
"ดาว์พงษ์" ส่งสัญญาณเปิดช่องปชช.ร่วมจัดการป่า
ที่ประชุมร่วมระหว่าง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
ที่ประชุมร่วมระหว่าง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กับภาคีเครือข่ายประชาชนภาคเหนือ อาทิ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากนโยบายปราบปรามป่าไม้ เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา แม้จะยังไม่ได้ “ข้อยุติ” แต่ก็คืบหน้าชนิดที่น่าพอใจ
ประเด็นหลักในการหารือครั้งนี้มี 3 เรื่อง ตั้งแต่ข้อเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติชดเชยและเยียวยาชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งฉบับที่ 64 และ 66 ข้อเรียกร้องให้ยุติการดำเนินการที่เข้าข่ายคุกคามชาวบ้าน พร้อมทั้งให้ยุติการประกาศใช้แผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยให้กลับมาผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมกับประชาชนก่อน
บรรยากาศในวงเจรจา ชาวบ้านได้ร้องขอความเห็นใจจากรัฐบาล โดยยกอ้างเหตุผลเรื่องวิถีชีวิต เป็นเหตุให้มีชาวบ้านบางรายสะสมไม้มานานกว่า 10 ปี ขณะที่บางรายบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำกิน พร้อมร้องขอให้ดำเนินคดีเฉพาะรายใหญ่ ไม่เลือกพื้นที่ดำเนินคดี และเยียวยาชาวบ้านที่ไม่มีหลักทรัพย์ประกันตัว
เบื้องต้น พล.อ.ดาว์พงษ์ ยอมรับว่าการช่วยเหลือผู้ถูกดำเนินคดีทำได้ แต่ต้องไม่ทำให้กระบวนการยุติธรรมเสียหาย ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวกำลังพิจารณาให้สิทธิครอบครองพื้นที่กับชุมชนแทนการให้สิทธิครอบครองเป็นรายบุคคล
นอกจากนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ ยังรับปากว่าจะให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนแม่บทในระดับแผนปฏิบัติการ ส่วนจะทบทวนประเมินผลภายหลังบังคับใช้ไปแล้วเมื่อใดนั้น ยังไม่มีความชัดเจน
“ในการประชุมครั้งนี้ได้มีการชี้แจงข้อสงสัยและปรับความเข้าใจกันแล้ว ซึ่งก็ทำให้มองเห็นตรงกันว่าแผนแม่บทดังกล่าวนี้มีส่วนดีอยู่มาก และจากนี้ในขั้นของการกำหนดจัดทำแผนปฏิบัติการ ก็จะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนในทุกระดับเพื่อร่วมกันกำหนดแผน ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเมื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง” พล.อ.ดาว์พงษ์ ย้ำ
สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านโดยเฉพาะที่เป็นคดีความนั้น รมว.ทส. ระบุว่า แม้ในแง่กฎหมายจะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน แต่จะพิจารณาเจตนาการกระทำความผิดประกอบด้วยว่าเป็นวิถีชีวิตหรือนายทุน โดยมอบหมายให้ทางจังหวัดและอำเภอตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว
ด้าน ดิเรก กองเงิน ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ระบุว่า เบื้องต้นพอใจผลการประชุมในครั้งนี้ แม้ว่าจะยังไม่บรรลุเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาก็ตาม แต่การหารือโดยมี รมว.ทส. เดินทางมารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง ทำให้เกิดแนวทางการแก้ไขปัญหามีความชัดเจนมากขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
นอกจากการเจรจาในครั้งนี้แล้ว ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังเครือข่ายประชาชนถูกสั่งระงับกิจกรรม “เดิน ก้าว แลก เพื่อการปฏิรูปที่ดินไทย” ตัวแทน “พีมูฟ” และ “สกน.” ได้เจรจากับ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และได้รับการตอบสนองข้อเรียกร้องในระดับที่ยอมรับได้ ไม่ว่าจะเป็นการขอให้ ม.ล.ปนัดดา ประสานกระทรวงยุติธรรมให้นำเงินของกองทุนยุติธรรมมาช่วยเหลือประกันตัวชาวบ้านจำนวน 19 คน ที่ถูกดำเนินคดีข้อหาครอบครองไม้หวงห้าม โดย ม.ล.ปนัดดา ได้รับปากว่าจะดำเนินการให้
หรือแม้แต่กรณี “อาแม อามอ” ราษฎรบ้านห้วยน้ำตื้น ต.ปงเตา อ.งาว จ.ลำปาง ซึ่งถูกควบคุมตัวในคดีบุกรุกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ โดยคิดค่าเสียหายต่อรัฐ 4.6 ล้านบาท ทั้งที่ทำกินอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 30 ปี หนำซ้ำยังถูกควบคุมตัวโดยไม่มีทนายความและล่ามระหว่างการสอบสวน ม.ล.ปนัดดา ก็รับปากว่าจะตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนในระหว่างที่ศาลยังไม่มีการพิพากษาคดี
ทั้งหมดน่าจะเป็นสัญญาณดีสำหรับฝั่ง “ประชาชน” ที่ทหารยอมรับฟังเสียงคนตัวเล็กๆ เช่นนี้







