
ขุมทรัพย์พลังงานของร้อนรัฐบาลประยุทธ์
มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติที่เปิดให้สำรวจแหล่งปิโตรเลียมรอบที่ 21 เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนของประเทศไทยในระยะอันใกล้
มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติที่เปิดให้สำรวจแหล่งปิโตรเลียมรอบที่ 21 เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนของประเทศไทยในระยะอันใกล้
แม้ ณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน จะชี้แจงว่าการเปิดสัมปทานรอบใหม่ในครั้งนี้เป็นการส่งมอบ นโยบายต่อจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย
คุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า การเปิดให้มีการค้นหาแหล่งปิโตรเลียมรอบใหม่ 29 แปลง เพราะในปี 2561 ไทยจะประสบกับปัญหาขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ และจำเป็นต้องเสียเงินตราในการนำเข้าพลังงาน
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะลงนามเชิญชวนให้มีการมาขอสัมปทานแล้ว และขั้นตอนหลังจากนี้จะเปิดให้มีการยื่นขอสัมปทานจนถึงวันที่ 18 ก.พ. 2558 นี้ โดยจะมีการจัดเก็บค่าภาคหลวงและภาษีในอัตราที่เหมาะสมต่อการจูงใจให้เอกชนมาสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียม และต้องมีการสนับสนุนเงินเพื่อการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่นเพิ่มเติมอีกด้วย
คุรุจิต ชี้แจงอีกว่า ปัจจุบันไทยต้องนำเข้าพลังงานมูลค่าปีละกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยนำเข้าน้ำมันดิบประมาณ 85% และก๊าซธรรมชาติประมาณ 15% ของความต้องการใช้ภายในประเทศ
ขณะที่ภาคการผลิตไฟฟ้าต้องพึ่งก๊าซธรรมชาติเกือบ 70% ของเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตทั้งหมดของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสวนทางกับปริมาณสำรองที่ต่ำลงเรื่อยๆ หากไม่สามารถจัดหาปริมาณสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าวได้ ไทยอาจต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงาน หรือต้องสูญเสียเงินตราในการนำเข้าพลังงานในรูปแบบอื่นที่จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง
ดังนั้น เพื่อเป็นทางออกของประเทศโดยการเพิ่มโอกาสในการค้นหาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆ กระทรวงพลังงาน โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จึงได้ประกาศเชิญชวนให้มีการยื่นคำขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจต่างๆ เขตพื้นที่บนบกและในทะเลอ่าวไทย แบ่งเป็น ภาคเหนือและภาคกลาง 6 แปลง พื้นที่ 5,458.91 ตร.กม. และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 แปลง พื้นที่ 49,196.40 ตร.กม. แปลงในอ่าวไทย 6 แปลง พื้นที่ 11,808.20 ตร.กม.
สำหรับการประกาศเชิญชวนให้ยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ผู้สนใจต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมาย คือ เป็นบริษัทที่มีทุน เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ และผู้เชี่ยวชาญเพียงพอที่จะสำรวจ ผลิต ขาย และจำหน่ายปิโตรเลียม สามารถยื่นเอกสารหลักฐานตามประกาศกระทรวงพลังงาน ภายในวันที่ 18 ก.พ.2558 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
คุรุจิต ยืนยันว่า การเปิดสัมปทานเป็นการสร้างทางออกของประเทศในการหาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆ ซึ่งไทยเปิดสัมปทานครั้งล่าสุดเมื่อ 7 ปีที่แล้ว มีทั้งหมด 28 แปลง ที่ผ่านมาได้ทยอยคืนแปลงสำรวจกลับมา 18 แปลง เนื่องจากไม่พบแหล่งปิโตรเลียม โดยปัจจุบันมีแปลงสัมปทานเพียง 1 แห่งเท่านั้นที่มีปริมาณก๊าซแค่ 0.05 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต
ขณะเดียวกัน กลุ่มเครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงานภาคใต้ ประกอบด้วย จ.นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และกระบี่ เครือข่ายผู้เดือดร้อนจากน้ำมันแพงจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดทั้งกลุ่มเครือข่ายต่างๆ ได้ยื่นหนังสือผ่านศูนย์ดำรงธรรมแต่ละจังหวัดถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ขอให้ยกเลิกสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 หากไม่ฟังเสียงท้วงติงจากภาคประชาชนก็จะเคลื่อนไหวเชิงรุกกดดันรัฐบาลต่อไป
ด้านกลุ่มต่อสู้พลังงานภาคประชาชน นำโดย พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ซึ่งได้เดินทางไปยังสำนักพระราชวังเพื่อยื่นถวายฎีกาแล้ว ประกาศว่าจะรวมตัวกันฟ้องต่อศาลปกครองด้วย
การเปิดขุมทรัพย์พลังงานของประเทศครั้งนี้กลายเป็นของร้อนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไปแล้ว







