
เด็กเอ๋ยเด็ก
พูดถึงเด็กสมัยนี้น่าเป็นห่วงครับ วัยแค่ประถมก็มีอะไรกันแล้ว คำว่าอายเนี่ยไม่มีแล้ว ล่าสุดที่ข่าวดังเลย
พูดถึงเด็กสมัยนี้น่าเป็นห่วงครับ วัยแค่ประถมก็มีอะไรกันแล้ว คำว่าอายเนี่ยไม่มีแล้ว ล่าสุดที่ข่าวดังเลย เด็กหญิงมีเงินซื้อไอโฟน 6 ไม่พอ ต้องเอ่ยปากขอนอนกับคนขายเพื่อแลกกับเงินส่วนที่ยังขาดมันเป็นความเสื่อมที่น่าโศกสลดครับ
ผมว่าไม่ใช่มีแค่กรณีนี้เท่านั้น คิดว่ายังมีเหตุการณ์ทำนองนี้เยอะ เพียงแต่อาจยังไม่เป็นข่าว อย่างที่ผ่านมาก็มีคลิปเด็กนักเรียนหญิงชายมีอะไรกัน
เรื่องทำนองนี้ชวนให้ผมคิดถึงพระสุบิน 16 ประการ ของพระราชาปเสนทิโกศล ผู้ครองเมืองสาวัตถี เรื่องมีอยู่ว่า คืนใกล้รุ่งวันหนึ่ง พระองค์ทรงพระสุบินเป็นสถิติเลย คืนเดียว คราวเดียว 16 เรื่อง
ทันทีที่สะดุ้งตื่นจากบรรทมก็ทรงหวาดกลัวอันตรายจักเกิดมีแก่พระองค์เอง โอ้โฮ ใครที่ฝันอย่างพระองค์แล้วไม่ตกใจก็ให้รู้ไปครับ เพราะแต่ละเรื่องที่ทรงฝันแปลกประหลาดพิลึกพิลั่น
ด้วยความร้อนพระทัยจึงทรงเรียกบรรดาโหรหลวงมาทำนายพระสุบิน แล้วโหรพวกนั้นก็ถวายคำทำนายว่าอันตรายสามอย่างอย่างใดอย่างหนึ่งจักเกิดขึ้นแน่นอน คือแก่พระองค์ แก่ราชบัลลังก์ หรือเกิดโรคภัยกับประชาชนในบ้านเมือง
พอสดับดังนั้น ทรงตระหนกพระทัย จึงถามหาวิธีแก้ พวกโหรหลวงจึงทูลว่า มีทางเดียวคือต้องบูชายัญด้วยสัตว์มีชีวิต ทั้งสัตว์สองเท้าสี่เท้าจำนวนมาก
ขณะที่ทรงให้เตรียมการตามที่โหรถวายคำแนะนำ พระนางมัลลิกาเทวีทรงทราบก็คิดว่าพระราชาจะทรงทำบาปครั้งใหญ่เลยทูลให้พระสติว่า พระองค์ได้ทูลถามยอดพราหมณ์ในโลกและเทวโลกแล้วหรือยัง
“ใครกันเล่าเทวี” รับสั่งถาม พระนางจึงทูลว่า พระองค์ไม่รู้จักมหาพราหมณ์โคดมผู้ตถาคตดอกหรือ แค่นั้นแหละทรงได้พระสติเสด็จไปวัดเชตวันทันที พลางตำหนิพระองค์เองทำไมถึงลืมพระสัพพัญญูเจ้าได้
ถึงวัดก็ทรงกราบทูลเรื่องที่ทรงฝันให้พระพุทธเจ้าทราบ แล้วพระพุทธองค์ก็ตรัสว่าภัยไม่ได้เกิดแก่พระองค์ แก่ราชบัลลังก์ หรือโรคภัยอะไรจะเกิดหรอก
ว่าแล้วจึงทรงพยากรณ์พระสุบินเป็นข้อๆ แต่ผมขอนำเสนอเฉพาะข้อที่เกี่ยวกับปัญหาของเด็กเยาวชน ครอบครัว สรุปพุทธพยากรณ์สั้นๆ พอเข้าใจ ดังนี้
ข้อที่ 2 ทรงฝันว่าต้นไม้เล็กๆ และกอไผ่ พอแตกหน่อได้คืบหนึ่งบ้าง ศอกหนึ่งบ้าง ยังไม่ใหญ่โตพอที่จะมีดอกมีผล แต่ปรากฏว่าต้นไม้นั้นเต็มไปด้วยดอกและผล จนกิ่งก้านสาขาจะรอรับดอกผลนั้นไม่ไหว
ทรงพยากรณ์ว่า อนาคตภายภาคหน้า เด็กหญิงที่มีวัยยังไม่สมควรจะมีสามี แต่เธออยากแต่งงานมีครอบครัว เพราะมีความกระสัน ใฝ่ฝันในราคะตัณหา
ใจมีความกำเริบในกามคุณ ยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เป็นอย่างมาก มีความอยากในกามารมณ์ความรักความใคร่อย่างแรง จึงได้แต่งงานหรือมีสัมพันธ์กับชายตั้งแต่อายุยังน้อย
บางคนมั่วสุมกัน ไม่มีความละอาย เมื่อตั้งครรภ์ก็หาวิธีฆ่าลูกในท้อง จึงเป็นบาปกรรมต่อไปในภายภาคหน้ายิ่งนัก เด็กบางคนยังมีพ่อแม่เลี้ยงดู บางคนพ่อแม่เลี้ยงดูไม่ไหวจึงได้ปล่อยปละละเลยให้หาขอทานกินตามลำพัง
กลายเป็นเด็กเร่ร่อนจรจัด ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีตระกูล ไม่มีการศึกษา ไม่มีที่พึ่งพาอาศัยในบ้านเรือน ค่ำที่ไหนนอนที่นั่น อดบ้าง อิ่มบ้าง เหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดขึ้นในอนาคต
สรุปคือ เด็กๆ ยังไม่ทันโตก็มั่วสุมเสพกามกันแล้ว อยากลอง อยากรู้ ไม่มียางอาย สมัยนี้เราได้เห็นกันแล้ว เด็กประถม มัธยมต้นยังไม่ถึงวัยที่จะมีลูกมีครอบครัว ก็มีลูกกันแล้ว
ข้อที่ 3 ทรงฝันว่าแม่วัวพากันดูดกินนมลูกวัวที่เพิ่งเกิดในวันนั้น
ทรงพยากรณ์ว่า อนาคตต่อไปในภายภาคหน้า เมื่อโลกเสื่อมจากศีลธรรม มนุษย์จะพากันละทิ้งความประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ (เชษฐาปจายิกธรรม)ลูกไม่เคารพ ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย จนคนเฒ่าคนแก่หมดที่พึ่งอาศัยต้องง้อเด็กๆ
พ่อแม่ต้องเอาอกเอาใจลูก ต้องประจบประแจงลูกอยู่เสมอ ถ้าพูดต่อลูกดีๆ ลูกก็แบ่งปันเงินทองให้ได้ใช้บ้าง ถ้าพ่อแม่พูดไม่ดี ก็จะไม่ได้รับส่วนแบ่งอะไรจากลูกเลย เหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดมีในภายภาคหน้าโน้น
สรุปคือพ่อแม่ต้องออดอ้อนเอาใจลูก อยากได้อะไร ต้องอ้อนวอนขอร้องลูก พูดดีๆ กับลูก ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ได้อะไรจากลูก เรื่องแบบนี้ก็ได้เห็นแล้วในสังคมสมัยนี้
มองว่าเรื่องนี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ควรที่ทุกคนและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในบ้านเมืองต้องช่วยกันหาทางป้องกันและแก้ไข ถ้าปล่อยไว้สังคมไทยคงสยอง
ผมว่าเรื่องนี้เริ่มได้โดยไม่ต้องรอ โดยเริ่มที่สถาบันครอบครัว พ่อแม่สำคัญที่สุด ต้องคอยอบรมสั่งสอนปลูกฝังลูกในสิ่งที่ดี อย่าให้อำนาจของวัตถุมามีอิทธิพลเหนือความดีงาม ทำให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง ทำให้เขาเห็น อย่าได้แต่สอนแต่ปาก







