
อย่าเร่งรัด
กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 20 ชาติ หรือ จี20 จะเปิดประชุมกันที่ออสเตรเลียในสัปดาห์นี้ แน่นอนว่าประเด็นหลักๆ ที่น่าจะยกขึ้นมาหารือกันนั้น คือการเร่งเร้าให้กลุ่มยูโรโซนเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ตามการส่งสัญญาณของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่บอกเป็นนัยสำคัญเมื่อก่อนหน้านี้ว่า อีซีบีจำเป็นต้องออกมาตรการบางอย่างแน่นอน เพื่อแก้ไขวิกฤตเงินฝืดที่กำลังคุกคามการฟื้นตัวของกลุ่มยูโรโซนอยู่
กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 20 ชาติ หรือ จี20 จะเปิดประชุมกันที่ออสเตรเลียในสัปดาห์นี้ แน่นอนว่าประเด็นหลักๆ ที่น่าจะยกขึ้นมาหารือกันนั้น คือการเร่งเร้าให้กลุ่มยูโรโซนเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ตามการส่งสัญญาณของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่บอกเป็นนัยสำคัญเมื่อก่อนหน้านี้ว่า อีซีบีจำเป็นต้องออกมาตรการบางอย่างแน่นอน เพื่อแก้ไขวิกฤตเงินฝืดที่กำลังคุกคามการฟื้นตัวของกลุ่มยูโรโซนอยู่
ก่อนหน้านี้ อีซีบีได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอนัก โดยสถานการณ์ปัจจุบันต้องเรียกว่าอีซีบีอยู่ในสภาพจนตรอกเลี่ยงไม่ได้แล้วที่จะต้องงัดเอามาตรการบางอย่างมาใช้ ซึ่งแน่นอนว่าหลายฝ่ายต่างเก็งกันว่าน่าจะเป็นนโยบายคิวอี
กระนั้น การออกมาตรการคิวอีจะสามารถช่วยกู้ชีพเศรษฐกิจของยุโรปได้จริงหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องน่าคิดอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าหากมองไปที่ตัวอย่างของสหรัฐที่มีการประกาศใช้คิวอีมาอย่างต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง นับตั้งแต่ปลายปี 2008 แต่กระนั้นเศรษฐกิจสหรัฐก็ทำได้ดีแค่การฟื้นตัวเพียงเล็กน้อย โดยที่ยังมีความเปราะบางจากปัญหาการว่างงานภายในประเทศอยู่เป็นสำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้น การใช้มาตรการคิวอีของสหรัฐยังทำให้ตลาดทุนโลกยังสูญเสียความสมดุลไปอีกด้วย และส่งผลกระทบต่อหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่ยังมีความอ่อนไหวสูงต่อการไหลเข้าไหลออกของทุนจากต่างประเทศ ซึ่งก็รวมถึงประเทศไทยด้วย
การใช้มาตรการคิวอีของสหรัฐ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวอย่างไร้เหตุผล และดันให้ค่าเงินสกุลอื่นๆ ปรับตัวแข็งขึ้นอย่างที่ไม่น่าจะเป็น ขณะที่การไหลเข้าของทุนจากสหรัฐในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ยังเป็นภาวะไม่ปกติที่ทำให้นักลงทุนทั้งในสหรัฐและทั่วโลกต่างเสพติดกับการเก็งกำไรในแบบที่ได้มาง่ายๆ เกินไป ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมานี้
ดังนั้น การที่อีซีบีซึ่งคาดว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบของ “คิวอี” นั้น จึงเป็นความเสี่ยงที่โลกต้องเผชิญกับนโยบายที่ผิดปกติอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่านอกเหนือจากที่อาจจะไม่ได้ช่วยให้การฟื้นตัวของยุโรปกลับมาแข็งแกร่งในระยะสั้น ก็ยังอาจจะส่งผลกระทบด้านลบไปยังเศรษฐกิจโลกอีกด้วย
ภาพปัญหาของเศรษฐกิจยุโรปในปัจจุบันคือภาวะเงินฝืด อันเกิดขึ้นหลังจากการประสบปัญหาวิกฤตหนี้ ซึ่งเป็นปกติครับที่ความเชื่อมั่น ความมั่นใจต่อการใช้จ่าย การลงทุน ที่ยังอยู่ในสภาพ “ฝ่อ” อยู่ อีกทั้งปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ว่าจะปัญหาในยูเครน รัสเซีย หรืออิรักที่ยังคุกรุ่นอยู่ในขณะนี้
ยังไม่ต้องรีบร้อนปัญหาแก้ได้ด้วยตัวมันเอง เพียงแต่ต้องใช้เวลาเท่านั้น







