
คุมนายหน้าอสังหา
ด้วยปัจจัยตลาดบ้านมือสองที่เติบโตมากขึ้นต่อเนื่อง จนสัดส่วนเมื่อปี 2555 มีมากถึงครึ่งหนึ่ง หรือ 50% ของมูลค่าการซื้อขายบ้านรวมทั้งบ้านมือหนึ่งและมือสอง 5 แสนล้านบาท นอกจากนั้นปี 2558 หรือปีหน้านี้ ประเทศไทยจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ที่นายหน้าซื้อขายบ้านต่างประเทศจะแห่เข้ามาไทย ขณะไทยยังไม่มีหน่วยงานไหนรับผิดชอบ ยังไม่มีกฎหมายขึ้นมาดูแลโดยตรง
ด้วยปัจจัยตลาดบ้านมือสองที่เติบโตมากขึ้นต่อเนื่อง จนสัดส่วนเมื่อปี 2555 มีมากถึงครึ่งหนึ่ง หรือ 50% ของมูลค่าการซื้อขายบ้านรวมทั้งบ้านมือหนึ่งและมือสอง 5 แสนล้านบาท นอกจากนั้นปี 2558 หรือปีหน้านี้ ประเทศไทยจะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ที่นายหน้าซื้อขายบ้านต่างประเทศจะแห่เข้ามาไทย ขณะไทยยังไม่มีหน่วยงานไหนรับผิดชอบ ยังไม่มีกฎหมายขึ้นมาดูแลโดยตรง
รวมทั้งปัญหาที่กำลังเกิดมากขึ้น เมื่อนายหน้าขายบ้านมือสองไม่จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวต ของค่านายหน้าที่ได้รับมา โดยนำภาษีที่ไม่ต้องเสียไปตัดราคาค่านายหน้า กระทบผู้ประกอบการที่เสียภาษีถูกต้อง
จากปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น จึงถึงเวลาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งมือแก้ปัญหาโกงแวตค่านายหน้าขายบ้าน ปัญหาไร้หน่วยงานเข้ามาควบคุม ออกใบอนุญาต รวมถึงการเข็นร่าง พ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นปัญหาโดยรวมเกี่ยวกับวงการนายหน้าขายบ้านที่สะสมในเมืองไทยมาหลายสิบปี ยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาแก้อย่างจริงจัง
เป็นที่ทราบกันดีว่าการซื้อขายบ้าน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์มือสอง ส่วนใหญ่จะซื้อขายผ่าน 4 ช่องทางหลักๆ คือ 1.ซื้อขายผ่านบริษัทตัวแทนและนายหน้าที่เป็นสมาชิกของสมาคมตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย 2.ซื้อขายจากกระบวนการบังคับคดีของกรมบังคับคดีและสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน 3.ซื้อขายผ่านนายหน้าทั่วไป และ 4.ซื้อขายโดยตรงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายบ้าน
ทุกการซื้อขาย ค่านายหน้าอสังหาริมทรัพย์เฉลี่ยทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 23% ของมูลค่า ส่วนที่เป็นรายได้นี้จะต้องเสียแวต แต่ปัจจุบันนี้มีนายหน้าหลายรายเลี่ยงภาษี และขาดจริยธรรมในการทำธุรกิจ นำต้นทุนแวตที่เลี่ยงได้ไปตัดราคา ทำให้วงการซื้อขายบ้านปั่นป่วน
ดังนั้น หากมีกฎหมายเฉพาะร่าง พ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ขึ้นมาดูแลโดยตรง เชื่อแน่ว่าจะจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้ เมื่อนายหน้าต้องเข้ามาจดทะเบียน เข้ามาอยู่ในสมาพันธ์ รวมทั้งหาวิธีมาบริหารจัดการนายหน้าทั่วไป รวมถึงการซื้อขายระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายบ้าน
นอกจากนี้ จะได้จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาออกใบอนุญาต ดำเนินธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เหมือนกับประเทศอื่นๆ สามารถออกไปเป็นตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะปีหน้าที่ไทยจะเข้าสู่เออีซี
จึงอยากให้รัฐเร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อจัดระเบียบนายหน้าบ้านมือสอง ที่มีเงินหมุนเวียนปีละ 2.5 แสนล้านบาท ให้เป็นระเบียบและเก็บภาษีเข้ารัฐได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย







