
แก้สินบนให้ตรงจุด
มาตรการตั้งรางวัล 1 หมื่นบาทให้กับตำรวจจราจรที่ไม่รับสินบน และจับกุมดำเนินคดีแก่ผู้ให้สินบน แม้จะเป็นแนวทางป้องกันการประพฤติทุจริตของเจ้าหน้าที่ แต่ก็หาใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ใหญ่กว่านั้นคือ ผลประโยชน์มิชอบ รายได้ผิดกฎหมายของตำรวจ หรือส่วย
มาตรการตั้งรางวัล 1 หมื่นบาทให้กับตำรวจจราจรที่ไม่รับสินบน และจับกุมดำเนินคดีแก่ผู้ให้สินบน แม้จะเป็นแนวทางป้องกันการประพฤติทุจริตของเจ้าหน้าที่ แต่ก็หาใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ใหญ่กว่านั้นคือ ผลประโยชน์มิชอบ รายได้ผิดกฎหมายของตำรวจ หรือส่วย
สินบนจราจรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของรายได้ผิดกฎหมายอีกมากมายที่สังคมยังคลางแคลงใจกับการทำงานของตำรวจ อาทิ บ่อนการพนัน ธุรกิจหวยใต้ดิน โต๊ะพนันฟุตบอล สถานบริการ คิวรถสาธารณะทั้งจักรยานยนต์ รถสองแถว รถตู้ และอีกมากมาย
ที่ผ่านมาผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติพยายามแก้ปัญหาส่วย ด้วยการแบ่งเงินค่าปรับ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะค่าปรับในความผิดเกี่ยวกับการจราจร แต่ก็กลายเป็นว่าเป็นแรงจูงใจให้ตำรวจจราจรมุ่งแต่จับกุมหวังยอดส่วนแบ่งค่าปรับ มากกว่าการอำนวยความสะดวกการจราจรซึ่งเป็นหน้าที่หลัก
แม้จะมีการกำหนดเพดานเงินส่วนแบ่งค่าปรับที่แต่ละนายจะได้รับต่อเดือน แต่ก็ใช่ว่าปัญหาการรับสินบนจราจรจะหมดไป มาตรการล่าสุดที่รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ด้านการจราจรกำหนดขึ้นมานี้ ก็เป็นตัวฟ้องที่ชัดเจน
ความซื่อสัตย์ที่ผู้บริหารองค์กรตำรวจต้องการสร้างให้เกิดขึ้น จึงมิอาจสร้างให้เกิดขึ้นได้โดยใช้เงินเป็นแรงจูงใจ แม้จะอ้างว่าจูงใจให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ต่างกับการติดสินบนด้วยเงินที่มากกว่า
การให้สินบนก็เพื่อจูงใจให้ทำในด้านตรงข้ามกับความถูกต้อง มองในมุมกลับ การตั้งรางวัลจูงใจก็เสมือนโน้มน้าวให้ผู้ทำผิดกลับมาทำในสิ่งถูกต้อง
ในภาวะที่ต้องสร้างแรงจูงใจให้ผู้ทำผิดกลับมาทำในสิ่งที่ถูกต้อง องค์กรตำรวจก็ควรทบทวนตัวเองว่ายังสามารถทำหน้าที่รักษากฎระเบียบเพื่อความสงบสุขเรียบร้อยของสังคมได้อยู่หรือไม่
องค์กรตำรวจนั้นเสมือนกิจการผูกขาดที่ไม่มีผู้ประกอบการรายอื่นมาเป็นคู่แข่งขัน ไม่ว่าคุณภาพการทำหน้าที่หรือการให้บริการจะเป็นอย่างไร ประชาชนก็ไม่มีทางเลือกอื่น ยังคงต้องพึ่งตำรวจต่อไป
ดังนั้น ความสงบสุขเรียบร้อย ความยุติธรรม การช่วยเหลือบำบัดทุกข์ ที่ประชาชนคาดหวังจากองค์กรตำรวจ จึงต้องเริ่มต้นด้วยจิตสำนึก “พิทักษ์สันติราษฎร์” ดังปรากฏอยู่ในตราหน้าหมวก
ในขณะที่ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ควรหามาตรการช่วยเหลือให้ข้าราชการตำรวจมีค่าตอบแทน สวัสดิการที่เหมาะสม เพียงพอ เพื่อดำรงตนอยู่ได้อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี โดยไม่ต้องพึ่งพาสินบนผิดกฎหมาย
ขณะที่สังคมไทยก็ต้องปรับตัว ละเลิกพฤติกรรมละเมิดกฎเกณฑ์เพื่อประโยชน์ หรือความสะดวกสบายส่วนตัว และยึดมั่นคำนึงถึงผลประโยชน์สาธารณะ และยอมรับเมื่อทำผิด
สังคมที่ดีมิใช่แต่จะเรียกร้องจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่ทุกคน ทุกฝ่ายต้องร่วมกันสร้าง ร่วมกันสอดส่องดูแล และร่วมกันปกป้อง







