
ระทึกถอดถอนสมศักดิ์นิคม
วิปลงมติส่งที่ประชุมสนช.ชี้ขาด17ต.ค.พรเพชรประชุมลับการันตีอำนาจตามรธน.
วิปลงมติส่งที่ประชุมสนช.ชี้ขาด17ต.ค.พรเพชรประชุมลับการันตีอำนาจตามรธน.
วิป สนช.ชงเรื่องสมศักดิ์นิคมเสนอที่ประชุม สนช. ชี้ขาดอำนาจถอดถอน 17 ต.ค.
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม สนช. มีมติว่าให้นำเรื่องการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ในคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.โดยมิชอบให้ที่ประชุม สนช.พิจารณาในวันที่ 17 ต.ค.
นพ.เจตน์ กล่าวว่า การประชุม สนช. วันที่ 17 ต.ค. จะเป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิก สนช.อภิปรายกันอย่างเต็มที่ เพื่อแสดงความคิดเห็นว่า สนช.จะสามารถดำเนินการถอดถอนได้หรือไม่
“ถ้าเสียงข้างมากเห็นว่าสามารถถอดถอนได้ทาง สนช.จะเริ่มกระบวนการพิจารณาตามข้อบังคับการประชุมต่อไป ทางกลับกันหากที่ประชุมเห็นว่า สนช.ไม่สามารถอดถอนได้ก็จะไม่เป็นบรรทัดฐานให้กับคดีถอดถอนอื่นๆ แต่อย่างใด เพราะแต่ละคดีมีรายละเอียดแตกต่างกัน การพิจารณาจึงต้องดูเป็นรายคดีไป” นพ.เจตน์ กล่าว
นพ.เจตน์ กล่าวว่า การพิจารณาของวิป สนช. ในเรื่องนี้ได้ยึดหลักกฎหมายเป็นหลัก โดยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 5 วรรค 2 บัญญัติว่ากรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการวินิจฉัยกรณีใดในวงงานของ สนช. ก็ให้ สนช.เป็นผู้ชี้ขาด จึงเห็นว่าเรื่องนี้คงไม่ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ในฐานประธานวิป สนช. ได้สั่งการด้วยวาจากับเจ้าหน้าที่ให้บรรจุเรื่องดังกล่าวในช่วงบ่ายของวันที่ 13 ต.ค.และเป็นการประชุมลับ
นายพรเพชร กล่าวกับที่ประชุมว่า ส่วนตัวเป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาด้วยตัวเอง และคิดว่าได้ดำเนินการปิดช่องโหว่ทางกฎหมายไว้หมดแล้ว จึงเห็นว่า สนช.ควรรับเรื่องการถอดถอนไว้พิจารณา เพราะถ้าไม่รับเรื่องก็จะเป็นช่องทางให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่ถ้า สนช.รับเรื่องไว้ ป.ป.ช.ก็จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ยังไม่ได้พิจารณาการส่งคดีถอดถอนอดีต สว. จำนวน 39 คน ที่ร่วมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว. ให้กับ สนช. เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ยังสรุปข้อมูลให้กับ ป.ป.ช.ไม่ทัน ดังนั้นที่ประชุมจึงเลื่อนการพิจารณาไปเป็นวันที่ 16 ต.ค.แทน







