
กวักทอง...คนสู้ชีวิต
คนเรากว่าจะเกิดมาลืมตาอ้าปากดูโลกได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อเกิดมาแล้วจงต่อสู้ อย่าท้อแท้สิ้นหวังเด็ดขาด
คนเรากว่าจะเกิดมาลืมตาอ้าปากดูโลกได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อเกิดมาแล้วจงต่อสู้ อย่าท้อแท้สิ้นหวังเด็ดขาด นี่คือปรัชญาชีวิตที่ กวักทอง ยอยรู้รอบ หนุ่มพิการวัย 52 ปี ชาวบ้านไผ่แปลกแม่ ต.สวนแตง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ยึดถือเป็นคติสอนใจมาตั้งแต่จำความได้
แม้ว่ากวักทองเกิดมาพิการแขนด้วนทั้งสองข้าง แต่ไม่เคยท้อแท้ต่อชะตาชีวิตที่เกิดมามีปมด้อย ตรงข้ามกลับกระตุ้นต่อมจิตใจใต้สำนึกปลุกให้เขาลุกขึ้นมาต่อสู้ชีวิตและมุมานะมากกว่าคนปกติทั่วไทย ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนคนทั่วไทยโดยไม่ต้องพึ่งพาคนในครอบครัว หรือเป็นภาระของสังคม
“ร่างกายผมพิการแต่จิตใจผมไม่เป็นเช่นนั้น คนปกติทำอะไรได้ ผมก็ต้องทำให้ได้เช่นกัน เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์แล้วต้องสู้เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตในโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุข อย่าท้อแท้กับชะตาชีวิต คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่สามารถเลือกดำรงชีวิตอยู่ให้ได้”
นี่คือคติพจน์ที่กวักทองจารึกไว้ในสมองตลอดเวลา อยากทำอะไรให้ชีวิตมีความสุขก็ทำไป อย่าให้ใครเดือดร้อน อยากเรียนอยากรู้อะไรก็จงทำให้ถึงที่สุด ทำให้ถึงเป้าหมายที่ฝันไว้ ซึ่งเขาก็ทำจนประสบความสำเร็จมาแล้ว เช่น คว้าใบปริญญา สาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อปี 2530
“ก็เพราะอยากรู้เรื่องกฎหมายจึงใฝ่เรียนจนจบตามที่ฝันไว้ แต่เป็นเพราะไม่ชอบอาชีพนักกฎหมาย ผมจึงเลือกอาชีพรับจ้างประกอบสายนาฬิกาจวบจนปัจจุบันเพราะถนัดมากกว่า ได้ทำงานอยู่ที่บ้าน และที่สำคัญได้ดูแลแม่วัยชรา”
กวักทองทำหน้าที่ดูแลแม่อายุ 94 ปี ที่ป่วยเป็นโรคชราไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ ทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำและเช็ดตัวด้วยเท้าทั้งสองข้าง จนชาวบ้านชมเชยว่าเป็นชายพิการยอดกตัญญู
“ใครมีพ่อดูแลพ่อ ใครมีแม่ดูแลแม่ ใครมีทั้งสองคนก็ดูแลท่านทั้งสองคนให้ดีในวันนี้ เพื่อทดแทนบุญคุณท่าน เพราะไม่มีใครรักเราเท่าพ่อและแม่” กวักทอง สะกิดเตือนใจวัยโจ๋







