posttoday
จัดทัพขรก.เดิมพันรัฐบาลคสช.

จัดทัพขรก.เดิมพันรัฐบาลคสช.

25 กันยายน 2557

มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติโผโยกย้าย ต่ออายุข้าราชการระดับสูงล็อตใหญ่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติโผโยกย้าย ต่ออายุข้าราชการระดับสูงล็อตใหญ่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถือเป็นการจัดทัพวางคนเข้าทำงานรอบแรกของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งกับภารกิจปฏิรูปประเทศที่มีเวลาค่อนข้างจำกัด

เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำเป็นต้องจัดวางกลไกการทำงานไว้อย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงการทำงานแต่ละส่วนเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมคัดสรรบุคลากรที่นอกจากจะมีความรู้ความสามารถแล้ว ยังต้องเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อมือเข้ามาทำหน้าที่

ก่อนหน้านี้ คสช.ให้ความสำคัญภารกิจด้านความมั่นคง เมื่อบิ๊ก คสช.เกษียณพร้อมกันยกแผง แม้จะยังคงสถานะ คสช.ควบรัฐมนตรี แต่เมื่อไม่มีอำนาจในมือย่อมเกิดสภาวะขาลอย ทำให้ต้องพยายามอุดช่องโหว่ตรงนี้ด้วยการ “ส่งไม้ต่อ” ให้คนที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้เข้ามาทำหน้าที่ ผบ.เหล่าทัพ

นอกจากจะเพื่อประโยชน์ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในสังคมตลอดช่วงหนึ่งปีนับจากนี้ ที่น่าจะเป็นหนึ่งปีที่มีแต่ความสุ่มเสี่ยงจะเกิดความปั่นป่วน ทั้งขั้วอำนาจเก่า กลุ่มต้านรัฐประหาร กลุ่มผู้ไม่หวังดีจ้องจะสร้างสถานการณ์

อีกด้านหนึ่งยังต้องประคับประคองไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมในกองทัพที่อาจขยายวงไปเป็นคลื่นใต้น้ำ ที่จะย้อนมาสร้างปัญหาให้การบริหารงานนับจากนี้ต่อไป

รวมไปถึงการเข้าไปจัดทัพภายในรั้วสีกากี ซึ่งจะถือเป็นมือไม้สำคัญช่วยงานด้านความมั่นคง รวมไปถึงคดีความที่ค้างคาอยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะคดีทางการเมืองในช่วงความขัดแย้งที่ผ่านมา และเป็นประโยชน์สำหรับคดีในอนาคตที่น่าจะมีอีกหลายคดี

ทั้งการวางตัว พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง มาเป็น ผบ.ตร. ยังไม่รวมกับตำแหน่งอื่นๆ ที่กำลังจะเขย่ากันล็อตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ไปจนถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม

นอกจากงานด้านความมั่นคงซึ่งถือเป็นหลักประกันแรกที่จะช่วยให้การบริหารงานนับจากนี้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ต้องมาคอยพะวงหน้าพะวงหลัง หรือเป็นเหตุให้ต้องสะดุดล้มแบบไม่คาดคิด

งานข้าราชการซึ่งถือเป็น “กลไก” และ “มือไม้” ของรัฐบาลไว้ช่วยทำงานทั้งการขับเคลื่อนการบริหารตามกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ให้เดินหน้าไปได้ดังใจ ไม่ต้องเจอเหตุสะดุด หรือเกิดปัญหา “เกียร์ว่าง” เหมือนช่วงที่ผ่านมา

เริ่มตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์ที่ขยับ บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ผู้ตรวจราชการมาเป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน ปรับให้ ธวัชชัย โสภาเสถียรพงศ์ ผู้ตรวจราชการ เป็นตำแหน่งอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

โดยแต่ละตำแหน่งล้วนแต่มีบทบาทสำคัญกับการค้าขายทั้งภายในและต่างประเทศ ที่จะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

สำหรับกระทรวงการคลังที่เป็นอีกกระทรวงสำคัญด้านเศรษฐกิจ รอบนี้ยังเป็นการขยับแค่บางตำแหน่ง แต่มีอีกหลายส่วนที่ยังต้องจับตาโดยเฉพาะกับมือไม้ที่จะเข้ามาทำงานเรื่องภาษี อันถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลโดยเฉพาะการเข้ามาจัดวางโครงสร้างภาษีใหม่ทั้งระบบ และเพิ่มมาตรการภาษีมรดก ภาษีที่ดิน รวมถึงภาษีสิ่งฟุ่มเฟือยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

คล้ายกับที่ต้องจับตาการโยกย้ายภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่จะต้องจัดวางคนมาทำงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับราคาพืชผลการเกษตร การพัฒนาเทคโนโลยีสายพันธุ์ ไปจนถึงการวางแผนการเกษตร แนวโน้มพืชเเศรษฐกิจในอนาคต

ในส่วนของกระทรวงคมนาคมมีตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ การโยก วรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน เป็นรองปลัดกระทรวง และโยก ธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวง เป็น อธิบดีกรมการขนส่งทางบก สมชาย พิพุธวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางอากาศ เป็น อธิบดีกรมการบินพลเรือน ชูศักดิ์ เกวี รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมทางหลวง ที่ถือเป็นตำแหน่งสำคัญในกระทรวงนี้ ยังไม่รวมกับตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาระบบคนส่งที่ถือเป็นเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาล

สำหรับงานด้านการศึกษารอบนี้ส่วนใหญ่เป็นการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองดึงเอานักวิชาการ คนทำงาน มือไม้ใกล้ตัวมานั่งเป็นที่ปรึกษา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรี แต่ยังต้องจับตารอดูการแต่งตั้งโยกย้ายล็อตหน้าที่จะมารับหน้าที่จัดการดูแลเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศให้ความสำคัญเป็นนโยบายลำดับต้นๆ

อีกส่วนหนึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีมติต่อระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในหลายส่วน ทั้ง อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ออกไปอีกหนึ่งปี เช่นเดียวกับ นนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่ขยายเวลการดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 1 ปี

ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ถือเป็นตำแหน่งมือไม้สำคัญที่จะช่วยสนับสนุนงานบริหารของรัฐบาล คสช. และกระบวนการปฏิรูปประเทศที่จำเป็นต้องมีความต่อเนื่อง

รวมถึงอีกหน่วยงานสำคัญอย่างสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่ง ครม.เห็นชอบ ขยับให้ฉัตรพงศ์ ฉัตราคม รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เชิดศักดิ์ สันติวรวุฒิ ที่ปรึกษาด้านข่าวกรองความมั่นคงและสถาบันหลัก เป็นรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

การจัดวางมือไม้เพื่อขับเคลื่อนงานในแต่ละกระทรวงช่วงนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งในหลักประกันว่างานแต่ละด้านจะเดินหน้าต่อไปโดยไม่สะดุด

ที่สำคัญนี่ถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญของรัฐบาล และ คสช. ในฐานะเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในแต่ละด้าน แถมยังจัดวางกลไกการทำงานในแต่ละส่วน หากเกิดความผิดพลาดย่อมมิอาจที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นได้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน