
กก.สิทธิฯพบเบาะแส2มือฆ่าฝรั่งเกาะเต่าส่อถูกซ้อม
กรรมการสิทธิฯเผยพบเบาะแส 2 คน ร้ายฆ่าฝรั่งเกาะเต่าส่อถูกซ้อม เรียกทีมสืบสวนแจง 27 ต.ค. พร้อมขอเอ็กซ์เรย์ผู้ต้องหา
กรรมการสิทธิฯเผยพบเบาะแส 2 คน ร้ายฆ่าฝรั่งเกาะเต่าส่อถูกซ้อม เรียกทีมสืบสวนแจง 27 ต.ค. พร้อมขอเอ็กซ์เรย์ผู้ต้องหา
เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ศ.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ พร้อม นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เชิญ พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผู้กำกับการสภานีตำรวจภูธรเกาะพงัน เข้าให้ชี้แจ้งกรณีได้รับหนังสือร้องเรียนที่ 540/2557 ในเรื่องของการซ้อมเเรงงานต่างด้าวชาวพม่า 2 ราย ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ โดยมี พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าร่วมให้คำชี้แจงด้วย
โดยในที่ประชุมได้มีการพูดถึงเรื่องของการสืบสวนตัวผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว โดยเป็นห่วงถึงการซ้อมผู้ต้องหาให้ยอมรับสารภาพ ซึ่งถือว่าขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ซึ่งในระหว่างที่ประชุมได้มีการเชิญสื่อมวลชนออกนอกห้องประชุมก่อน เพราะเกรงว่าคำชี้แจงของทางตำรวจ อาจเกี่ยวข้องกับสำนวนของรูปคดี โดย พ.ต.อ.ประชุม ได้มีการกล่าวในที่ประชุมว่า รู้สึกยินดีที่ทางกรรมการสิทธิฯได้เรียกตนให้เข้าชี้แจง เพราะสามารถตอบคำถามในเรื่องที่คณะกรรมการฯหรือประชาชนสงสัยได้ และในวันนี้ก็ได้เตรียมหลักฐานพร้อมชี้แจงด้วย
ด้าน นพ.นิรันดร์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกันกับนายมาร์ค เค้น เอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในวันพุธที่จะถึงนี้จะเข้าพบเอกอัคราชทูตพม่าประจำประเทศไทย โดยอาจจะได้มีการพบกับญาติของผู้ต้องหาทั้งสองราย เพื่อสอบถามถึงกรณีดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตามในวันนี้ได้มีการเชิญอัยการที่ดีสำนวนในคดีนี้มาให้คำชี้แจงด้วย เเต่เนื่องจากทางอัยการติดภารกิจด่วน จึงไม่สามารถเข้าชี้แจงได้ เเละได้ขอเลื่อนให้คำชี้แจงในสัปดาห์หน้า
ต่อมาหลังเสร็จการประชุม นพ.นิรันดร์ แถลงว่า วันนี้พิจารณาเรื่องมีการร้องมายังกรรมสิทธิฯให้ตรวจสอบพฤติกรรมการซ้อมทรมานบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องหา 2 และอีกคำร้องเป็นการซ้อมแรงงามข้ามชาติ ก่อนที่จะเข้ารับการตรวจดีเอ็นเอ วันนี้ได้เชิญพ.ต.อ.ประชุม และพญ.คุณหญิงพรทิพย์ กับทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ลงไปในพื้นที่ร่วมคณะกรรมการสิทธิในวันจันทร์ที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา
จากการที่เรารับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย ทั้งจากตำรวจในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลว่าในกระบวนการเข้าไปสืบสวน สอบสวน เรื่องคดีฆาตกรรมที่เกาะเต่าปรากฏว่า ช่วงแรกมีหน่วยงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติหลายหน่วยงานที่เข้าไปดำเนินการสืบสวน ประกอบด้วยหน่วยงานสืบสวนในท้องที่เอง หน่วยงานสืบสวนระดับจังหวัด หน่วยงานสืบสวนในระดับภาค8 และหน่วยงานสืบสวนของส่วนกลาง ตำรวจน้ำ ตำรวจท่องเที่ยว รวมถึงตำรวจจากกองปราบปราม โดยแต่ละหน่วยงานก็ระดมมีสืบสวนของตัวเองลงไปไม่ใช่เฉพาะตำรวจของสภ.อ.เกาะพงัน เท่านั้น
โดย พ.ต.อ.ประชุม ได้ชี้แจงข้อมูลว่า ไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงหรือแทรกแซงในส่วนการสืบสวนของหน่วยงานต่างๆที่ลงพื้นที่ได้ ขณะที่ในส่วนของผู้ที่รับผิดชอบตั้งแต่รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ โดยคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบนครบาล เป็นผู้เข้าไปรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงในภายหลัง เพื่อจัดระบบการสอบสวนให้เป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นการลงไปภายหลังที่มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวพม่าทั้ง 2 คน ดังนั้น ในวันจันทร์ที่27 ต.ค.นี้ คณะอนุกรรมการจะได้เชิญตำรวจที่ไปสอบสวนทุกทีมที่ลงสอบสวน ซึ่งประกอบด้วยตำรวจของแต่ละทีม รวมทั้งพล.ต.ต.ปวีณ และพล.ต.ต.สุวัฒน์ มาให้ข้อเท็จจริงว่ากระบวนการในการสืบสวนของทีมตำรวจมีรายละเอียดการสืบสวนเกี่ยวข้องกับการซ้อมทรมานหรือเปล่า
อย่างไรก็ตาม ในส่วนทางหน่วยทีมนิติวิทยาศาสตร์ที่ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 13ต.ค.ได้ข้อเท็จจริงจากการที่มีล่าม รวมทั้งได้พูดคุยกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนโดยตรง ได้ข้อสรุปว่าโดยแพทย์ของทีมได้ข้อมูลจากผู้ต้องหา2 คนสอดคล้องตรงกันว่าน่าจะมีพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ซึ่งยังไม่ระบุชัดว่าเป็นทีมใดที่มีพฤติกรรมในการซ้อมผู้ต้องหาทั้ง 2คน ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะตรวจสอบรายละเอียดต่อไป
แพทย์ได้ให้ข้อมูลว่าได้รับทราบจากผู้ต้องหาว่ามีพฤติกรรมในเรื่องการทุบตี ทำร้าย ตลอดจนใช้ถุงพลาสติคคลุมศีรษะ ขณะที่ทีมแพทย์ที่ลงไปตรวจยืนยันว่าไม่พบรอยแผลหรือฟกช้ำที่ผิวหนัง แต่จากการตรวจร่างกายพบว่ามีจุดกดเจ็บที่บริเวณหน้าอกของผู้ต้องหา 1 คน ดังนั้น คณะกรรมการสิทธิฯจะทำหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำให้ทำการเอ็กซ์เรย์ทรวงอกเพื่อตรวจสอบหาร่องรอยบาดเจ็บหลงเหลือโดยดูจากพยาธิสภาพกระดูก เพราะร่างกายคงไม่หลงเหลือแล้ว แต่ต้องทำเพราะมีประวัติชี้นำว่า ผู้ต้องหาถูกกระทำ ซึ่งขณะนี้ถือว่าช้าก็ต้องทำ เนื่องจากทราบว่าควบคุมตัวผู้ต้องหาตั้งแต่คืนวันที่ 1ต.ค.ที่ผ่านมา
นพ.นิรันดร์ ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิ์ฯไม่มีผลเกี่ยวข้องกับเรื่องผู้ต้องหากระทำผิดจริงหรือไม่เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่กรรมการสิทธิฯทำหน้าที่เมื่อมีการร้องเข้ามาให้เราตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิชีวิตและความปลอดภัยเรื่องการถูกซ้อมและทรมานจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งตรงกับอนุสัญญาที่ประเทศไทยลงนามไว้ว่าด้วยเรื่องการซ้อมและทรมาน
“ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนของตำรวจหลายชุดประมาณ 7-8ทีม กระจายกันลงไปทำหน้าที่ จึงประเมินช่วงเวลาไม่ได้ ซึ่งน่าจะเกิดช่วงแต่ละชุดลงไปว่ามีการกระทำตามที่ผู้ต้องหากล่าวหาจริงหรือไม่ จึงเชิญมาชี้แจงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขณะที่ผู้กำกับสภ.อ.เกาะพงัน ยืนยันว่าในช่วงที่ควบคุมตัวผู้ต้องหามาที่สภ.อ.ไม่มีแน่นอน เพราะกระบวนการสอบสวนได้ประสานให้มีทีมทนายมาร่วม”นพ.นิรันดร์กล่าว







