
รัฐผลิตแท็บเล็ตยี่ห้อ‘คืนความสุข’ขายราคาถูก
“บิ๊กตู่” ผุดแท็บเล็ตราคาถูกแบรนด์ “คืนความสุข” ขายประชาชน คุยดึงไมโครซอฟท์ กูเกิล ซีเกทผลิต
“บิ๊กตู่” ผุดแท็บเล็ตราคาถูกแบรนด์ “คืนความสุข” ขายประชาชน คุยดึงไมโครซอฟท์ กูเกิล ซีเกทผลิต
นายพรชัย รุจิประภา รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ไอซีทีมีแผนจะผลิตแท็บเล็ตแบรนด์ไทย ภายใต้ชื่อ “คืนความสุข” ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้มีแท็บเล็ตแบรนด์ไทยราคาถูกให้ประชาชนสามารถซื้อหามาใช้งานได้
ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีจะได้ร่วมมือกับผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เช่น บริษัท ซีเกท บริษัท ไมโครซอฟท์ และบริษัท กูเกิล พัฒนาแท็บเล็ตแบรนด์ไทยขึ้น
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นจากการเข้าหารือของสภานักธุรกิจสหรัฐอาเซียน (USABC) ซึ่งมีผู้บริหารไมโครซอฟท์ กูเกิล ซีเกท เข้าร่วมด้วย โดยนักลงทุนกลุ่มนี้ของสหรัฐอเมริกาให้ความสนใจการลงทุนเรื่องไอที และให้ความสนใจกับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลอีโคโนมีของรัฐบาลไทย
“ราคาน่าจะต่ำกว่า 2,0003,000 บาท เพื่อให้ประชาชนที่สนใจซื้อได้ในราคาต่ำ และน่าจะดีกว่าการตั้งงบประมาณซื้อแท็บเล็ตราคาถูกปีละ 5,800 ล้านบาท และใน 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลหมดเงินกับโครงการแจกแท็บเล็ตไปเกือบ 7,000 ล้านบาท แจกนักเรียนไปแล้วกว่า 2.4 ล้านเครื่อง” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายพรชัย ยังกล่าวอีกว่า ไอซีทีจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อออก พ.ร.บ.ดิจิทัล อีโคโนมี ซึ่งจะเป็นกฎหมายฉบับหลักในการควบคุมอำนาจและแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อผลักดันดิจิทัล อีโคโนมี ทั้งหมด โดยจะเห็นรูปธรรมชัดเจนช่วงเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งจะแยกกับกฎหมายทั้ง 13 ฉบับ ที่จะต้องแก้ไข เช่น พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฯลฯ
นายมนู อรดีดลเชษฐ์ หนึ่งในคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี กล่าวว่า ขณะนี้ได้ส่งร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ สนช.พิจารณาแล้ว 23 ฉบับ จากทั้งหมด 13 ฉบับ และกำลังเร่งปรับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เสนอต่อ สนช.เพิ่มเติม ซึ่งกฎหมายดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อประชาชนในหลายด้าน เช่น ด้านสาธารณสุข หากข้อมูลสุขภาพของคนไข้ แพทย์ทุกโรงพยาบาลสามารถดึงจากข้อมูลกลางได้ ก็จะทำให้การรักษาสะดวกและรวดเร็วขึ้น และลดการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปหาประโยชน์ทั้งนี้ ที่ผ่านมาข้อมูลส่วนบุคคลก็ถูกนำไปเผยแพร่หรือขายให้บริษัทต่างๆโดยที่ประชาชนไม่รู้ตัว หากมีกฎหมายฉบับนี้ออกมาจะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้ด้วย แต่ก็ยังหนักใจในการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้อยู่ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานาน ต้องกำหนดกรอบให้ดีๆ ว่าข้อมูลแค่ไหนที่ต้องเข้าถึงได้ ที่สำคัญกฎหมายต้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ เพื่อให้ภาครัฐ เอกชน หรือประชาชาน สามารถนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
นอกจากนี้ ยังเตรียมร่าง พ.ร.บ.อีก 23 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการปรับกระทรวงไอซีทีรวมถึงการเพิ่มกรมอีก 23 กรมในไอซีทีด้วย ขณะที่ความคืบหน้าปรับปรุง พ.ร.ฎ.จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) นั้นกำลังอยู่ระหว่างการหารือกันว่าควรจะเพิ่มบทบาทการทำงานของซิป้าอย่างไรบ้าง







