
ผิดเป็นครู
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่กระทรวงยุติธรรมเสนอแก้ไขในประเด็นการค้ำประกันและการจดจำนอง ที่ผ่านการแก้ไขจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ก.พ. 2558
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่กระทรวงยุติธรรมเสนอแก้ไขในประเด็นการค้ำประกันและการจดจำนอง ที่ผ่านการแก้ไขจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ก.พ. 2558
กฎหมายที่แก้ไขเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ฉบับนี้นับว่าเป็นกฎหมายที่ดีในการคุ้มครองประชาชน แต่ได้สร้างผลเสียทางด้านธุรกิจอย่างที่ไม่มีใครนึกถึง เพราะการออกกฎหมายคุ้มครองลูกหนี้นี้ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับปรุงวิธีการพิจารณาสินเชื่อใหม่ เพราะจากนี้ไปหากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ จะไปทวงถามกับผู้ที่ค้ำประกันไม่ได้
เมื่อทวงหนี้ยากขึ้น ธนาคารก็ลดความเสี่ยงด้วยการเพิ่มเกณฑ์การปล่อยกู้ให้เข้มงวดขึ้น ซึ่งในที่สุดแล้วก็ส่งผลกระทบเป็นงูกินหางกลับมาที่ลูกหนี้อยู่ดี ที่ไปขอสินเชื่อยากซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครช่วยเหลือได้ เพราะธนาคารก็ทำธุรกิจไม่ใช่องค์กรการกุศล หากมีความเสี่ยงขาดทุนก็จะไม่ทำธุรกิจด้วย
ผลกระทบจากกฎหมายนี้ แม้จะไม่มีผลย้อนหลัง แต่ก็จะส่งผลกับผู้ที่จะเข้ามาขอกู้เงินใหม่จากธนาคาร ที่ปีหนึ่งมีจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะมีการเกิดและตายไปแต่ละปีเป็นพันราย
โดยเจตนารมณ์ของการออกกฎหมายทุกฉบับ จะมุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แต่กฎหมายที่ออกมาแล้วมีผลกระทบในทางลบมากกว่าที่คาดคิด นับเป็นความบกพร่องของผู้เสนอกฎหมาย ผู้ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาทั้งหมด ที่ขาดความรอบคอบ คิดด้านเดียว
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนภาพการทำงานที่ไม่เป็นเอกภาพของรัฐบาล กฎหมายนี้ถูกนำเสนอแก้ไขโดยกระทรวงยุติธรรม ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ผู้เสนอกฎหมายควรจะร่วมกันศึกษาผลกระทบกับกระทรวงการคลังก่อน เพื่อให้คลังหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าจะเกิดผลดีผลเสียอย่างไร
นอกจากนี้ ยังสะท้อนคุณภาพของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผู้ที่โหวตให้กฎหมายนี้ผ่านออกมา สนช.ควรตั้งข้อสังเกตและเสนอแนะประเด็นให้การแก้ไขกฎหมายออกมาแล้วมีผลดีมากกว่าผลเสีย
เมื่อเกิดปัญหาคนที่ต้องเข้ามาแก้ไขเรื่องนี้คือกระทรวงการคลังและ ธปท. ที่จะต้องร่วมกันพิจารณาหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ให้ธุรกิจเดินต่อไปได้
ในโรดแมปของรัฐบาลจะมีการแก้ไขกฎหมาย ออกกฎหมายใหม่อีกหลายฉบับ มีทั้งกฎหมายการเงินและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจ เช่น พ.ร.บ.การประกอบกิจการของคนต่างด้าว กฎหมายการมีอำนาจเหนือตลาด เป็นต้น ล้วนเป็นกฎหมายสำคัญ หากผ่านกระบวนการพิจารณาที่ไม่รอบด้าน อาจแก้ปัญหาเก่า แต่ไปสร้างปัญหาใหม่ก็เป็นได้
เหตุการณ์นี้รัฐบาลและ สนช.ควรจะนำไปทบทวนแก้ไขการทำงาน เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย







