posttoday
แก้กม.เลือกตั้งพ้นทาสประชานิยม

แก้กม.เลือกตั้งพ้นทาสประชานิยม

15 ตุลาคม 2557

การปฏิรูปด้านต่างๆ เปรียบเสมือนวาระระดับชาติที่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

การปฏิรูปด้านต่างๆ เปรียบเสมือนวาระระดับชาติที่ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ตลอดจนภาคประชาชนให้ความสนใจ Eisenhower Fellowships Alumni (Thailand) และ Eisenhower Fellowships จัดสัมมนาหัวข้อ “ปฏิรูปประเทศไทยปฏิรูปอะไรและอย่างไร” โดยมีวิทยากรจากหลากหลายภาคส่วนร่วมแสดงทัศนะในการปฏิรูปเมืองไทย

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า สถานการณ์ความคิดของคนยุคปัจจุบันกำลังมองประชาธิปไตยและประชานิยมเป็น “สิ่งตรงข้าม” กัน มาตรา 35(7) และ 35(8) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 กำหนดถ้อยคำซึ่งตีความได้ว่า คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรจะต้องวางกลไกห้ามนโยบายประชานิยมที่สร้างความเสียหายต่อประเทศและประชาชนระยะยาว น่าเป็นห่วงว่าจะเกิดการห้ามนโยบายประชานิยมทั้งหมด

“ในสังคมประชาธิปไตยที่มีความเหลื่อมล้ำสูง จะมีแรงกดดันให้เกิดการกระจายรายได้ รวมถึงการใช้นโยบายประชานิยม ถ้าห้ามรัฐบาลมีนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่งจะกลายเป็นการจำกัดเสรีภาพของรัฐบาลหรือพรรคการเมืองในการเสนอนโยบาย และจำกัดเสรีภาพของประชาชนในการเลือกด้วย”

อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้หลุดพ้นจากประชานิยมที่สร้างความเสียหาย มีข้อเสนอ 5 ข้อ ได้แก่ 1.แก้กฎหมายการเลือกตั้ง กำหนดให้พรรคการเมืองต้องแจ้งต้นทุนการคลังของนโยบายที่ใช้หาเสียงเลือกตั้งต่อประชาชน และหากได้เป็นรัฐบาล ก็ห้ามใช้เงินทุนเกินกว่าที่หาเสียงไว้ 2.มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้ใช้เงินได้เฉพาะตามกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย ห้ามใช้เงินนอกงบประมาณ

3.มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้ตรากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ กำหนดกรอบวินัยทางการคลัง เช่น การก่อหนี้ 4.จัดตั้งหน่วยงานฝ่ายนิติบัญญัติ คือ สำนักงบประมาณแห่งรัฐสภา ซึ่งเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร ทำหน้าที่วิเคราะห์และตรวจสอบการใช้งบประมาณและผลกระทบของนโยบายฝ่ายบริหาร และ 5.ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาส

ด้าน วิรไท สันติประภพ ที่ปรึกษาทีดีอาร์ไอ วิเคราะห์สอดคล้องกันว่า หากจะปฏิรูปเศรษฐกิจไทย ต้องยึดเรื่องประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและยั่งยืน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและการทำงานให้ประชาชนทุกคน

นอกจากนี้ มี 4 หลักคิดที่ต้องใช้เป็นแนวทางปฏิรูป คือ 1.ให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณ เนื่องจากไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนหนุ่มสาวต้องมีรายได้สูงขึ้น ทำงานที่พรีเมียมมากขึ้น ผลิตภาพสูงขึ้น ไทยต้องหยุดตั้งเป้าเชิงตัวเลข

2.ส่งเสริมการแข่งขันระหว่างรัฐและเอกชน โดยภาครัฐต้องมีขนาดเล็กลง เอื้อให้เกิดทางเลือกมากขึ้น เปิดเสรีใบอนุญาตต่างๆ มากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการแข่งขันได้

3.สร้างภูมิคุ้มกันให้ระบบเศรษฐกิจไทย ป้องกันปัญหาทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ทั้งหนี้ครัวเรือน ภัยธรรมชาติ การเงินต่างประเทศ จูงใจให้ทุกฝ่ายทำเรื่องต่างๆ ร่วมกันอย่างเป็นพลวัต แชร์ต้นทุน แชร์ปัญหา ไม่ใช่เกิดปัญหาแล้วก็ไปขอความร่วมมือเอกชน ต้องแก้ปัญหาร่วมกัน

ขณะที่ รพี สุจริตกุล กรรมการนโยบายและกำกับดูแล รัฐวิสาหกิจ บอกว่า การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต้องทำทั้งกระบวนการ เริ่มจาก 1.ปฏิรูปชุดความคิดของผู้ออกนโยบาย 2.มีองค์กรที่เป็นเจ้าของเรื่องในการดูแลและมีความเป็นอิสระ 3.ทบทวนว่ารัฐวิสาหกิจบางแห่งควรมีอยู่หรือไม่ จุดมุ่งหมาย มีเพื่อแข่งกับเอกชน หรือทำในบางเรื่องที่เอกชนทำไม่ได้

4.มีวัตถุประสงค์การดำเนินงานขององค์กรที่ชัดเจน มีเคพีไอที่สอดคล้องกับทิศทาง 5.มีผู้บริหารที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสอดคล้องกับการวางเคพีไอ 6.ติดตามการทำงานของผู้บริหาร ไม่ได้เอื้อประโยชน์ใครคนใดคนหนึ่ง

ด้านการปฏิรูปการศึกษานั้น อมรวิชช์ นาครทรรพ เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ บอกว่า ต้องทำ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.แบ่งงบประมาณลงไปพัฒนาระดับพื้นที่จังหวัดมากขึ้น ให้คนปฏิบัติงานในพื้นที่ได้จัดการเอง ไม่ใช่ให้คนวางแผนคิดแทนคนปฏิบัติ 2.ตั้งกองทุนเพื่อการปฏิรูปโดยตรง เพราะการศึกษาเป็นเรื่องที่ต้องแก้ระยะยาว ขณะที่รัฐบาลชุดปัจจุบันมีวาระแค่ 1 ปีกว่า และ 3.ปฏิรูปครู พร้อมทั้ง หลักสูตรครุศาสตร์และศิลปศาสตร์กันใหม่ โดยนำร่องเป็นพื้นที่ และหาแรงจูงใจให้ได้ครูใหม่ที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบ

“ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีนักวิชาการอยากเข้ามาช่วยปฏิรูปการศึกษาจำนวนมาก ไม่ทำตอนนี้ เราก็อาจไม่มีโอกาสปฏิรูปแล้ว”

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69