posttoday
โค้งสุดท้ายเช่าซื้อรถ ซิ่งไม่ออก

โค้งสุดท้ายเช่าซื้อรถ ซิ่งไม่ออก

31 ตุลาคม 2557

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

โดย...ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

ทำใจเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วสำหรับบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย ที่คาดว่าในปีนี้ยอดการการปล่อยสินเชื่อจะเติบโตเพียง 01% เท่านั้น จากปกติที่ในแต่ละปีจะเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักมาโดยตลอด ซึ่งก็สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ที่ทำได้เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้านั้นได้เพียง 0.01% หรือมียอดขาย 6.8 หมื่นคันเท่านั้น

แต่หากเป็นยอดขายรถยนต์โดยรวมในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้แล้ว จะลดลงไปจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 37% หรือทำยอดขายได้ 6.4 แสนคันเท่านั้น ซึ่งก็ย่อมส่งผลให้ธุรกิจต่อเนื่องอย่างธุรกิจเช่าซื้อต้องได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปีนี้ก็คงไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นมากนัก

เนื่องจากปัจจัยหลัก ทั้งเรื่องของปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังมีอยู่เดิม ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ที่ลดลงของผู้บริโภค ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทำให้ภาพโดยรวมกำลังซื้อยังไม่กลับมา ยอดขายรถป้ายแดงจึงฝืดๆอย่างที่เห็น

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเช่าซื้อก็เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเข้าไปอีก เพื่อหวังลดปัญหาหนี้เสีย ก็ยิ่งเป็นตัวซ้ำเติมให้ยอดขายรถยนต์ย้ำแย่ขึ้นไปอีก เมื่อมีคนอยากซื้อแต่เครดิตไม่ได้ ฐานะการเงินไม่ดี ขอกู้เงินก็ไม่ผ่าน รถป้ายแดงก็ต้องอดไป

นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย กล่าวว่า นอกจากปัจจัยลบด้านหนี้ครัวเรือนแล้ว ก็ยังมีปัจจัยลบจากโครงการรถคันแรกที่ทำให้เกิดแรงซื้อล่วงหน้าจำนวนมาก และยังส่งผลกระทบทำให้ตลาดรถยนต์มือสองมีราคาต่ำลง โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็กและขนาดกลางที่จับกลุ่มลูกค้าเดียวกับผู้ซื้อในโครงการรถคันแรก

ในขณะที่รายได้ที่ลดลงในกลุ่มเกษตรกรที่เผชิญกับปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ โดยเฉพาะข้าวและยางพารา จึงส่งผลต่อยอดขายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ประกอบกับสถาบันการเงินเองก็เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นเพื่อลดปัญหาหนี้เสีย จึงกดดันให้สถานการณ์ตลาดรถยนต์ในประเทศยังคงอยู่ในภาวะที่ชะลอตัวอย่างรุนแรงต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปียังมีงานใหญ่ของแวดวงยานยนต์ที่พอจะต่อลมหายใจให้กับค่ายรถยนต์และผู้ประกอบการเช่าซื้ออยู่บ้าง โดยผู้จัดงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โป 2014” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 พ.ย. ถึงวันที่ 10 ธ.ค.นี้ คาดว่าตลอดรถระยะเวลา 12 วันนี้ จะมียอดขายรถป้ายแดงถึง 5 หมื่นคัน เฉลี่ยคันละ 1 ล้านบาท ก็มีเงินสะพัดมากถึง 5 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น เชื่อว่าทั้งค่ายรถยนต์และผู้ประกอบการเช่าซื้อ ต่างก็ต้องอัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายเพื่อดึงลูกค้าอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ ลด แลก แจก แถม ดาวน์หรือดอกเบี้ย 0% ซึ่งหากดูแล้วเหมือนกับว่ายอดขายที่ประมาณการณ์ไว้ 5 หมื่นคันจะสูง แต่ถ้าเทียบกับยอดขายรถยนต์ที่ประมาณไว้ตลอดปีนี้ที่ 8.69 แสนคันแล้ว ก็เป็นยอดขายเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และเมื่อกระจายออกไปยังแต่ละผู้ประกอบการเช่าซื้อ ทั้งบริษัทในเครือค่ายผู้ผลิตรถยนต์ หรือผู้ประกอบการเช่าซื้อภายนอก ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นให้แต่ละลายก็คงไม่ได้มากมายนัก

และก็ใช่ว่าลูกค้าที่ต้องการขอสินเชื่อเช่าซื่อรถทุกคนจะผ่านการอนุมัติทั้งหมด ในเมื่อทางผู้ประกอบการเช่าซื้อเองก็ยังคงความเข้มงวดในการให้สินเชื่อเหมือนเดิม แถมจะยิ่งเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นด้วยซ้ำ สอดคล้องกับข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุว่าตัวเลขหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลของสถาบันการเงินทั้งระบบ เมื่อสิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มียอดคงค้างทั้งสิ้น 2.90 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.5% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 1.09 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.9% เมื่อเทียบกับยอดคงค้าง ณ สิ้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมาที่มี 2.78 แสนล้านบาท หรือ 2.4% ของสินเชื่อรวม

ขณะเดียวกันตัวหนี้ครัวเรือนในปัจจุบันก็สูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 83% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ซึ่งแม้แต่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ออกมาระบุว่า อย่าไปตั้งความหวังว่าภายใน 12 ปีนี้ ตัวหนี้ครัวเรือนจะลดลงได้ง่ายๆ เพราะเป็นไปไม่ได้ ต้องใช้เวลาและการแก้ไขที่ดีต้องแก้ด้านรายได้ ไม่ให้มุ่งแก้หนี้ด้วยหนี้

เป็นการส่งสัญญาณให้สถาบันการเงินทั้งหลายต้องใช้ความระมัดระวังในการให้สินเชื่อมากขึ้น แม้สินเชื่อนั้นจะมีรถยนต์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ตาม เพราะหากเกิดเป็นเอ็นพีแอลขึ้นมา รถที่ยึดไปขายถอดตลาดได้ก็ยังไม่คุ้มกับมูลหนี้หรือต้องฟ้องร้องดำเนินคดีกันอีก ซึ่งย่อมส่งผลต่อผลดำเนินงานของสถาบันการเงินอย่างเลี่ยงไม่ได้ และคงไม่คุ้มกับความเสี่ยที่เกิดขึ้น

จากปัจจัยทั้งหมดนี้ แม้จะมีเวลาเหลืออีก 2 เดือน ก็คงไม่ช่วยให้ธุรกิจเช่าซื้อสดใสเหมือนกับช่วง 12 ปีก่อนหน้านี้ได้ ที่สำคัญคาดว่ายังคงได้รับผลกระทบจากโครงการรถยนต์คันแรกไปอีกอย่างน้อย 34 ปี เพราะนอกจากกำลังซื้อจะถูกดึงจากอนาคตมาแล้ว เจ้าของรถยนต์คันแรกเองก็ยังติดเงื่อนไขกับกระทรวงการคลังที่ห้ามขายรถทิ้งก่อนภายใน 5 ปีอีกด้วย

ไม่เช่นนั้นหากขายรถทิ้งก่อนเวลาที่กำหนด ก็ต้องหาเงินแสนที่ได้สิทธิ์คืนภาษีไปก่อนหน้านี้ มาคืนกระทรวงการคลังด้วย ซึ่งก็คงมีสัดส่วนที่น้อยมากที่จะมีใครทำเช่นนั้น ทำให้เจ้าของรถคันแรกที่มีอยู่ประมาณ 1.2 ล้านคัน ต้องปิดประตูซื้อรถใหม่ไปโดยอัตโนมัติ

ปัจจัยทั้งหมดนี้จึงส่งผลให้ต้องปิดฉากธุรกิจเช่าซื้อในปีนี้เร็วกว่ากำหนด และคงต้องไปรอลุ้นอีกทีในปีหน้า มาตรการต่างๆที่รัฐบาลกำลังจะเข็นออกมาอีกหลายยก จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว จนสามารถสร้างกำลังซื้อหน้าใหม่ให้ธุรกิจเช่าซื้อกลับมาคึกคักได้อีกครั้งหรือไม

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่