
รื้อระบบพรรคสกัดนายทุน
เริ่มนับหนึ่งปรับโฉมหน้าประเทศไทย หลังมีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เข้ามาทำหน้าที่
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เริ่มนับหนึ่งปรับโฉมหน้าประเทศไทย หลังมีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เข้ามาทำหน้าที่
“สมบัติ ธำรงธัญวงศ์” อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ฉายภาพกับโพสต์ทูเดย์ให้เห็นอุปสรรคก่อนเกิดรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะการรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ
อาจารย์สมบัติ บอกว่า จำเป็นต้องคิดวิธีทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ภายใน 60 วัน ตามรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่ง สปช.ต้องแบ่งเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) ชุดต่างๆ อย่างน้อย 11 ด้าน ตามมาตรา 27 เพื่อรับฟังความเห็นประชาชน หรือตั้งคณะกรรมการ เช่น 1.ตั้งชุดจัดทำประเด็นเกี่ยวข้องกับสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญและมอบให้สำนักงานสถิติแห่งชาติไปรวบรวม
2.ตั้งคณะรับฟังความเห็นผ่านทางโทรศัพท์หรือโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ โดยมีทีมงานรวบรวมประเด็น เพื่อนำมากลั่นกรองก่อนเสนอให้ กมธ.ยกร่าง ส่วนอีกวิธีหนึ่งมองว่าได้ผล คือ ให้สมาชิก สปช.ทั้ง 77 จังหวัด ไปจัดตั้งคณะทำงานรับฟังความเห็นแล้วนำข้อมูลที่ได้มาหารือในที่ประชุมใหญ่ สปช.ให้ความเห็นชอบก่อนส่งต่อ กมธ.ยกร่าง
อาจารย์สมบัติ ยืนยันว่า ความเห็นที่ได้จึงไม่ใช่ สปช. 250 คน แต่มาจากประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งสำคัญมาก เพราะหากไม่ทำอาจถูกตำหนิได้ แต่ให้ดีกว่านี้ ส่วนตัวเสนอให้ทำเป็นร่าง พ.ร.บ.หรือร่างกฎหมายให้ที่ประชุมใหญ่ สปช.พิจารณา ถ้าผ่านความเห็นชอบแล้วก็ส่ง สนช.จะทำให้ปฏิรูปเร็วขึ้น มีโอกาสบรรลุตามเป้าหมายในระยะเวลา 1 ปี หากติดขัดอะไรก็ไปว่ากันข้างหน้า
อาจารย์สมบัติ บอกว่า สิ่งที่อยากทำภายหลังได้รับเลือกเข้ามา คือ ปฏิรูปด้านการเมือง เช่น 1.ทำให้พรรคการเมืองเป็นของประชาชนไม่ใช่นายทุน 2.ทำให้การเลือกตั้งไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะตราบใดยังมีอยู่ คือ ธนาธิปไตย ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ต้องช่วยกันคิด
นอกจากนี้ เรื่องปฏิรูปโครงสร้างการเมืองถือว่าสำคัญ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาล ฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ผ่านมา สส.เป็นคนเลือกนายกฯ ทำให้เกิดการซื้อสิทธิขายเสียง จึงคิดใหม่ให้ สส.ทำหน้าที่นิติบัญญัติและตรวจสอบฝ่ายบริหาร ไม่ให้เลือกนายกฯ และให้ประชาชนทำแทน แต่จะลดปัญหาได้หรือไม่ต้องคุยอีกรอบ
“แทนที่จะให้เลือกนายกฯ โดยตรง เป็นเลือกพรรคการเมืองแทน ซึ่งวิธีการอยากให้พรรคไหนจัดตั้งรัฐบาลก็เลือกพรรคนั้น พรรคไหนมีคะแนนอันดับหนึ่งเกินครึ่งผู้มาใช้สิทธิ จัดตั้งรัฐบาลและหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ มีอำนาจเสนอบุคคลเป็นคณะรัฐมนตรี เพราะถือว่ามาจากประชาชนแต่ผ่านพรรค”
ส่วนพรรคได้รับเลือกตั้งอันดับหนึ่งแต่คะแนนไม่เกินครึ่งผู้มาใช้สิทธิ ให้เลือกตั้งรอบ 2 โดยเอาพรรคอันดับ 1 และ 2 มาเลือกตั้งกันใหม่ ถ้าทำแบบนี้การซื้อสิทธิขายเสียงจะยากขึ้น ซึ่งมีหลายประเทศใช้ระบบนี้ เช่น บราซิล ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย และอย่ากลัวเรื่องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
“เพื่อให้มั่นใจว่าผู้นำประเทศเป็นรัฐบาลมีประชาชนมากกว่าครึ่งสนับสนุนก็จะมีเสถียรภาพ ถ้าหัวหน้าพรรคตายหรือลาออก ให้พรรคเลือกตั้งหัวหน้าพรรคใหม่ แล้วให้หัวหน้าพรรคคนใหม่เป็นนายกฯ ยกเว้นถูกถอดถอน เท่ากับหมดสิทธิเป็นรัฐบาลทั้งพรรค และให้พรรคอันดับ 2 มาทำหน้าที่รัฐบาลโดยไม่ต้องเลือกตั้งซ่อมใหม่”
อาจารย์สมบัติ บอกว่า จะเห็นว่าฝ่ายบริหารแยกออกจากฝ่ายนิติบัญญัติ แต่มีบางส่วนมองว่าถ้าฝ่ายบริหารไม่ได้คุมเสียงข้างมากในรัฐสภาจะมีปัญหาการบริหารประเทศ ซึ่งคิดว่าการผ่าน พ.ร.บ.หากพรรคได้จัดตั้งรัฐบาลแต่เสียงไม่เกินครึ่ง อาจหาพรรคอื่นมาสนับสนุนในเรื่องออกกฎหมาย ยกเว้นกฎหมายงบประมาณ
“ต้องกำหนดในรัฐธรรมนูญเรื่องงบประมาณประจำปี ให้ฝ่ายบริหารต้องเสนอผ่านสภาให้ความเห็นชอบ และสภาไม่มีอำนาจเสนอปรับเพิ่ม แต่ปรับลดได้ไม่เกิน 10% สมมติภายใน 3045 วัน สภาต้องให้ความเห็นชอบ หากไม่ถือว่ากฎหมายงบประมาณเอาไปประกาศใช้ได้ จะไม่เกิดการตีรวนต้องเขียนให้ชัด ทำให้การเลือกตั้งใช้เงินซื้อเสียงน้อยลง แล้ว สส.ไม่มีอำนาจข่มขู่รัฐบาล”
นอกเหนือจากนี้ การเลือกตั้ง สส.ทำอย่างไรให้ลดอิทธิพลการซื้อสิทธิขายเสียง ในอดีตมี สส. 2 ประเภท คือ บัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้ง เพราะคิดว่าการมี สส.บัญชีรายชื่อจะได้ผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาทำงานไม่ยึดติดพื้นที่ แต่จริงๆ กลับไม่ใช่ กลายเป็นเครื่องมือของหัวหน้าพรรค ผู้มีอิทธิพล นายทุน จึงจำเป็นต้องคิดใหม่
การเลือก สส.เขตเดียวคนเดียวหลักการวันแมนวันโหวตมันถูก เมื่อไปใช้กับเขตเล็กทำให้ซื้อง่าย อาจต้องทำให้เขตใหญ่ขึ้นหรือเอาจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ยังใช้หลักการวันแมนวันโหวตเลือกได้คนเดียว โดยเอาคะแนนมาเรียงลำดับจะทำให้ซื้อยากขึ้น แม้กระทั่งประเทศที่จนกว่าประเทศไทย เช่น อินโดนีเซีย ยังทำ เพราะดีกว่าได้คนโกงมาบริหาร







