
อนาคตพลังงาน
อยู่ไม่ไหวแล้วสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติของไทยที่นับวันจะร่อยหรอลง
อยู่ไม่ไหวแล้วสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติของไทยที่นับวันจะร่อยหรอลง อีกทั้งราคาก๊าซในตลาดโลกก็ยังมีความผันผวนสูง และคิดเป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่มีราคาแพง ด้วยเหตุฉะนี้กระทรวงพลังงานจึงคิดเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินขึ้นเป็น 30% จากเดิมที่ 20% พร้อมกับจะมีการซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้าน
ถ้ามองในด้านสิ่งแวดล้อมก็ต้องบอกว่าเป็นความคิดที่ไม่ถูกนักกับการหันไปใช้พลังงานจากถ่านหินในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น แต่ทว่าสถานะของประเทศไทยในขณะนี้ เรียกได้ว่ากำลังเดินทางสู่ทางตันในด้านพลังงาน
เพราะว่ากระแสในประเทศไทยยังถือว่าเป็นลบและไม่เห็นด้วยนักกับการหันมาใช้พลังงานจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าสะอาดที่สุดและถูกที่สุด เพราะแร่ยูเรเนียมที่นำมาผลิตไฟฟ้านั้นมีราคาถูก และมีความผันผวนน้อยมาก ทำให้การควบคุมต้นทุนการผลิตและราคาไฟฟ้าจะมีราคาถูกกว่า
ดังนั้นก็ต้องจำยอมกันไปครับกับการใช้พลังงานถ่านหิน ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพลังงานที่ไม่สะอาดประเภทหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอน อันเป็นสาเหตุของภาวะเรือนกระจกที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้น
แต่น่าสนใจตรงที่ในการปรับนโยบายด้านพลังงานของไทยในครั้งนี้ ปรากฏว่านอกเหนือจากจะเพิ่มการใช้พลังงานจากถ่านหินแล้ว เรายังจะซื้อพลังงานจากเพื่อนบ้านมากขึ้น
นั่นย่อมหมายความว่า ไทยเราฝากความหวังด้านความมั่นคงทางพลังงานไว้กับเพื่อนบ้านมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก
ในปัจจุบันไทยซื้อพลังงานจากพม่าและลาว และในอนาคตอาจจะมีการซื้อจากกัมพูชาอีก เรียกได้ว่าหลังจากนี้ไปอนาคตไฟฟ้าไทยจะไปอยู่ในดินแดนเพื่อนบ้านรอบประเทศกันทีเดียว
ตรงนี้ล่ะครับที่ถือว่าเป็นความเสี่ยงของประเทศไทยที่มากเกินไป ความมั่นคงทางพลังงานถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ วันหนึ่งวันใดลาวไม่พอใจขึ้นมา พม่าไม่พอใจขึ้นมา ไฟฟ้าในประเทศไทยก็อาจจะสะดุดได้
ลองสังเกตจะเห็น ในประเทศอุตสาหกรรมและชาติพัฒนาแล้วทั้งหลายต่างให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานอย่างมาก ไม่ว่าจะสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี หรือญี่ปุน
ในญี่ปุ่นนั้น หลังจากวิกฤตนิวเคลียร์ที่ฟูกุชิมาในช่วงต้นปี 2011 นั้น ได้ทำให้ญี่ปุ่นต้องยอมกัดฟันปิดโรงนิวเคลียร์ทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยทั้งหมด ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นต้องประสบกับภาวะขาดดุลการค้ามหาศาลหลังจากนั้น เพราะญี่ปุ่นต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศมาทดแทนพลังงานจากนิวเคลียร์ที่ขาดหายไปครับ
ถือเป็นช่วงภาวะที่ความมั่นคงทางพลังงานของญี่ปุ่นหายไป และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
ประเทศไทยจะเลือกรูปแบบการผลิตพลังงานไฟฟ้าแบบใดก็ได้ตามที่คนในประเทศไทยต้องการ ไม่ว่าจะจากก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมัน ซึ่งอาจจะมีราคาแพง หรือจากถ่านหินที่อาจจะไม่สะอาดนัก หรืออาจจะเป็นนิวเคลียร์ที่มีความมั่นคงที่สุด แต่ก็ไม่น่าสบายใจนัก
แต่สิ่งสุดท้ายที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดก็คือ ไทยจะต้องมีความมั่นคงทางด้านพลังงานครับ ไม่ใช่มัวแต่พึ่งพาเพื่อนบ้านไปรอบตัวแบบนี้







