ผ่าขุมทรัพย์ "สอบสวนกลาง"
“เงินนอกระบบมหาศาลของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก็ได้มาจากการทำทุจริตในหน่วยงานที่รับผิดชอบคือภายในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีมากมายกี่หน่วยทุกคนก็รู้กันดี”
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
“เงินนอกระบบมหาศาลของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ก็ได้มาจากการทำทุจริตในหน่วยงานที่รับผิดชอบคือภายในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีมากมายกี่หน่วยทุกคนก็รู้กันดี”
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวตอนหนึ่งระหว่างแถลงข่าวการดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เรียกรับสินบน แอบอ้างเบื้องสูง โดยพบทรัพย์ในบ้านพักนับพันล้านบาท
วงการตำรวจรู้ดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ มีบารมีคับฟ้าเพียงใด คุมตำรวจในสังกัดนับแสนนาย เสมือน บช.ก.เป็น “รัฐเอกเทศ” มีอำนาจครอบคลุมรัศมีทุกตารางนิ้วทั่วประเทศไทย นับว่ามีขุมกำลังพล อำนาจ และต้องรับผิดชอบเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาล
หากตรวจสอบหน่วยงานตำรวจที่ขึ้นตรงต่อ บช.ก. ซึ่ง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้เหนียวแน่นนานกว่า 4 ปี โดยที่ใครก็ปลดย้ายไม่ได้ พบว่ามีถึง 12 กองบังคับการในสังกัด บช.ก. ประกอบไปด้วย
1.กองบังคับการอำนวยการ (บก.อก.) รับผิดชอบงานด้านเอกสาร กำลังพลและสนับสนุนด้านผลประโยชน์ในสิทธิต่างๆ เรื่องผลประโยชน์จึงไม่มีมาก
2.กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) รับผิดชอบด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทรัพย์สิน ผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง อาวุธสงคราม จับกุมได้ทั่วราชอาณาจักร นับเป็นหน่วยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด การทุจริตคอร์รัปชั่นในรูปแบบส่วยจึงเป็นเรื่องง่าย ซึ่งส่วนใหญ่หน่วยนี้จะมีการส่งส่วยทุกประเภท เช่น บ่อนการพนัน สถานบันเทิง ค้ามนุษย์ สินค้าหนีภาษี นับว่าเป็นหน่วยงานที่มีผลประโยชน์มหาศาลคอยหล่อเลี้ยงตำรวจสีเทา
3.กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) นอกเหนือจากการจัดการความเรียบร้อยบนถนนทุกสายทั้งประเทศแล้ว ยังมีผลประโยชน์แบบส่วยของรถบรรทุกขนาดใหญ่ ทั้งจ่ายตรง ส่งเงินเป็นรายเดือน ยังครอบคลุมถึงกลุ่มขนสินค้าผิดกฎหมายบนถนนหลวง เช่น การขนแรงงานต่างด้าว นับเป็นหน่วยที่มีเงินส่งนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่แบบสบายๆ ในแต่ละเดือน
4.กองบังคับการตำรวจรถไฟ (บก.รฟ.) ดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารบนขบวนทั่วทุกภาคของประเทศ มีผลประโยชน์ไม่มาก จะเป็นส่วยขนส่งสินค้า เช่น สายกรุงเทพฯหาดใหญ่ มักเป็นสุราและสินค้าหนีภาษี
5.กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยทั่วราชอาณาจักร ช่องทางรับส่วยมีลักษณะจับบุคคลต่างด้าวหรือพวกลักลอบเข้ามาประเทศ รวมถึงส่วยจากสถานที่ท่องเที่ยวในหัวเมืองใหญ่ๆ เช่น จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ ฯลฯ
6.กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ปราบปรามอาชญากรรมทางน้ำทั่วประเทศ ปราบการค้าน้ำมันเถื่อน มีเงินหมุนเวียนมหาศาล ไม่ว่าส่วยน้ำมันเถื่อน ทรัพยากรของชาติทางทะเล ของหนีภาษี
7.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ปราบปรามป้องกันการค้าประเวณี แรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในประเทศ มีเงินหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหากปล่อยให้มีธุรกิจขายตัวหรือค้ามนุษย์ อาทิ สถานอาบอบนวด ย่านฝั่งธนบุรี และรัชดา ฯลฯ
8.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เน้นดูแลคดีเกี่ยวกับการเงิน เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ ผลประโยชน์จากแหล่งตลาดชายแดน สะพานเหล็ก คลองถม ตลาดย่านมาบุญครอง มีข่าวว่าจ่ายเบี้ยรายเดือนให้นายตำรวจทุกระดับชั้น
9.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) รับผิดชอบคดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการ
10.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภคเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เน้นความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภคถูกเอาเปรียบหรือฉ้อโกง เช่น คดีขายตรงหรือแชร์ลูกโซ่ โฆษณาเกินจริง อาหารและยา ผลประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรงงานลักลอบผลิตสินค้าไม่ถูกต้องหรือไม่ได้รับอนุญาต หากเทียบกับหน่วยอื่นถือว่าเงินใต้โต๊ะไม่อู้ฟู่มากนัก
11.กองบังคับการปราบปรามการกระความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เน้นปราบกลุ่มคนร้ายที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ก่อเหตุ เช่น คดีปลอมแปลงบัตรเอทีเอ็ม ผลประโยชน์น้อยหากเทียบกับกองปราบปราม
12.กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.) ดูแลคดีสัตว์สงวนคุ้มครอง งาช้าง บุกรุกที่ดินตัดไม้ทำลายป่า นับว่าเป็นหน่วยไร้ผลงาน แต่ผลประโยชน์ถือว่าเป็นกองที่มีเงินเข้ามาข้องเกี่ยวไม่น้อย โดยเฉพาะพวกค้าไม้ ค้าซากสัตว์หายาก หรือลักลอบนำส่งรับขายต่างประเทศ ซึ่งมีผลประโยชน์จำนวนมากในปัจจุบัน


