
อย่าถอดถอนจนลืมคดีทุจริต
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ได้บทสรุปโดยเฉพาะในประเด็นการแต่งตั้งโยกย้าย “ตำรวจ” ระดับชั้นนายพลในตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ถึงระดับผู้บัญชาการ (ผบช.)
บทสรุปที่ออกมาตอกย้ำถึงเส้นสายอำนาจของวงการสีกากีที่ถูกเปลี่ยนขั้วอย่างชัดเจนภายใต้การนำของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ล้างบางอำนาจเดิมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำให้ตำรวจเคยฝักใฝ่นายใหญ่ ต้องถูกระเห็จระเหินไปคนละทิศทาง
นั่นเพราะการวางนายพลตำรวจระดับคุมกำลังชุดใหม่ครั้งนี้ เพื่อต้องการให้การทำงานในรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และไม่ต้องการให้ตำรวจขั้วเดิมต้องวางรากฐานรัฐตำรวจดังที่เคยเป็นมา
ชัดเจนจากตำแหน่งที่น่าสนใจในโผการแต่งตั้งครั้งนี้เริ่มจากขยับขึ้นปรู๊ดปร๊าดอย่าง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.น. นักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 36 ขยับขึ้นเตรียมติดยศ พล.ต.อ.ในตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.
น่าสนใจที่ว่า ตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งหลักที่ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 88/557 กำหนดให้ รอง ผบ.ตร. และจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร. เหมือนกับเตรียมแต่งตัวให้ “บิ๊กแป๊ะ” เตรียมนั่งเป็น ผบ.ตร.คนต่อไป
ด้วยว่าสายงานค่อนข้างชัดเจนว่าอยู่คนละขั้วกับฝั่งเพื่อไทยและเมื่อมีการเข้ายึดอำนาจ ชื่อของ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ก็ได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลพื้นที่นครบาลเป็นการชั่วคราว ก่อนจะมีผลล่าสุดในคำสั่งให้ขยับเป็น รอง ผบ.ตร.เต็มตัว
ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานครพลิกโผพอสมควรที่โผล่เป็นชื่อของ “บิ๊กปู” พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบช.ก. รักษาการ ผบช.ภ.1 นรต.รุ่น 35 เข้ามาหยิบชิ้นปลามันมานั่งเก้าอี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ถือเป็นนายตำรวจอีกคนที่เป็นสายตรง พล.อ.ประยุทธ์ และยังสนิทสนมเป็นอย่างดีกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
การวางตัวครั้งนี้เพื่อหวังผลให้เข้ามาคุมพื้นที่เมืองหลวง ที่ภายหน้าอาจจะมีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นอีก แต่อีกนัยเหมือนกับสนองคุณให้ หลังจากครั้งหนึ่ง พล.ต.ต.ศรีวราห์ เคยอกหักถูกเตะโด่งออกจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ทั้งที่เตรียมขยับเป็น ผบช.ภ.1 แล้วในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ แต่ถูกร้องเรียนเรื่องอายุราชการที่อาจอาวุโสไม่เพียงพอ สุดท้ายก็กลับมาผงาดภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบันของทหาร
อีกตำแหน่งคือผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 คุมพื้นที่ภาคกลาง ปรากฏเป็นชื่อของ “บิ๊กนวย” พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการศึกษา ช่วยราชการ รอง ผบช.น. นรต.รุ่น 31 รุ่นเดียวกับว่าที่ ผบ.ตร.คือ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ถือเป็นนายตำรวจมือกฎหมายที่เลือกขั้วแห่งอำนาจได้อย่างถูกต้อง เมื่อถูกดึงให้เข้ามาทำคดีด้านความมั่นคงในช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามายึดอำนาจ พล.ต.ต.อำนวย ก็แสดงบทบาทได้เป็นอย่างดี
อีกทั้งยังเป็นมือประสานไปยังนักเคลื่อนไหวต่างๆ ในห้วงที่ยังใช้กฎอัยการศึกและต้องการออกมาเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองหลวง ถูกระงับไว้ด้วยฝีมือการเจรจาของ พล.ต.ต.อำนวย ผลตอบแทนให้เป็นผู้บัญชาการจึงถือเป็นการสนองให้
ขณะที่ภาคอีสานซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด การวางตัวตำรวจถือว่าสำคัญเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดปัญหาดังที่รัฐบาลชุดนี้ได้กังวลไว้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นชื่อของ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นรต.รุ่น 31 ที่เป็นเพื่อนสนิทกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จึงได้ผงาดมาคุมกำลังอีสานตอนใต้ เป็น ผบช.ภ.3
แต่ที่พลิกนาทีสุดท้ายของโผชุดนี้ คือชื่อของ พล.ต.ท.อนิรุต กฤษณะการะเกตุ จเรตำรวจแห่งชาติ สบ.8 ขยับไปเป็น ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) ถือเป็นคนที่วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไว้ใจให้ทำหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนใต้ ด้วยว่าคลุกคลีปัญหามาโดยตลอดก่อนจะได้ขยับเป็นจเรตำรวจแห่งชาติ สบ.8 เมื่อปีที่ผ่านมาเพราะอายุราชการทวีคูณ แรงหนุนให้เป็นผู้บัญชาการอย่างเร็ว เบียดให้ พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่หมายมั่นตำแหน่งนี้ต้องผิดหวังในช่วงโค้งสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าโผตำรวจระดับนายพลรอบนี้ ถือเป็นการวางตัวจากความใกล้ชิดของทีมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แทบจะทั้งสิ้น ส่งผลให้นายตำรวจขั้วอำนาจเดิม แม้ว่าบางส่วนจะได้ขยับยศและตำแหน่งสูงขึ้น แต่ก็ไม่มีบทบาทสำคัญในหน้าที่ เช่น พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. ฅคนใกล้ชิดบ้านจันทร์ส่องหล้า สนิทดีกับพจมาน ณ ป้อมเพชร ถูกขยับเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. รวมถึง พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วย ผบ.ตร. สไลด์เป็นรองจเรตำรวจแห่งชาติ แม้ตำแหน่งจะสูงขึ้น แต่ก็ไม่มีกำลังพลดูแล
น่าจับตาดูว่า อีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า จะถึงคิวโผการโยกย้ายระดับรองผู้บัญชาการผู้บังคับการ ที่มีตำแหน่งให้เหล่านักวิ่งสีกากีรวม 74 เก้าอี้ ได้วัดกันว่าใครจะขึ้นติดยศนายพล แต่หากไม่มีอะไรผิดพลาด ชื่อของแต่ละนายตำรวจที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ได้ดิบได้ดี คงหนีไม่พ้นเสียงคำสั่งที่มาจากรัฐบาลเป็นแน่
เพราะนั่นจะเป็นการการันตีเพื่อให้รัฐบาลของทหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แรงหนุนจากตำรวจที่ตัวเองได้วางกำลังเอาไว้







