posttoday
แก้คอร์รัปชั่นกรมศุลฯยิ่งทำยิ่งผุด

แก้คอร์รัปชั่นกรมศุลฯยิ่งทำยิ่งผุด

15 กันยายน 2557

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมศุลกากรจะมีการแถลงนโยบาย ซึ่งหนึ่งในนั้นจะมีนโยบายที่อธิบดีกรมนี้ให้ความสำคัญมาก นั่นคือการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น มีแคมเปญรณรงค์ลดการคอร์รัปชั่น

แต่ตลอดหลายสิบปีมานี้ กรมศุลกากรยังไม่เคยเสียแชมป์ ถูกร้องเรียนเรื่องการทุจริตเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ทั้งในเรื่องของการใช้อำนาจ ดุลพินิจ พ่อค้าวาณิช ที่ทำธุรกิจนำเข้าส่งออก ต้องจ่ายใต้โต๊ะตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายเพื่อแลกกับความสะดวก

เวทีเศรษฐกิจโลกเคยจัดอันดับการเอื้ออำนวยต่อการทำการค้าต่างประเทศจำนวน 125 ประเทศ เฉพาะเรื่องภาษีศุลกากรของไทยตกอยู่ในอันดับที่ 124 ซึ่งปัญหาเกิดจากการตีความ การใช้อำนาจ การวินิจฉัยไม่ตรงกันในแต่ละระดับ และบางคนถูกลงโทษเพราะทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพราะเจ้าหน้าที่คนหนึ่งแนะนำแล้วก็มีเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งก็ดำเนินการ

ดังนั้น หากนำเข้าสินค้าและสำแดงเท็จ คือสำแดงราคาต่ำกว่าจริง ใบขนสินค้ากับสินค้าที่นำเข้าไม่ตรงกัน ก็ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ที่สนิทสนมกันมาเข้าเวร จึงจะนำของเข้าและออกเพราะจะผ่านตลอด ในขณะที่มาในช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่คนอื่นมาปฏิบัติงานอาจจะโดนกักสินค้า สั่งให้เสียภาษีให้ถูกต้อง หรือสั่งปรับชิปปิ้ง

สมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากรคนล่าสุด ให้นโยบายว่า กรมศุลกากรจะทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เป็นประเด็นเรียกร้องความไม่เป็นธรรมของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรว่ามีการทุจริต เรียกเก็บภาษีของแบรนด์เนม และเก็บเงินใต้โต๊ะจากผู้ประกอบการนำเข้าสินค้า หากผู้ประกอบการหรือประชาชนรายใด พบว่าถูกเอารัดเอาเปรียบ สามารถมาเรียกร้อง และขอคำชี้แจงจากกรมศุลกากรได้ทันที

สมชัยยอมรับว่าปัญหาทุจริตไม่ใช่เรื่องใหม่ ในฐานะอธิบดีก็ยินดีจะรับทุกปัญหาไปหาแนวทางแก้ไข ก็สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่มีหน้าที่ประจำด่านศุลกากรปฏิบัติงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ห้ามออกนอกพื้นที่หรือเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อพบปะใคร ในเวลาราชการ ยกเว้นป่วย หรือได้รับมอบหมายเท่านั้น แม้ว่าด่านจะมีงานน้อยก็ต้องหากิจกรรมสร้างส่วนร่วมกับผู้ประกอบการมากขึ้น

สิ่งที่อธิบดีกรมศุลกากรคนใหม่ดำเนินการเป็นเซอร์ไพรส์ข้าราชการ คือการไปสุ่มตรวจการทำงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากรในทุกสนามบิน รวมถึงด่านชายแดนทุกด่าน ซึ่งจะเป็นการกำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะช่วยลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้ในระดับหนึ่ง

แต่ยิ่งแก้ไข ยิ่งเข้มงวด ปัญหาคอร์รัปชั่นของกรมศุลกากรก็ยิ่งโผล่มาสร้างเซอร์ไพรส์ให้ประชาชนเช่นกัน กรณีการล่องหนของรถหรูกว่า 500 คัน ที่หายสะสมมาตั้งแต่ปี 2551 แต่ไม่มีใครดำเนินการแก้ไขอะไร แถมยังช่วยกันปกปิด

ในขณะที่สมชัยเดินสายตรวจด่านศุลกากรต่างๆ ทางคลังสินค้าทัณฑ์บนก็ขนรถหรูหนีหายไป 40 คัน ประหนึ่งจะท้าทายสติปัญญาของอธิบดีกรมศุลกากรว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

ส่วนการลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนที่ทำกันเป็นประจำนั้น ก็มีการจับพอให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่แอ็กทีฟ แต่น้ำมันเถื่อนก็ยังทะลักเข้าออกตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก

หากไล่จากล่างขึ้นบนบางเรื่องกรมศุลกากรต้องปรับระบบและวิธีการทำงาน แต่ระดับสูงกว่านั้นก็ยากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการใช้ดุลพินิจที่ยังมีช่องทำให้การทุจริตเกิดขึ้น

ดังนั้น ทางกรมศุลกากรวางแผนแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง โดยเบื้องต้นจะเข้าไปแก้กฎหมายรางวัลสินบนนำจับและแก้กฎหมายค่าปรับ กรณีหลีกเลี่ยงภาษี เดิมจะถูกปรับ 4 เท่าของมูลค่าสินค้ารวมภาษีอากร ไม่ว่าจงใจหรือไม่ก็ตามจะแก้ไขเป็น 04 เท่า เพื่อลดภาระเอกชน

นอกจากนี้ จะพิจารณาดุลพินิจของผู้กระทำผิดด้วยว่าเจตนาหรือไม่ หากไม่เจตนาอาจไม่ปรับ หรือปรับ 12 เท่าแล้วแต่ดุลพินิจของศาล

ส่วนเงินสินบนนำจับ เดิมผู้แจ้งได้ 30% และส่วนเจ้าหน้าที่ได้ 25% แต่กฎหมายใหม่ที่จะเสนอคือ สินบนนำจับผู้แจ้งจะอยู่ที่ 10% ส่วนอีก 20% เป็นรายได้เข้ารัฐ รางวัลนำจับของเจ้าหน้าที่ เป็น 5% ทำให้อีก 25% นำส่งเป็นรายได้รัฐ

ดูเหมือนสิ่งที่กรมศุลกากรพยายามสร้างกลไกตรวจสอบการคอร์รัปชั่นก็ยังไม่ได้ผลอะไรมากนัก แม้จะมีการติดกล้องเพื่อไว้ดูการทำงานของเจ้าหน้าที่หลายร้อยตัวในทุกด่านศุลกากรก็ยังไม่สามารถลดการแก้ไขการคอร์รัปชั่นได้

ในปี 2558 ไทยจะต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตามข้อตกลงการค้า ด่านศุลกากรทั้งหลายจะต้องทำงานหนักในการรับมือการขนสินค้าผ่านแดนที่จะมีมากขึ้น หากยังแก้ไขปัญหาหลักไม่ได้ สุดท้ายแชมป์คอร์รัปชั่นก็จะตกอยู่กับกรมศุลกากรเหมือนเดิม

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน