posttoday
เอสเอ็มอีแบงก์เร่งซับน้ำตาปล่อยล็อตแรกแล้ว161ราย

เอสเอ็มอีแบงก์เร่งซับน้ำตาปล่อยล็อตแรกแล้ว161ราย

03 มิถุนายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — เอสเอ็มอีแบงก์คาดปล่อยกู้ช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบการเมืองเต็มวงเงิน 5,000 ล้าน ใน 2 เดือน

นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารเริ่มเบิกจ่ายเงินสดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทางการเมืองตามโครงการเอสเอ็มอี พาวเวอร์เพื่อวันใหม่แล้ว 161 ราย วงเงิน 98 ล้านบาท

นายโสฬส กล่าวว่า การเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2631 พ.ค. จำนวน 5,714 ราย วงเงิน 3,995 ล้านบาท มีผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อแล้ว 2,640 ราย วงเงิน 1,668 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่าจะอนุมัติสินเชื่อตามวงเงินทั้งหมดได้ภายใน 2 เดือน และหลังจากนั้นคาดว่าทางรัฐบาลและกระทรวงการคลังจะมีการอนุมัติเพิ่มวงเงินตามโครงการอีก 5,000 ล้านบาท รวมเป็น 1 หมื่นล้านบาท

นายโสฬส คาดว่า การปล่อยสินเชื่อดังกล่าวน่าจะมีปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพียง 2% ของยอดสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท หรือประมาณ 100 ล้านบาท เนื่องจากเป็นโครงการผ่อนปรน เช่น กรณีที่เป็นผู้ประกอบการที่ถูกเผา กู้ 3 แสนบาทแรก ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย แต่กรณีที่เป็นผู้ประกอบการทั่วไปเสียดอกเบี้ยเพียงแค่ 3% มีระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นนานถึง 2 ปี ทำให้ภาระที่ลูกหนี้ต้องผ่อนอยู่ที่ระดับเพียง 1,000 บาทต่อเดือน

นายโสฬส กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการที่ได้รับความช่วยเหลือในการจัดสถานที่ขายของให้ เช่น ที่ราชประสงค์ ได้เปิดร้านขายของไม่เสียค่าเช่า จะใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน กว่าจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ

“อาจมีผู้ค้าบางรายที่ยอดขายตก ขาประจำไม่มาซื้อของ แต่เท่าประเมินเบื้องต้นพบว่าทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการตัวจริง ซึ่งค้าขายที่ผ่านมาก็ไม่ประสบปัญหา” นายโสฬส กล่าว

นายโสฬส กล่าวอีกว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมาธนคารได้ทำเรื่องขอให้กระทรวงการคลังเพิ่มทุนให้ธนาคารอีก 2,500 ล้านบาท เพื่อให้เพียงพอรองรับกับการขยายสินเชื่อได้เพิ่มากขึ้น โดยขณะนี้ธนาคารมีสภาพคล่องมากกว่า 1 หมื่นล้านบาทเพียงพอรองรับกรณีที่มีการให้เพิ่มวงเงินสินเชื่ออีก 5,000 ล้านบาท และเชื่อว่ากรณีที่ปล่อยกู้เต็มวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ก็ยังไม่กระทบต่อเงินกองทุน

สำหรับผลดำเนินงานของธนาคารตั้งแต่ต้นปี จนถึงสิ้นเดือนพ.ค. ที่ผ่านมามีผู้ยื่นขอสินเชื่อประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นยอดสินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 6,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับยอดสินเชื่อทั้งปีที่ตั้งเป้าหมายไว้ 1.2 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับยอดสินเชื่อในโครงการเอสเอ็มอีพาวเวอร์ เพื่อวันใหม่อีก 5,000 ล้านบาท จะทำให้ยอดสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอลล่าสุดอยู่ที่ 34% ของยอดสินเชื่อรวมกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปลายปีก่อนซึ่งอยู่ที่ระดับ 50 % และในปีนี้มีแผนลดเอ็นพีแอลโดยการส่งเจ้าหน้าที่ออกไปพัฒนาคุณภาพลูกหนี้ และเตรียมดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายกับลูกหนี้ที่เลิกกิจการไปแล้วโดยการฟ้องบังคับคดีเป็นเงินรวมกันอีกไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ขณะที่กำไรก่อนตั้งสำรองดอกเบี้ยเอฟอาร์ซีดี ( ตราสารดอกเบี้ยลอยตัว ) ในช่วงไตรมาสแรกอยู่ที่ระดับ 200 ล้านบาท

“ตอนนี้ต้องตั้งสำรองภาะดอกเบี้ยเอฟอาร์ซีดีเดือนละ 130 ล้านบาท ซึ่งกำไรไตรมาสแรกแบบที่ไมรวมภาระสำรองดอกเบี้ยอยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมิ.ย.นี้ ทางคณะกรรมการ ปปช. ชุดใหญ่จะมีการชี้มูลเรื่องนี้ และหากชี้มูลว่าสัญญาเป็นโมฆะ ธนาคารก็อาจเอาเงินที่ทยอยตั้งสำรองดอกเบี้ยไว้กว่า 2,000 ล้านบาทเก็บไว้เป็นทุนต่อไป” นายโสฬสกล่าว

ขณะที่สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวนั้นอยู่ระหว่างการรอดูข้อเสนอของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไรบ้าง โดยขณะนี้ธนาคารมีวงเงินที่เหลือจากการปล่อยกู้ในโครงการอีก 1,000 ล้านบาท จากยอดเป้าหมายปล่อยกู้ 5,000 ล้านบาทและหากรัฐบาลสั่งให้ขยายวงเงินก็พร้อมที่จะดำเนินการได้ในทันที

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม