posttoday

"กอล์ฟฟี่" แฮร์สไตล์ลิสใจบุญ ตัดผมคนป่วย-แต่งหน้าศพฟรี

17 พฤศจิกายน 2557

“กอล์ฟฟี่-ฤชวีพัฒน์ จิราวัฒน์มงคล” แฮร์สไตล์ลิสน้ำใจงามวัย 35 ผู้ใช้เวลาว่างตระเวนตัดผมให้ผู้ป่วย-แต่งหน้าศพ โดยไม่หวังอามิสสินจ้าง

โดย..อินทรชัย พาณิชกุล

บางคนอาจมองว่าเขาดิบเถื่อน ไม่น่าไว้วางใจ อันเนื่องมาจากรอยสักลายพร้อยเต็มตัว หนวดเรียวเล็กเหนือริมฝีปากแลดูดุดัน แถมยังมีบุคลิกสุดแรง โผงผาง ฝีปากคมยิ่งกว่ากรรไกรในมือ

แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า กอล์ฟฟี่-ฤชวีพัฒน์ จิราวัฒน์มงคล ช่างตัดผมหนุ่มวัย 35 แห่งร้าน ร้านชิค วันแอนด์โอนลี่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันท์ ใช้เวลาว่างทั้งหมด เดินสายตระเวนตัดผมให้แก่ผู้ป่วยผู้พิการที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ รวมทั้งแต่งหน้าศพตามงานต่างๆ โดยไม่คิดเงินแม้แต่บาทเดียว

"ผมเกิดมาจากครอบครัวที่ยากจน ลำบาก ตอนเด็กต้องคุ้ยหาเศษขยะไปขาย ต้องรับจ้างถากหญ้า ถากรุ่นในไร่อ้อย ไร่ข้าวโพด รับจ้างทุกอย่างวันละ 35 บาท ตอนนี้ผมมีอาชีพที่ช่วยคนได้ แม้ผมไม่รวยพอที่จะใช้เงินช่วยใครได้ แต่ผมขอใช้ความสามารถที่มีช่วยคน อีกอย่างผมอยากทำความดีถวายในหลวง ตอบแทนแผ่นดินเกิดครับ ขอบอกบุญเลยนะครับ ถ้าใครมีญาติที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาล มีคนแก่ ผู้สูงวัยที่พิการ เดินทางไม่ได้ ป่วยอยู่ที่บ้าน หรือผู้สูงอายุทั่วไปๆ แต่อยากตัดผม ติดต่อมานะครับ กอล์ฟจะไป ตัดให้ฟรีครับ กอล์ฟจะไปบริการให้ในวันหยุด หรือช่วงเลิกงานครับ นอกจากนี้กอล์ฟยังให้บริการแต่งหน้าศพด้วยนะครับ แต่งฟรีคับ ติดต่อมาได้เลย ถ้ากอล์ฟสะดวก จะรีบไปทันที"

ถ้อยคำประกาศทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว Extremely Hair & Make up แสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจอันกว้างใหญ่ไพศาลของชายคนนี้ ส่งผลให้ชาวเน็ตจำนวนมากแห่กดไลค์ กดแชร์กันอย่างครึกโครม จนกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ไปแล้ว

กอล์ฟฟี่ เล่าด้วยรอยยิ้มว่าชีวิตเขาต้องดิ้นรนต่อสู้มาสารพัดกว่าจะสามารถยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้เหมือนวันนี้

“ผมเป็นคนปากช่อง นครราชสีมา โตมาในครอบครัวที่ยากจนมาก พ่อขับรถสิบล้อ แม่เป็นแม่บ้าน สมัยเด็กๆต้องทำงานทุกอย่าง คุ้ยขยะเก็บขวด พลาสติก เศษเหล็กไปขาย รับจ้างถอนหญ้า ขุดมัน ถางไร่ แลกกับเงินวันละ 35 บาท เรียนจบแค่ป.6ก็ต้องเข้าทำงานในอู่ซ่อมรถ ผ่านงานโรงงานมาเป็นสิบแห่ง”

จุดหักเหของชีวิตเกิดขึ้นประมาณสิบปีก่อน หลังจากแฟนสาวสุดที่รักทิ้งเขาไปมีชายอื่นซึ่งเป็นช่างตัดผมหนุ่มระดับอาจารย์ของโรงเรียนสอนตัดผมชื่อดัง ชายหนุ่มตัดสินใจลาออกจากงานด้วยความชอกช้ำ สมัครเรียนตัดผมที่ศูนย์ฝึกอบรมอาชีพกรุงเทพมหานคร เขตบางกะปิ

“พูดได้ว่าเลือกเดินบนเส้นทางช่างตัดผมเพราะความอยากเอาชนะ อยากเห็นหน้าผู้ชายของแฟนเก่าเรา ตั้งใจเรียนมาก แต่ปรากฎว่าชอบ ยิ่งเรียนยิ่งสนุก จนลืมเรื่องในอดีตไปหมดสิ้น มีแต่ความรัก ความสุขเวลาได้ถือกรรไกรหน้ากระจก จากนั้นเป็นต้นมา ผมสัญญากับตัวเองเลยว่าจะเอาดีทางนี้ให้ได้”

จากช่างตัดผมมือใหม่ในร้านเสริมสวยเล็กๆ มุมานะฝึกฝนพัฒนาฝีมือตนเองจนมาเป็นช่างตัดผมฝีมือดีที่ลูกค้าต้องจองคิวล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 5 ปี ฤชวีพัฒน์ บอกว่าเพราะรักในสิ่งที่ทำล้วนๆ

“เสน่ห์ของการเป็นช่างตัดผมอยู่ตรงที่เราสามารถเปลี่ยนใครสักคนให้เขาดูดีขึ้นได้ ไม่รู้ว่าช่างคนอื่นเป็นยังไง แต่ผมคิดว่าเราต้องจริงใจกับลูกค้า ผมเป็นคนพูดตรงๆถึงขั้นปากหมา ชอบเบรคลูกค้า ไม่ได้ติเพื่อให้เขารู้สึกแย่ แต่ติเพื่อก่อ ติเพื่อให้เขาไปปรับปรุงพัฒนาบุคลิกภาพตัวเอง อย่างเช่น เวลาลูกค้าเดินเข้าร้าน ก็จะดูตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย  ดูรูปทรงศีรษะว่าเหมาะกับผมทรงไหน ถามเขาว่าทำงานอะไร ใช้ชีวิตประจำวันยังไง ชอบเซตผมไหม อยากเปลี่ยนบุคลิกตัวเองรึเปล่า การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนี่เป็นเรื่องสำคัญมากนะ

บางคนถาม พี่คะ หนูชอบแสกกลาง เราก็บอกจะแสกกลางได้ยังไง ดั้งก็แหม็บ จมูกบานเป็นชมพู่ หูก็กาง ตัดออกมาเป็นตุ๊กกี้น้องจะเอาเหรอ พี่ว่าแสกข้างดีกว่านะ บางคนอยากตัดผมบ๊อบหยักศก ผมบอกคุณสระไดร์เป็นประจำหรือเปล่า ถ้าไม่ ทำผมทรงนี้ออกไปเหมือนคนบ้าเลยนะ ลูกค้าหลายคนตัดไปแล้วเพื่อนทัก เฮ้ย ตัดทรงอะไรของมึงวะ อ๋อ ไอ้ช่างคนนี้ที่ร้านนี้ตัด คุณไม่โทษตัวเองหรอก โยนความผิดให้ช่างหมด เราก็ต้องแนะนำตรงๆว่าผมแบบนี้ สีนี้ บุคลิกแบบนี้ ตัดแบบนี้จะเหมาะกว่า

บางคนเข้ามาตัดผมเพื่อฆ่าเวลาดูหนัง ผมบอกเชิญไปดูหนังเถอะ งานตัดผมไม่ใช่ลวกก๋วยเตี๋ยว ลวกๆๆแล้วทิ้ง งานตัดผมต้องครีเอทต้องจินตนาการ ก่อนตัดผมบอกเลยว่ารบกวนเอาโทรศัพท์ออกมาวางไว้ข้างหน้า ญาติโกโหติกาโทรมาจะได้ไม่ขยุกขยิกรับสาย เผลอๆโดนกรรไกรโดนปัตตาเลียนไถเสียทรงอีก บางคนก็ขี้วีน บางคนก็ชอบทำตัวเป็นผู้อำนวยการสร้างคอยบอกว่าต้องทำหยั่งงั้นหยั่งงี้ เอ้า นี่กรรไกร ตัดเองไหม ... เราแรงก็จริงแต่ปรารถนาดีนะ”

นอกเหนือไปจากงานประจำที่หล่อเลี้ยงชีวิต งานอดิเรกของเขาคงไม่ต่างอะไรจากงานหล่อเลี้ยงความฝัน จิตวิญญาณ และอุดมคติ นั่นคือ เดินสายตัดผมฟรีให้แก่ผู้สูงวัย ผู้ป่วย ผู้พิการตามบ้าน ตามโรงพยาบาล รวมถึงการแต่งหน้าศพในวาระต่างๆด้วย

หลายปีที่แล้ว อาจารย์สุภัททา เหล่าพูลศรี อาจารย์สอนเสริมสวยหญิงประจำศูนย์ฝึกอาชีพกทม. เขตบางกะปิ พาไปออกหน่วยในชุมชนแห่งหนึ่ง มีชาวบ้านเรียกให้ไปตัดผมคนแก่ที่บ้าน ไม่มีใครไป ผมเลยอาสาไปเองพบว่าเป็นผู้หญิงป่วยเป็นอัมพาตขยับเขยื้อนไม่ได้ นอนอยู่แต่บนเตียง ตอนนั้นเรายังตัดผมไม่ค่อยเป็นด้วยซ้ำ แต่เขาขอบคุณเราอย่างดีใจมากๆ เอาขนม เอาน้ำมาให้ เป็นความทรงจำที่อบอุ่น หลังจากนั้น ผมคิดเลยว่าอนาคตอยากจะใช้ความสามารถที่ตัวเองมีช่วยเหลือคนเหล่านี้

ตั้งแต่สังคมออนไลน์แชร์ภาพออกไป มีคนติดต่อเข้ามาไม่ขาดสาย มีหมด ทั้งคนแก่ คนป่วย คนพิการ โดยเฉพาะในกรุงเทพ ทั้งที่บ้าน โรงพยาบาล บ้านพักคนชราก็ยังมี ผมก็ขอเบอร์ติดต่อไว้แล้วบอกเขาว่าว่างแล้วจะรีบโทรกลับไปทันทีครับ บางคนเป็นช่างเสริมสวยอินบอกซ์มาบอกพี่ คราวหน้าไปไหน หนูขอไปด้วยคนนะ ชื่นใจที่มีช่างตัดผมหลายคนคิดอยากทำแบบนี้ ความฝันของผมอย่างคือ อยากให้มีช่างตัดผมที่ตัดให้คนป่วย คนพิการครบทุกจังหวัดทั่วประเทศเลย

นอกจากตัดให้สั้นสะอาด เราต้องให้เขาดูดีด้วย ไม่ใช่ตัดส่งเดช  คนป่วยจะไม่สามารถดูแลเซตผมด้วยตัวเองได้ ก็เลือกตัดทรงสั้นสะอาดตาแต่ยังดูสวย แล้วแนะนำเรื่องการทำความสะอาด ไม่ว่าที่นอนปลอกหมอนที่มีส่วนทำให้เกิดการกดทับอาจทำให้เกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ แนะนำเรื่องแชมพู สุขอนามัยเกี่ยวกับเส้นผม การตัดผมให้คนเหล่านี้คนละอารมณ์กับตัดผมลูกค้าทั่วไปที่ตัดเสร็จแล้วรับเงิน มันเป็นความสุขที่อธิบายไม่ได้ คุณคิดดูสิ รอยยิ้มของคนๆหนึ่งที่วันๆหนึ่งได้แต่นอนมองเพดานไม่รู้จะคุยกับใคร เหมือนคนที่กำลังนับเวลาถอยหลังของชีวิตตัวเองว่าจะไปจากโลกนี้เมื่อไหร่ ผมคุยเก่ง ชอบหยอกล้อ ก็ทำให้เขามีรอยยิ้ม มีความสุข

งานแต่งหน้าศพถือเป็นงานสำคัญ บางคนสมัยยังมีชีวิตอยู่เป็นคนรักสวยรักงาม วันสุดท้ายที่เขาจะจากโลกนี้ไป ผมจะพูดก่อนแต่งหน้าให้เสมอว่า"ขอแต่งหน้าให้นะครับ จะแต่งให้สวยเลยวันนี้ หลังจากนี้ก็ขอให้ไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์นะ" เพราะนางฟ้าต้องสวย ผมจึงต้องแต่งหน้าให้เขาสวยที่สุดในวาระสุดท้าย"ช่างตัดผมหนุ่มใจดีเล่าอย่างภาคภูมิใจ

จะวันนี้ พรุ่งนี้ หรืออนาคตข้างหน้า กอล์ฟฟี่-ฤชวีพัฒน์ แฮร์สไตล์ลิสสุดเฟี้ยวคนนี้ ยืนยันคำเดิมว่าจะขอทุ่มเทฝีมือ ทุ่มเทความสามารถที่ตัวเองมีทำหน้าที่นี้ต่อไป

“การทำความดีมันมีหลายวิธีโดยไม่ต้องลงทุนใช้เงินในการทำด้วยซ้ำ อย่างน้อยที่สุด เราทำให้สังคม หรือคนรอบข้างมีความสุข ยิ้มได้ แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้วครับ ส่วนเรื่องเงินทอง ชื่อเสียง หรืออะไรที่จะตามมา ผมไม่เคยซีเรียสเลย”

ทั้งหมดนี้คือวีรกรรมเล็กๆของคนตัวเล็กๆคนหนึ่งที่อยากจะช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้น

"กอล์ฟฟี่" แฮร์สไตล์ลิสใจบุญ ตัดผมคนป่วย-แต่งหน้าศพฟรี

 

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง