาดว่าเฉลี่ยทั้งปีคิดว่าจะได้ 1.5% แต่ตอนนี้หลายฝ่ายคาดว่าจะขยายตัวได้แค่ 1% คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4 จะขยายตัวได้ 4% หากได้การท่องเที่ยวมาช่วยจะทำให้ขยายตัวได้มากกว่า 4%” สมหมาย กล่าว
ด้าน เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. คาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยในปีหน้าจะขยายตัวได้ 3.5% ดีกว่าปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 0.1% หลังจาก 9 เดือนแรกของปีนี้การส่งออกติดลบ 0.9% เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มฟื้นตัวชัดเจน แม้ว่าเศรษฐกิจในยุโรป ญี่ปุ่น และจีนจะยังไม่ฟื้นตัวมากนักก็ตาม ฉะนั้นการจะทำให้ไทยได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ จำเป็นต้องเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐมากขึ้น จากปัจจุบันส่งออกไปในสัดส่วน 10%
ทั้งนี้ ในส่วนของรัฐมีแนวทางในการส่งเสริมการส่งออกมากขึ้น ด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในเขตชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านการผลิตและกระจายสินค้า ซึ่งจะทำให้การส่งออกไปประเทศในกลุ่ม CLMV มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนการส่งออกไป 10% โดยเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 78% ดังนั้นจึงเชื่อว่าหากผู้ประกอบการไทยมุ่งส่งออกไปยังประเทศ CLMV มากขึ้น จะส่งผลดีต่อภาพรวมส่งออกไทยได้







