
เทสโก้จ่อขายหุ้นแบงก์ในเครือ
สื่อแดนผู้ดีรายงาน เทสโก้ ธุรกิจค้าปลีกชื่อดังเตรียมขายธนาคารเทสโก้ เพื่อกอบกู้สถานการณ์ทางการเงิน
สื่อแดนผู้ดีรายงาน เทสโก้ ธุรกิจค้าปลีกชื่อดังเตรียมขายธนาคารเทสโก้ เพื่อกอบกู้สถานการณ์ทางการเงิน
หนังสือพิมพ์ เดอะ เทเลกราฟ สื่อชื่อดังสัญชาติอังกฤษ รายงานว่า บริษัท เทสโก้ พีแอลซี ผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ กำลังเริ่มต้นศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะขายหุ้นบางส่วนของธนาคารเทสโก้ ซึ่งเป็นธุรกิจภาคการเงินในเครือของห้างค้าปลีกชื่อดัง เพื่อนำเงินที่ได้มากู้วิกฤตทางการเงินที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์การดำเนินกิจการตลอด 95 ปี
รายงานระบุว่า เทสโก้อาจจะสามารถระดมเงินได้ราว 500-1,000 ล้านปอนด์ (ราว 2.6-5.2 หมื่นล้านบาท) จากการขายหุ้นในธนาคารเทสโก้ โดยก่อนหน้านี้ธนาคารมีผลประกอบการไม่เป็นที่น่าพอใจ หลังกำไรร่วงมาอยู่ที่ 80 ล้านปอนด์ (ราว 4,167 ล้านบาท) ในปีนี้ จากเดิมที่ 104.7 ล้านปอนด์ (ราว 5,454.84 ล้านบาท) ในปีก่อนหน้า เนื่องจากมีหนี้เสียเพิ่มขึ้น
ขณะที่ เดฟ เลวิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของเทสโก้กำลังถูกกดดันให้พิจารณาเลือกที่จะขายหุ้นในธนาคาร หรือสินทรัพย์บางอย่างของกิจการในเอเชีย รวมถึงสาขาในไทยและเกาหลีใต้ เพื่อพยุงธุรกิจ
ทั้งนี้ เทสโก้ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตหลังจากมีกรณีอื้อฉาวในการแจ้งบัญชีกำไรเกินจริงในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งมากถึง 263 ล้านปอนด์ (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูง 8 คนต้องถูกสั่งพักงาน และถูกนักลงทุนจ้างสหรัฐฟ้องร้องเรื่องความผิดปกติทางบัญชี
ด้าน มูดี้ส์ สถาบันการจัดอันดับเครดิต เปิดเผยว่า อาจมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของเทสโก้ไปอยู่ที่ระดับ “ขยะ” หากเทสโก้ยังไม่มีแผนกลยุทธ์ที่จะจัดการกับวิกฤตในครั้งนี้ โดยปัจจุบันมูดี้ส์จัดอันดับให้เทสโก้อยู่ที่ระดับ Baa3 ซึ่งเป็นอันดับเหนือระดับขยะ 1 อันดับเท่านั้น
ขณะที่สำนักงานสืบสวนคดีทุจริตร้ายแรง (เอสเอฟโอ) ของอังกฤษเริ่มต้นการสืบสวนกรณีอื้อฉาวดังกล่าวอย่างเป็น ทางการเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ธนาคารเทสโก้เป็นธนาคารเพื่อธุรกิจรายย่อย โดยก่อนหน้านี้ เครือเทสโก้กับธนาคาร รอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ (อาร์บีเอส) ถือหุ้นฝ่ายละ 50% ต่อมาภายในปี 2008 เครือเทสโก้ตัดสินใจซื้อหุ้น 50% ในส่วนของอาร์บีเอสเป็นมูลค่า 1,000 ล้านปอนด์ ทำให้เทสโก้เป็นผู้ถือหุ้น 100% ในธนาคารดังกล่าว







