
หนี้นอกระบบพ่นพิษเผาตัวกลางทำเนียบฯ
เมื่อเช้าวันที่ 15 ต.ค. ได้เกิดเหตุการณ์อันน่าสลดใจที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์กลางอำนาจในการบริหารประเทศ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
เมื่อเช้าวันที่ 15 ต.ค. ได้เกิดเหตุการณ์อันน่าสลดใจที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์กลางอำนาจในการบริหารประเทศ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อ “สังเวียน รักษาเพ็ชร” สาวใหญ่วัย 52 ปี ชาว อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี อาชีพเกษตรกร เผาตัวเองประชดชีวิตต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน 111 และสื่อมวลชน เพราะน้อยใจสังคมที่อุตส่าห์แบกหน้ามาขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครสนใจปัญหาหนี้นอกระบบของเธอ จึงคิดสั้นเอาน้ำมันเบนซินที่แอบพบใส่ขวดเข้ามาจุดไฟเผาตัวเอง
อาการล่าสุด น.พ.พลเลิศ พันธุ์ธนากุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ระบุว่า “สังเวียน” ยังต้องรักษาตัวในห้องฉุกเฉิน เพราะสภาพร่างกายถูกไฟไหม้มากกว่า 50% และยังต้องติดตามผลทางตาอีกหลังหนังตาบวมปิดลูกตา ยังตรวจอาการจุดนี้ไม่ได้และต้องใช้เวลารักษาหลายสัปดาห์
“ธงชัย” สามี “สังเวียน” ระบุว่า เป็นผู้ขับรถไปส่งภรรยาเพื่อขึ้นรถไปทวงถามเรื่องร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลพบุรี และ คสช. ว่าได้ถูกนายทุนเงินกู้มาข่มขู่ทุกวัน แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปทำร้ายตัวเองถึงขนาดนี้ แต่ภรรยาคงจะทนความคับแค้นใจไม่ได้
“ผมมีอาชีพทำนากับภรรยา 2 คน และลูกอีก 2 คน โดยเช่าที่นาของนายทุนทำกินประมาณ 100 ไร่เศษ และได้มีความสนิทสนมกับทั้งคู่ จึงมีการกู้เงินเอามาต่อเติมบ้านประมาณ 4 แสนบาท ซึ่งตอนนั้นบ้านถูกน้ำท่วม แล้วก็ส่งดอกเบี้ยมาเรื่อยๆ อีกทั้งภรรยาเป็นคนพาชาวนาหลายรายไปกู้เงินเจ้าหนี้คนนี้อยู่บ่อยๆ แต่ไม่ได้ค้ำประกันอะไร โดยนายทุนมอบหน้าที่ให้ภรรยาเก็บดอกเบี้ยส่งให้นายทุนทุกเดือน จนกระทั่งได้เงินจากรัฐบาล คสช.จ่ายเงินค่าจำนำข้าว 3.5 แสนบาท ก็ใช้หนี้ไป แต่หนี้ก็ไม่หมดสักที” ธงชัย ระบุ
สามีสังเวียน เล่าอีกว่า เมื่อมี คสช. ภรรยาจึงไม่กล้าไปเก็บดอกเบี้ย เพราะกลัว คสช. จะหาว่าเป็นนายทุนเงินกู้ นายทุนก็เริ่มมีการมาทวงและบีบให้ให้ไปทวงเงิน ภรรยาก็ไม่กล้าไป จนกระทั่งนายทุนได้โทรมาข่มขู่และด่าทอต่างๆ นานา คำหยาบคาย และขู่ว่าจะอุ้มบ้าง แต่ภรรยาก็ได้ไปร้องเรียนต่อนายอำเภอโคกสำโรงลพบุรี เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2557 ไว้เป็นหลักฐานแล้ว แต่ทางอำเภอก็ไม่ดำเนินการใดๆ
สำหรับเงินที่กู้ 4 แสนบาทนั้น “ธงชัย” บอกว่า ก็ได้ใช้หนี้ไปเกือบหมดแล้ว โดยขายรถยนต์การเกษตรไป 3.5 แสนบาท แต่นายทุนก็บอกต้นไม่ยุบเลยยังทวงยอดเท่าเดิม เพราะภรรยาไม่ได้ทำสัญญาการใช้หนี้ จนนายทุนได้พาภรรยาไปประนอมหนี้ต่อหน้านายอำเภอโคกสำโรงและปลัดอำเภอโคกสำโรง โดยนายทุนอ้างเหมารวมเลยว่าจะต้องใช้หนี้ทั้งหมด 2.5 ล้านบาท เพราะหาว่าพาชาวนาไปกู้เงิน ครั้งแรกภรรยาก็ไม่ยอมรับผิดชอบ จะรับผิดชอบเพียงยอด 4 แสนบาท แต่ปลัดอำเภอโคกสำโรงตัดสินให้รับผิดชอบนายทุน 1.5 ล้านบาท ภรรยากลับมาก็เครียดและบ่นเครียดอยู่ตลอดเวลา
“นายทุนนายนี้โหดมาก ผมเช่าที่ทำกินของนายทุน 100 ไร่เศษ นายทุนไม่พอใจภรรยาผม เลยไม่ให้ผมเข้าไปทำกินบนพื้นที่ที่เช่านายทุนคนเดิมทำกิน ทั้งๆ ที่ผลิตผลการเกษตรที่ทำจะได้เก็บเกี่ยวอยู่แล้ว เขาไม่ให้เข้าไปทำกินเลย โดยยึดเอาไปและเอาไปขายให้กับคนอื่นเลย แทนที่จะให้คืนผลผลิตให้ผมก่อนค่อยว่ากัน นายทุนโหดมาก” ธงชัย กล่าวด้วยความโศกเศร้า
ด้าน “ณัฐภัทร สุวรรณประทีป” รอง ผวจ.ลพบุรี กล่าวว่า หนี้ของ “สังเวียน” เป็นหนี้สินที่ไม่มีสัญญา เนื่องจากเดิม “สังเวียน” เป็นผู้เก็บค่าเช่าที่นาให้กับเจ้าหนี้ แต่มีปัญหาขัดแย้งกันในภายหลัง เจ้าหนี้จึงเรียกเก็บหนี้สินจากลูกหนี้ โดยทั้งสองฝ่ายแจ้งจำนวนหนี้สินขัดแย้งกัน ซึ่งหลังจากการไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่ามีจำนวนหนี้สินอยู่ที่ 1.5 ล้านบาท แต่ฝ่ายเจ้าหนี้ต้องการให้ลูกหนี้ออกจากที่ดิน ซึ่งลูกหนี้เช่าอยู่จำนวน 160 ไร่จึงกลายเป็นปัญหาในอีกมิติหนึ่ง โดยหลังจากกรมบังคับคดี จ.ลพบุรี เรียกคู่กรณีมาไกล่เกลี่ยอีกครั้งทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะใช้สิทธิในชั้นศาล
ณัฐภัทร ระบุว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้ประสานไปยังคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (คชก.) ส่วนตำบล เพื่อหาช่องทางให้ “สังเวียน” ทำการเกษตรในที่เช่าดังกล่าวได้ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ คชก.ส่วนตำบลติดต่อให้มายื่นคำร้อง “สังเวียน” กลับไม่เข้ามายื่นคำร้อง เพียงแต่ระบุว่า หากต้องการให้ คชก.ส่วนตำบลช่วยเหลือจะเป็นผู้ติดต่อด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งรอขึ้นเครื่องที่ห้องรับรองพิเศษ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางไปประเทศอิตาลี เพื่อร่วมประชุมผู้นำเอเชียยุโรป เมื่อทราบเรื่องก็แสดงความเป็นห่วงอย่างมากและกำชับให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และเข้าไปแก้ปัญหาที่มีการร้องเรียนมาโดยด่วน







