
ปชป.เสนอรมว.เกษตรเสนอ5มาตรการแก้ราคายาง
นิพิฏฐ์ ทำทีมสส.ประชาธิปัตย์ พบ รมว.เกษตรฯ เสนอ 5 มาตรการเยียวยาแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ
นิพิฏฐ์ ทำทีมสส.ประชาธิปัตย์ พบ รมว.เกษตรฯ เสนอ 5 มาตรการเยียวยาแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ
นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกยางพารา ร่วมกันแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาพยุงราคายาง ด้วยข้อเสนอ 5 ข้อซึ่งจะนำไปเสนอต่อนายปิติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามาตรการที่รัฐออกมาจะถูกทางแต่จะส่งผลในระยะยาวไม่สามารถแก้ปัญหาในระยะสั้นได้ อีกทั้งมาตรการพยุงราคายางพาราของรัฐบาลไม่ทำให้ราคากระเตื้องขึ้นแต่มีแนวโน้มที่ราคาจะลดต่ำลงทั้งที่เป็นช่วงที่ผลผลิตน้อยราคาต้องสูง ทำให้กังวลว่าหากเลยหน้าฝนไปในช่วงต้นปีที่ผลผลิตจะออกมามากขึ้นราคายางพาราจะต่ำลงอีก
นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลทำตามข้อเสนอภายในปี 2558 ราคายางพาราจะสูงขึ้นทันที จึงขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ประกาศว่า ทำก่อน ทำจริง ทำทันที ทำตามที่พูด หากต้องการขอความเห็นพวกตนก็ยินดีช่วยแก้ปัญหากับรัฐบาล
น.พ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ อดีต สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการ 5 ข้อที่ทำเสนอถึงรัฐบาลได้แก่ 1. ทำให้ยางพาราในปริมาณที่มากพอหายไปจากตลาดประกาศไม่ขายยางพาราในสต็อกแต่จะนำมาใช้ภายในประเทศ 2 ต้องประกาศอย่างชัดเจนในการนำยางพารามาเป็นส่วนประกอบทำถนนสร้างใหม่และการซ่อมแซม ไม่น้อยกว่า 5 % โดยต้องใช้ยางพาราใหม่ที่ไม่ใช่ยางพาราในสต็อกของรัฐบาล
3. กำหนดนโยบายนำยางพารามาทำพื้นสนามกีฬาของส่วนราชการและอุปกรณ์สนามเด็กเล่น 4. นำยางพาราเป็นวัสดุกันสะเทือนในโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ และ 5. ให้เร่งแก้ปัญหาอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพาราให้คล่องตัวในการลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากยังมีอุปสรรคหลายประการเพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในประเทศ ซึ่งเชื่อว่าหากทำได้จะทำให้ราคายางพาราดีดตัวสูงขึ้น
นายนริศ ขำนุรักษ์ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีปัญหาด้านอุตสาหกรรมและการแปรรูปยางพารา เพราะประเทศไทยส่งออกยางพารา 85-90 % แต่ใช้ในประเทศเพียง 10-15% เท่านั้น ดังนั้นรัฐบางจะต้องเร่งแก้ปัญหาผู้ประกอบการแปรรูป โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ต้องเร่งพิจารณาคำขอของผู้ประกอบการในระดับต่างๆ เพื่อทำให้ผลผลิตยางที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศจำนวน 3.4 หมื่นล้านตัน จากประเทศที่ไม่ได้ปลูกยางพาราคือ เยอรมัน สหรัฐ และฝรั่งเศส ซึ่งรัฐบาลต้องทำให้การนำเข้าเป็นศูนย์ โดยเร่งผลิตเพื่อทดแทนยางในส่วนนี้โดยที่จะได้ไม่ต้องมีการนำเข้า







