
สปช.แนะรัฐฟังความเห็นประชาชน
สปช.แนะรัฐต้องฟังความเห็นประชาชน ขณะที่อาจารย์มข.จี้ผู้นำประเทศเปิดช่องรับความคิดต่าง
สปช.แนะรัฐต้องฟังความเห็นประชาชน ขณะที่อาจารย์มข.จี้ผู้นำประเทศเปิดช่องรับความคิดต่าง
เมื่อวันที่ 20 พ.ย. พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผอ.สำนักสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า และรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึง การที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวนักศึกษากลุ่มดาวดิน ม.ขอนแก่น 5 คน ชู 3 นิ้ว ต้านรัฐประหาร ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขณะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่นนั้น สะท้อนภาพถึงความขุ่นข้องหมองใจของสังคมที่ยังคงอยู่ จึงมีต้องแสดงความไม่พอใจออกมา
ทั้งนี้ เนื่องจากคนที่ไม่เห็นด้วย ไม่มีพื้นที่ในการแสดงออก ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าผ่านพ้นไปด้วยดี นักศึกษาใช้การแสดงออก ส่วนภาครัฐก็เข้าควบคุมตัวไปพูดคุย ไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งการแก้ปัญหาสำหรับผู้ต่อต้านนั้น ภาครัฐมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับฟังด้วยความอดทน ไม่สร้างความตรึงเครียดไปมากกว่านี้ ส่วนกมธ.ปฏิรูปด้านการเมืองก็เฝ้าดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยตลอด ซึ่งทางกมธ.เองก็ต้องการสร้างพื้นที่การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มีมากกว่าเดิม
“การแสดงออกของนักศึกษากลุ่มดาวดินเสมือนกระจกที่สะท้อนความเป็นจริงของสังคมออกมา ทางแก้ไขต้องไม่ใช่การไปทุบกระจกให้แตก แต่ต้องช่วยกันขัดกระจกให้สะอาดเพื่อที่เราจะได้เห็นภาพสะท้อนของแต่ละฝ่ายได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นการดี ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังความเห็นของประชาชน และจะดียิ่งขึ้นหากพล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปพบปะพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อจะได้รับรู้ว่าประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร”พล.อ.เอกชัยกล่าว
ด้าน นางสุกัญญา เอมอิ่มธรรม ผอ.สถาบันสันติศึกษา ม.ขอนแก่น กล่าวว่า การแสดงออกเชิงสัญญาลักษณ์ของนักศึกษา ม.ขอนแก่น ซึ่งเป็นไปอย่างสันติวิธี ไม่มีความรุนแรงสามารถทำได้ และต้องได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดังนั้น การที่นักศึกษาซึ่งถูกควบคุมตัวระบุว่า มีการข่มขู่ว่าจะให้พ้นสภาพนักศึกษา หากไม่ลงนามให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ จึงถือได้ว่าไม่เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล
ทางผู้บริหารหรือคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยของนักศึกษา จำเป็นต้องออกมามีบทบาทต่อกรณีดังกล่าวให้ชัดเจนว่า สิ่งที่นักศึกษาอ้างเป็นจริงหรือไม่ เป็นคำสั่งมาจากเบื้องบนหรือไม่ ถ้าจริงก็ควรจะแสดงบทบาทเจรจาต่อรองคุ้มครองสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของนักศึกษา การกดไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง จึงจำเป็นต้องมีการเปิดพื้นที่ให้ผู้เห็นต่าง การควบคุมตัวชาวบ้าน นักศึกษา ตลอดจนนักวิชาการ ไปพูดคุยไม่อาจแก้ไขปัญหาได้ อาจทำให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยต่อแนวทางปฏิรูปที่ยังอยู่ไม่ความสงบรู้สึกว่าถูกบีบบังคับมากเกินไป จนมีการออกมาเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นได้” นางสุกัญญากล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารประเทศจำเป็นต้องวิเคราะห์ต่อการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยให้ดี เพราะหากปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ลุกลามมากขึ้นได้







