
วิกฤตอีโบลา
ความวิตกกังวลต่อการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลานั้นทวีความรุนแรงขึ้นทุกที เมื่อมีการติดเชื้อขึ้นในแผ่นดินสหรัฐ โดยเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาล 2 คน ที่ดูแลผู้ป่วยอีโบลาคือ โธมัส อิริค ดันแคน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานว่าหนึ่งในเจ้าหน้าที่พยาบาลได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบิน 1 วัน ก่อนที่จะได้รับคำยืนยันว่าติดเชื้อ ยิ่งทำให้เกิดความหวาดผวาว่าจะมีคนติดเชื้อต่อไปอีกจำนวนมาก ถึงกับทำให้สหรัฐเปิดสายด่วนรับแจ้งเหตุกันแล้ว
ความวิตกกังวลต่อการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลานั้นทวีความรุนแรงขึ้นทุกที เมื่อมีการติดเชื้อขึ้นในแผ่นดินสหรัฐ โดยเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาล 2 คน ที่ดูแลผู้ป่วยอีโบลาคือ โธมัส อิริค ดันแคน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานว่าหนึ่งในเจ้าหน้าที่พยาบาลได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบิน 1 วัน ก่อนที่จะได้รับคำยืนยันว่าติดเชื้อ ยิ่งทำให้เกิดความหวาดผวาว่าจะมีคนติดเชื้อต่อไปอีกจำนวนมาก ถึงกับทำให้สหรัฐเปิดสายด่วนรับแจ้งเหตุกันแล้ว
อาจจะดูเหมือนว่าการระบาดของอีโบลานั้นห่างไกลประเทศไทย จะบอกว่าห่างก็ได้ จะว่าใกล้ก็ได้ครับ เพราะในความเป็นจริงโลกนี้เดินทางไปมาหาสู่กันได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงด้วยการเดินทางทางเครื่องบินนี่เอง ซึ่งยิ่งทำให้ความเสี่ยงของการระบาดไปทั่วโลกนั้นถือว่ามีความเป็นไปได้เช่นกัน
แต่กระนั้น ก็ต้องเข้าใจว่า อีโบลานั้นมีความต่างจากโรคระบาดอื่นๆ เช่น โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือไวรัสซาร์ส ที่เคยระบาดเมื่อต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งโรคซาร์สนั้นติดต่อกันทางเดินระบบหายใจ ทำให้การระบาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่อีโบลานั้นติดต่อกันผ่านทางสัมผัสทางสารคัดหลั่งของมนุษย์
พูดง่ายๆ ก็คือ หมั่นรักษาความสะอาด ไม่สัมผัสกับผู้ป่วย ก็มีโอกาสติดน้อยกว่าครับ
แต่เพราะเหตุใดในแอฟริกาตะวันตกการระบาดยังคงเกิดขึ้นอยู่ นั่นเป็นเพราะประชาชนหวาดเกรงว่าจะถูกทางการแยกตัวออกไป ดังนั้นบ้านไหนที่มีผู้ป่วยอีโบลาอยู่ ก็จะแอบรักษากันเองในบ้าน ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ อีกทั้งเมื่อผู้ป่วยเสียชีวิตลงก็ทำการฝังร่างกันเองอีก ยิ่งทำให้การระบาด การติดเชื้อเกิดขึ้นได้ง่ายมาก
ความไม่ไว้ใจและความกลัว คือสาเหตุหลักที่ทำให้อีโบลาในแอฟริกาตะวันตกไม่สามารถหยุดยั้งได้ในขณะนี้ครับ
ขณะที่กรณีของการติดเชื้อในสหรัฐของเจ้าหน้าที่พยาบาลนั้น ก็เป็นเพราะว่าเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ดูแลผู้ติดเชื้อนั้นอาจจะไม่ปฏิบัติตามกฎการดูแลผู้ป่วยอีโบลา มีรายงานว่าพยาบาลคนแรกนั้นได้รับการเทรนเพียง 1 วันเท่านั้นก่อนที่จะมาดูแล โธมัส อิริค ดันแคน ซึ่งในที่สุดก็ทำให้เกิดการระบาดขึ้นนั่นเอง
แต่เรื่องน่าเศร้าที่สุดของวิกฤตอีโบลาในครั้งนี้ก็คือ เชื่อหรือไม่ว่าทั้งโลกไม่มีการสต๊อกยารักษาไว้ และไม่มีบริษัทยารายใหญ่ๆ ของโลกทั้งหลายทุ่มงบประมาณวิจัยหาวัคซีนหรือยารักษากันนัก
เพราะอีโบลาระบาดเป็นช่วงๆ เป็นโรคที่แม้ว่าจะอันตรายถึงชีวิต แต่ก็เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง สรุปแล้ว การวิจัยยาอีโบลานั้นไม่ทำกำไร บริษัทยายักษ์ใหญ่ทั้งหลายจึงไม่ให้ความสนใจวิกฤตจริงๆ ครับ







