
สั่ง40ร.ร.ส่งข้อมูลสนามฟุตซอลฉาว
อุตรดิตถ์-สพป.สั่ง 40 โรงเรียนมอบเอกสารจัดซื้อจัดจ้างสร้างสนามฟุตซอลฉาวให้ป.ป.ท.
อุตรดิตถ์-สพป.สั่ง 40 โรงเรียนมอบเอกสารจัดซื้อจัดจ้างสร้างสนามฟุตซอลฉาวให้ป.ป.ท.
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. นายนเรศ โปร่งแสง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพป.)อุตรดิตถ์ เขต 1 กล่าวว่า ได้สั่งการให้โรงเรียนสังกัด สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 ที่มีการก่อสร้างสนามฟุตซอลทั้งหมด 40 แห่งนำเอกสารจัดซื้อจัดจ้างมามอบให้กับ ป.ป.ท.เขต 6 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภารัฐ (ป.ป.ท.) เขต 6 ภายในวันนี้ให้ครบทุกโรงเรียน เพราะทราบว่า ป.ป.ท.มีเวลาเก็บข้อมูลอุตรดิตถ์ 2 วัน ก่อนที่จะไปเก็บข้อมูลที่ จ.พิษณุโลก หาก ป.ป.ท.ต้องการเอกสารเพิ่มเติมก็สั่งโรงเรียนไว้แล้วว่า ให้ส่งให้ทันที อย่างไรก็ตามผู้ที่ลงนามในเอกสารเพื่อขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณมาก่อสร้างสนามฟุตซอลคือนายเฉลิมชัย เฟื่องคอน ผวจ.อุตรดิตถ์ขณะนั้นไม่ใช่ลงนามในนามรองผู้ว่าฯรักษาราชการแทนผู้ว่าฯ
อย่างไรก็ตามหลังจากนายเฉลิมชัย เมื่อเกษียณราชการก็ลงสมัครและเป็น 1 ใน 5 คนของกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.อุตรดิตถ์ แต่ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศยกเลิก ป.ป.ช.จังหวัด จึงมาเสนอตัวเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อุตรดิตถ์ และเมื่อช่วงต้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง สปช.อุตรดิตถ์
ด้านนายพิสิฏฐ์ สกาญจนชัย ผู้อำนวยการ ป.ป.ท. เขต 6 กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นทราบแล้วว่า ทั้ง 40 โรงเรียนนั้น บริษัทที่ได้รับการประมูลงานก่อสร้างสนามมีเพียงบริษัทเดียวคือ บริษัท ออคตากอน มาร์เกตติ้ง แต่ยังไม่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของกำลังตรวจสอบอยู่ จากเอกสารจัดซื้อจัดจ้างทุกโรงเรียนระบุว่า เสาประตูและตาข่าย 2 อันราคา 35,000 บาท ไฟฟาวล์ ชุดละ 7,000 บาท และแผ่นสนามฟุตซอลคิดเป็นตารางเมตรละ 1,948 บาท 1 สนามมี 448 ตารางเมตร แต่ที่น่าสนใจและแปลกใจที่ภาคประชาชนมีหลักฐานและข้อมูล คือ งบประมาณตัวนี้เป็นงบแปรญัตติที่อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือแปรญัตติมาและนำมาเพื่อการปรับปรุงอาคารเรียน อาคารประกอบ และที่ชำรุดจากอุทกภัยปี 2554 แต่ทำไมถึงมาลงที่ จ.อุตรดิตถ์ มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณมาเพื่อก่อสร้างสนามฟุตซอลได้ ที่สำคัญอดีต สส.อุตรดิตถ์ ก็ไม่เป็นผู้แปรญัตติมาด้วย
“อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ จะต้องขอให้ ป.ป.ท.ส่วนกลาง ประสานขอข้อมูลและติดตามว่า กรณีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณจากการนำมาปรับปรุงอาคาร อาคารประกอบ และที่ชำรุดเสียหายจากอุทกภัยนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจเฉพาะตำแหน่งหรือ ผู้ที่มีอำนาจเป็นรองผู้ว่าฯรักษาราชการแทนได้หรือไม่ เรื่องนี้ก็จะต้องให้ ป.ป.ท.ส่วนกลางตรวจสอบดู อย่างไรก็ตามการทำงานของ ป.ป.ท.ขอยืนยันว่า ทำตามเอกสาร ระเบียบข้อกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว และต้องใช้เวลาตรวจสอบเพื่อความถูกต้อง คงจะทำงานแบบรวบรัดและสรุปให้เร็วคงไม่ได้” นายพิสิฎฐ์ กล่าว







