posttoday
จับตาอาเซียนส่อวืดเป้า 2015 คุยเออีซี สมาชิกไม่พร้อม

จับตาอาเซียนส่อวืดเป้า 2015 คุยเออีซี สมาชิกไม่พร้อม

26 กันยายน 2557

กระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ สำหรับระยะเวลาการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

กระชั้นเข้ามาเรื่อยๆ สำหรับระยะเวลาการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ของ 10 ชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันสิ้นปีของปี 2015 ที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาปัจจัยความพร้อมตามแผนแม่บทที่ 10 ชาติสมาชิกตกลงกันไว้ในปี 2007 อันประกอบด้วย 4 เสาหลัก คือ การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของสมาชิก การพัฒนาเศรษฐกิจในกลุ่มให้เท่าเทียมอย่างแท้จริง และการบูรณาการเศรษฐกิจอาเซียนให้เข้ากับเศรษฐกิจโลก

นักวิเคราะห์หลายสำนัก รวมถึงธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) กลับเห็นสอดคล้องตรงกันและอดแสดงความรู้สึกเป็นห่วงระคนวิตกกังวลไม่ได้ ว่าเป้าหมายประชาคมเออีซีของอาเซียนอาจไม่บรรลุผลตามเงื่อนเวลาที่ตั้งไว้

ขณะที่ จีเซียนไป่ นักวิชาการสถาบันนานาชาติศึกษาเอส. ราชารัตนาม จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์แสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์เดอะดิโพลแมทว่าต่อให้ สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนหลายสมัย จะออกโรงยืนยันหนักแน่นว่าประชาคมเออีซีจะไม่มีการเลื่อนผลัดหรือผ่อนผันไปจากกำหนดเดิมเด็ดขาด และ10 ชาติสมาชิกอาเซียนจะพร้อมใจเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงไม่บิดพลิ้วแน่นอน เหล่าผู้เชี่ยวชาญหรือแม้แต่ประเทศสมาชิกอาเซียนบางประเทศที่กระตือรือร้นและตื่นเต้นกับการเป็นเออีซีมากที่สุด ก็รู้สึกไม่มั่นใจบ้างแล้วเพราะเริ่มสัมผัสถึงความไม่พร้อมต่างๆ

เหตุผลเพราะความคืบหน้าในการเจรจาตกลงการเป็นตลาดเดียวของเออีซีเป็นไปอย่างล่าช้า เช่นเดียวกันกับการดำเนินการปฏิรูปเพื่อให้สอดรับกับการเป็นเออีซีก็เริ่มเป็นไปอย่างยากลำบากและมีอุปสรรคติดขัดมากขึ้น ไล่เรียงตั้งแต่การกำจัดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี การเปิดเสรีภาคบริการ การพัฒนายกระดับบรรยากาศทางธุรกิจการค้าการลงทุนและนโยบายการแข่งขัน การเสริมสร้างความแข็งแกร่งเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา และการลดช่องว่างเหลื่อมล้ำระหว่างชาติสมาชิก

หลักฐานยืนยันแรกสุดของกระบวนการที่ล่าช้า ก็คือ ผลการศึกษาของเออีซี สกอร์การ์ด ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ประยุกต์มาจากอียู อินเตอร์นัล สกอร์การ์ด ในการวัดอัตราความคืบหน้าของการดำเนินการบังคับใช้กฎระเบียบประชาคมอาเซียนและการปฏิรูป ระหว่างปี 2010-2012 พบว่า อัตราความเร็วของการดำเนินการลดลงต่อเนื่องทุกปีจากระดับเฉลี่ยที่ 65% ในปี 2010 มาอยู่ที่ราว 85.7% ในปี 2012 กระทั่งลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดที่เพียง 76.5% เมื่อเดือน มี.ค. 20123

ขณะเดียวกัน มาตรการเออีซีทั้งหมด 277 ข้อที่ชาติสมาชิกตกลงร่วมกันตั้งแต่ปี 2007ในการประชุมที่สิงคโปร์ มีการนำมาบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบใน 10 ชาติสมาชิกแล้ว 187 ข้อ ส่วนที่เหลืออีกไม่ถึง 100 ข้อนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งแม้ดูเหมือนจะเหลือไม่มาก แต่จากกำหนดเส้นตายที่กระชั้นเข้ามา บวกกับแต่ละข้อบังคับใช้ที่เหลืออยู่ล้วนเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนสำหรับประเทศกลุ่มชาติสมาชิก อีกทั้งยังได้รับแรงเสริมจากสถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจดี ทำให้หลายฝ่ายไม่เชื่อมั่นว่าเออีซีจะเป็นไปได้ทันตามกำหนด ขณะที่อีกส่วนหนึ่งถึงกับระบุว่าเออีซีไม่น่าจะเสร็จสมบูรณ์ได้แม้จะล่วงเข้าสู่ปี 2020 ก็ตาม

สาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้กระบวนการผลักดันขับเคลื่อนสู่การเป็นประชาคมอาเซียนล่าช้า ประการต่อมาก็คือ ความล่าช้าของรัฐบาลในแต่ละประเทศสมาชิก โดยเอดีบีระบุว่า ขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย สามารถดำเนินการลดปริมาณพิกัดอัตราภาษี อำนวยความสะดวกด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน และเปิดเสรีการลงทุน ประเทศสมาชิกใหม่อาเซียนอย่าง กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนามกลับยังติดขาดและไม่สามารถตามเพื่อนในกลุ่มสมาชิกอาเซียนได้ทัน

นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งชี้แจงว่า การดำเนินการเพื่อให้ข้อตกลงการเป็นประชาคมอาเซียนแข็งแกร่งสมบูรณ์ด้วยการเป็นตลาดเดียว ที่ทำให้สินค้า บริการและแรงงานเคลื่อนไหวได้เสรีอย่างแท้จริงจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจจากชาติสมาชิกอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งหมายความว่าชาติสมาชิกทั้งหมดจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายภายในประเทศ หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญของประเทศนั้นๆ

นอกจากนี้ แม้จะเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องไปในทำนองเดียวกันแล้ว แนวทางหรือวิธีการที่จะบังคับใช้ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ โดยจนถึงขณะนี้ รายงานฉบับล่าสุดของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียยอมรับว่ายังมองไม่เห็นหนทางที่แต่ละชาติสมาชิกจะดำเนินการตามข้อตกลงเออีซีที่มีร่วมกันได้

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คือยังมองไม่เห็นรูปธรรมที่ชัดเจนเพียงพอที่แต่ละชาติจะลงมือปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ร่วมกันไว้ โดยมีปัจจัยติดขัดทั้งจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของแต่ละชาติสมาชิก และวิตกว่าจะเสียเปรียบหากหลอมรวมเป็นประชาคมเออีซีเนื่องจากความไม่พร้อมของตนเอง

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าการเป็นเออีซีที่เปิดตลาดเสรีจะทำให้เกิดการแข่งขันซึ่งจะกลายเป็นตัวผลักดันเร่งเร้าให้ผู้ประกอบการชาติสมาชิกเร่งพัฒนาตนเองมากขึ้น ทว่า การแข่งขันที่อยู่บนพื้นฐานของความไม่เท่าเทียมเพราะความไม่พร้อม ย่อมกลายเป็นความเสียเปรียบของบางประเทศสมาชิก ซึ่งอาจจุดชนวนไม่พอใจให้กับประชาชนในชาตินั้นๆ และกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐบาลในที่สุด

ตัวอย่างล่าสุดที่เห็นภาพได้ชัดเจน ก็คือ รายงานจากผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรม แรงงานและการเกษตรกรรมของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า ภาคการเกษตรของแดนตากาล็อกแห่งนี้ยังไม่พร้อมรับการแข่งขันจากเออีซี เพราะขาดทั้งแรงสนับสนุนจากภาครัฐ ขาดแรงลงทุนจากภาคเอกชน และขาดระบบปฏิรูปที่ดีที่มีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์ที่พอคาดเดาได้ก็คือเกษตรกรชาวฟิลิปปินส์อาจต้องยกธงขาวยอมแพ้ และยกส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่งจากเพื่อนบ้าน ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลที่หวังผลักให้ประชาชนในประเทศได้ประโยชน์จากการเป็นเออีซี

จีเซียนไป่ นักวิชาการจากสถาบันนานาชาติศึกษา เอส.ราชารัตนาม แห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า นอกจากความล่าช้าในการดำเนินการแล้ว อีกปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการเป็นเออีซีก็คือการขาดองค์กรหลักที่มีอำนาจในการตัดสินใจเต็มที่ หรือหมายถึงความอ่อนแอของสำนักเลขาธิการอาเซียนนั่นเอง

“ถ้าเปรียบอาเซียนเป็นขบวนรถไฟ สำนักเลขาธิการอาเซียนก็คือหัวรถจักรขับเคลื่อนหลัก แต่หัวขับเคลื่อนตัวนี้ขาดทั้งกำลังพล กำลังเงิน และกำลังอำนาจบังคับ” จีเซียนไป่ ระบุ

ยังไม่นับรวมถึงปัจจัยเล็กน้อยที่จะทำให้การหลอมรวมสะดุด ทั้งการเปิดน่านฟ้าหรือการเปิดพรมแดนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง และการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางการสื่อสารภายในอาเซียน ที่บางชาติสมาชิกอาเซียนยังคงใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างค่อนข้างอ่อนด้อย ซึ่งเป็นปัจจัยภายในที่แต่ละชาติสมาชิกต้องไปหาทางเร่งดำเนินการกันเอง

ทั้งนี้ แน่นอนว่าในปัจจุบันอาเซียนมาไกลเกินกว่าที่จะล้มเลิกหรือหันหลังกลับนานแล้ว และมีแต่ต้องมุ่งเดินหน้าต่อไปเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จเท่านั้น โดยกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้อาเซียนเป็นประชาคมเออีซีได้อย่างสมบูรณ์แท้จริงและแข็งแกร่งที่สุด ก็คือ ความพร้อมทุ่มเทและเต็มใจยอมเสียสละของแต่ละชาติสมาชิกเพื่อแบ่งปันความมั่งคั่งรุ่งเรืองร่วมกัน

เสียดายก็เพียงแต่ว่า 10 ชาติสมาชิกอาเซียนดูจะยังไม่พร้อมที่จะสละและเดินไปด้วยกันเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน