
ชมรมลูกหนี้ผนึกกำลังสู้ลดดอกเบี้ย
โพสต์ทูเดย์
— ชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเดินหน้าเรียกร้อง ธปท. ลดดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล 15%นายชูชาติ บุญยงยศ ประธานชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เปิดเผยว่า สำหรับนโยบายการบริหารงานหลังจากได้รับตำแหน่งเป็นประธานชมรมอย่างเป็นทางการ จะเน้นการต่อสู้เรื่องการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมาย ที่พยายามเรียกร้องให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยกเลิกประกาศการคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลที่กำหนด 28% ให้ไม่เกิน 15% เนื่องจากผิดกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
นอกจากนี้ จะตรวจสอบการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์ )เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีสถาบันการเงินบางแห่งคิดดอกเบี้ยตามเงินต้นคงที่ ไม่ลดต้นลดดอกเบี้ย หรือหลักการคิดดอกเบี้ยสินเชื่อทั่วไป ซึ่งทำให้ลูกหนี้ที่ไม่มีความรู้ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยบางครั้งสูงขึ้น 60% และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินที่ ธปท. กำหนดด้วย ซึ่งประเด็นนี้มีการฟ้องร้องต่อศาลและลูกหนี้ชนะหลายคดีแล้ว
ทั้งยังจะร่วมผลักดันสนับสนุนการออกกฎหมายการติดตามหนี้ที่เป็นธรรม ที่ผ่านคณะรัฐมนตรีและอยู่ ซึ่งก็มีความเป็นห่วงว่าหากมีการยุบสภาจะทำให้ร่างกฎหมายการติดตามหนี้ที่เป็นธรรมล่าช้าออกไป
นายชูชาติ กล่าวว่า ชมรมยังรวมกลุ่มที่จะจัดโครงการ
“ฟินิกซ์ทัวร์” ซึ่งเป็นโครงการความรู้ลูกหนี้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้สิน ซึ่งมีแผนจะจัดให้ครบ 4 ภูมิภาค เพื่อให้ความรู้ลูกหนี้ในต่างจังหวัดและทุกวันอาทิตย์จะมีการจัดให้คำปรึกษาลูกหนี้ที่ถูกฟ้องดำเนินคดีแล้ว รวมทั้งมีการจัดฝึกอบรมวิทยากร เพื่อเป็นคลื่นลูกใหม่ในการให้ความรู้เกี่ยวกับการแก้ไขหนี้ที่ถูกต้องและเข้าในกฎหมายเกี่ยวกับหนี้สิ้น ในขณะเดียวก็ต้องทำดำเนินโครงการสอนการเป็นหนี้หรือแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับหนี้สิน ไม่ให้มีการใช้จ่ายเกินตัวและเปลี่ยนทัศนคติดว่าการใช้บัตรเครดิตไม่ใช่เป็นการนำเงินในอนาคตของเรามาใช้แต่เป็นการกู้ยืมเงินคนอื่นมาใช้ ซึ่งจะต้องใช้หนี้ด้วย “ในปีนี้ชมรมฯจัดตั้งมาครบ5 ปี มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ราย ซึ่งการเพิ่มขึ้นของสมาชิกที่จะเข้ามาแลกเปลี่ยนหรือปรึกษาหาเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาหนี้ ซึ่งมีอัตราการเข้ามาติดต่อผ่านเว็บไซด์เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 1 หมื่นกว่าราย ซึ่งมีลูกหนี้ที่แก้ไขปัญหาหนี้ได้แล้วก็ไม่ได้เข้ามาติดต่อชมรมฯอีก โดยตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเห็นการเปลี่ยนแปลงมาก อย่างน้อยมีการติดตามหนี้มีมารยาทมากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มีการข่มขู่และประจาน รวมทั้งสถาบันการเงินบางแห่งมีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมมากขึ้นไม่คิดอัตราดอกเบี้ยหรือค่าทวงหนี้ที่ขูดเลือดขูดเนื้อที่โหด” นายชูชาติกล่าว






