
โวยกองทุนตั้งตัวได้เบี้ยวเงิน
ยื่นหนังสือร้องเรียนนายกฯช่วยด่วน กกอ.โยนกฤษฎีกาดูใครรับผิดชอบ
ยื่นหนังสือร้องเรียนนายกฯช่วยด่วน กกอ.โยนกฤษฎีกาดูใครรับผิดชอบ
สั่งเบรกกองทุนตั้งตัวได้ กกอ.ส่งให้กฤษฎีกาตีความใครจะรับผิดชอบเบิกจ่ายเงิน
นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ชะลอการดำเนินโครงการ “กองทุนตั้งตัวได้” ออกไปก่อน รวมทั้งชะลอทุกกิจกรรม รวมถึงการเบิกจ่ายในส่วนที่ผูกพันงบประมาณตามกฎหมาย โดยได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดชอบการเบิกจ่ายเงิน ดังนั้นจะต้องรอความชัดเจนจากกฤษฎีกาก่อนถึงจะดำเนินโครงการต่อได้
ทั้งนี้ ได้เกิดปัญหาขึ้นเมื่อมีตัวแทนกลุ่มนักศึกษาระดับอาชีวะและอุดมศึกษา จากสถาบันมหาวิทยาลัย รวมถึงคณาจารย์มหาวิทยาลัยจากต่างจังหวัดรวมไม่ต่ำกว่า 20 แห่ง ร้องเรียนไปยังผู้ดูแลกองทุน เพื่อขอให้เร่งรัดเบิกจ่ายเงินให้นักศึกษาผู้ประกอบการทุกรายที่ได้ทำนิติกรรมสัญญาบ่มเพาะผู้ประกอบการ ที่ได้ส่งงานครบถ้วนแล้วจำนวน 34 แห่ง คิดเป็นวงเงินรวมกันไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
สำหรับกองทุนตั้งตัวได้เปิดโครงการในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2555 ให้จัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้ในปีงบประมาณ 2556 ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) วงเงิน 5,000 ล้านบาท ในปีแรก และสนับสนุนงบต่อเนื่อง 4 ปี คือ (1) ปี 2556 จำนวน 5,000 ล้านบาท (2) ปี 2557 จำนวน 5,000 ล้านบาท (3) ปี 2558 จำนวน 10,000 ล้านบาท (4) ปี 2559 จำนวน 20,000 ล้านบาท รวมทั้งหมด 4 ปีงบรวมเป็นเงินทั้งสิ้น ระมาณเป็นจำนวนเงิน 4 หมื่นล้านบาท โดยกองทุนจะปล่อยกู้ 30% และให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐปล่อยกู้ 70% โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อ โดยจะปล่อยกู้ให้นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จนถึงปริญญาตรี หรือจบมาแล้วไม่เกิน 5 ปี รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อสร้างโอกาสให้นักศึกษาและบัณฑิตใหม่มีโอกาสประกอบธุรกิจเองไม่ต้องเป็นลูกจ้าง
โดยกองทุนจะปล่อยกู้ 30 % และให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐปล่อยกู้ 70% โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อโดยจะปล่อยกู้ให้นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จนถึงปริญญาตรี หรือจบมาแล้วไม่เกิน 5 ปี รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อสร้างโอกาสให้นักศึกษาและบัณฑิตใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการแต่ขาดทุนทรัพย์
ทั้งนี้การเบิกจ่ายเงินกองทุนฯ เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนตั้งตัวได้ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ พ.ศ. 2555 ซึ่งกำหนดให้ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษามอบหมาย ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ เป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินกองทุนตามวงเงิน ภายใต้แผนงาน/งาน/โครงการ ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ มีมติอนุมัติจัดสรร ต่อมามีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการกกอ.ใหม่เป็นนพ.กำจร จึงเกรงว่าจะต้องรับผิดชอบและเพื่อความรอบคอบจึงต้องส่งให้กฤษฎีกาตีความ
สำหรับกองทุนตั้งตัวได้เปิดโครงการในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2555 ให้จัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้ในปีงบประมาณ 2556 ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) วงเงิน 5,000 ล้านบาทในปีแรก และกำหนดแผนสนับสนุนงบประมาณภาพรวมต่อเนื่อง 4 ปี คือ (1) ปี 2556 จำนวน 5,000 ล้านบาท (2) ปี 2557 จำนวน 5,000 ล้านบาท (3) ปี 2558 จำนวน 10,000 ล้านบาท (4) ปี 2559 จำนวน 20,000 ล้านบาท รวมทั้งหมด 4 ปีงบประมาณเป็นจำนวนเงิน 40,000 ล้านบาท โดย สกอ. กำหนดให้กองทุนตั้งตัวได้เป็นกองทุนแบบคงเงินต้น และใช้หมุนเวียนให้กู้ยืมแก่นักศึกษาที่มีศักยภาพเป็นผู้ประกอบการใช้ลงทุนในการเริ่มต้น/หรือขยายธุรกิจของตน ทั้งนี้ ในปี 2556 สกอ. ตั้งเป้าสร้างนักศึกษาผู้ประกอบการ (ที่ได้รับการกู้ยืม) ไม่น้อยกว่า 5,000 รายในปีแรก
ทั้งนี้กองทุนตั้งตัวได้ถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะช่วยสร้างงาน สร้างเงิน และสร้างอาชีพให้แก่นักศึกษาที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศ โดยกองทุนจะปล่อยกู้ 30 % และให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐปล่อยกู้ 70% โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อโดยจะปล่อยกู้ให้นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จนถึงปริญญาตรี หรือจบมาแล้วไม่เกิน 5 ปี รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อสร้างโอกาสให้นักศึกษาและบัณฑิตใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการแต่ขาดทุนทรัพย์
โพสต์ทูเดย์ กองทุนตั้งตัวได้วุ่น สั่งเบรคโครงการก่อน โยนให้กฤษฎีกาตีความใครจะรับผิดชอบเบิกจ่ายเงิน
นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่าได้สั่งให้ชะลอการดำเนินโครงการ "กองทุนตั้งตัวได้" ออกไปก่อน รวมทั้งชะลอทุกกิจกรรม รวมถึงการเบิกจ่ายในส่วนที่ผูกพันงบประมาณตามกฎหมายโดยได้ส่งให้สำนักงานกฤษฎีกาตีกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดชอบการเบิกจ่ายเงิน ดังนั้นจะต้องรอความชัดเจนจากกฤษฎีกาก่อนถึงจะดำเนินโครงการต่อได้ ทั้งนี้การเบิกจ่ายเงินกองทุนฯ เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนตั้งตัวได้ว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ พ.ศ. 2555 ซึ่งกำหนดให้ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือผู้ที่เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษามอบหมาย ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ เป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินกองทุนตามวงเงิน ภายใต้แผนงาน/งาน/โครงการ ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ มีมติอนุมัติจัดสรร ต่อมามีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการกกอ.ใหม่เป็นนพ.กำจร จึงเกรงว่าจะต้องรับผิดชอบและเพื่อความรอบคอบจึงต้องส่งให้กฤษฎีกาตีความ
อย่างไรก็ตามในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ตัวแทนกลุ่มนักศึกษาระดับอุดมศึกษา จากสถาบันมหาวิทยาลัย และอาชีวศึกษา รวมถึงคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยจากต่างจังหวัดรวมไม่ต่ำกว่า 20 แห่งภายใต้หน่วยงาน (เอบีไอ) ได้นัดประชุมหารือร่วมกัน พร้อมทั้งเตรียมร้องเรียนไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกองทุนฯดังกล่าว เพื่อขอให้เบิกจ่ายเงินให้นักศึกษาผู้ประกอบการทุกรายที่ได้ทำนิติกรรมสัญญา รวมถึงเร่งรัดเบิกจ่ายเงินงวดแก่หน่วยบ่มเพาะฯ (ABI) ที่ได้ส่งงานครบถ้วนแล้วจำนวน 34 แห่ง คิดเป็นวงเงินรวมกันไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
สำหรับกองทุนตั้งตัวได้เปิดโครงการในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2555 ให้จัดตั้งกองทุนตั้งตัวได้ในปีงบประมาณ 2556 ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) วงเงิน 5,000 ล้านบาทในปีแรก และกำหนดแผนสนับสนุนงบประมาณภาพรวมต่อเนื่อง 4 ปี คือ (1) ปี 2556 จำนวน 5,000 ล้านบาท (2) ปี 2557 จำนวน 5,000 ล้านบาท (3) ปี 2558 จำนวน 10,000 ล้านบาท (4) ปี 2559 จำนวน 20,000 ล้านบาท รวมทั้งหมด 4 ปีงบประมาณเป็นจำนวนเงิน 40,000 ล้านบาท โดย สกอ. กำหนดให้กองทุนตั้งตัวได้เป็นกองทุนแบบคงเงินต้น และใช้หมุนเวียนให้กู้ยืมแก่นักศึกษาที่มีศักยภาพเป็นผู้ประกอบการใช้ลงทุนในการเริ่มต้น/หรือขยายธุรกิจของตน ทั้งนี้ ในปี 2556 สกอ. ตั้งเป้าสร้างนักศึกษาผู้ประกอบการ (ที่ได้รับการกู้ยืม) ไม่น้อยกว่า 5,000 รายในปีแรก
ทั้งนี้กองทุนตั้งตัวได้ถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะช่วยสร้างงาน สร้างเงิน และสร้างอาชีพให้แก่นักศึกษาที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศ โดยกองทุนจะปล่อยกู้ 30 % และให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐปล่อยกู้ 70% โดยมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันสินเชื่อโดยจะปล่อยกู้ให้นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จนถึงปริญญาตรี หรือจบมาแล้วไม่เกิน 5 ปี รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อสร้างโอกาสให้นักศึกษาและบัณฑิตใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการแต่ขาดทุนทรัพย์
นายกฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้ สกอ.เร่งหาข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนตั้งตัวได้ หลังจากที่ทราบว่ามีผู้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านผ่านนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณ์วงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ (สปน.) เพื่อขอให้สั่งการเร่งรัด สกอ.ให้พิจารณาเรื่องนี้
นายกฤษณพงศ์ กล่าวอีกว่า เรื่องกองทุนตั้งตัวได้ยังมีรายละเอียดอีกหลายเรื่องที่ต้องพิจารณา จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะศึกษารายละเอียดทั้งหมดและเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เมื่อใด แต่จะเร่งประชุมความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวทันที่มีรายละเอียดพร้อม เนื่องจากทราบดีว่ามีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมฝ่ายสังคมจิตวิทยาของคสช. เคยมีมติให้ดำเนินโครงการต่อไปได้ แต่หลังจากที่มีการแต่งตั้ง รมว. ยังไม่เคยมีการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้







