
แก้หนี้ที่ต้นเหตุ
ตัวเลขหนี้ครัวเรือนของคนไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขจากการสำรวจ
ตัวเลขหนี้ครัวเรือนของคนไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขจากการสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ในปี 2557 หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 9 ปี ขยายตัว 16.1% เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่ 11,022.05 บาท มาอยู่ที่ 219,158.20 บาท/ครัวเรือน ซึ่งหนี้สินเร่งตัวมากที่สุด คือ ปี 2555-2556 เป็นช่วงที่ประชาชนต้องกู้เงินมาซ่อมแซมที่อยู่อาศัยอันเป็นผลมาจากปัญหาน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2554
ทางด้านสาเหตุของการเป็นหนี้นั้น เป็นหนี้จากการซื้อทรัพย์สิน 36.9% ใช้จ่ายทั่วไป 32.2% ลงทุน 19.6% จำแนกที่มาของหนี้พบว่า เป็นหนี้ในระบบ 40% หนี้นอกระบบ 37.2% และผู้ที่มีหนี้ทั้งในและนอกระบบ 22.8% ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ที่ระดับ 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งสูงแต่ก็มีแนวโน้มที่จะลดลง เพราะการก่อหนี้ของประชาชนเริ่มลดลง
การที่ประชาชนมีหนี้สูง เป็นเหตุที่ทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทำได้ยาก เพราะจะฉีดเงินเข้าไปในระบบอย่างไร ตัวอย่างของการจ่ายเงินค้างค่าจำนำข้าว ที่ คสช.สั่งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายให้ชาวนา 7.2 หมื่นล้านบาท เมื่อได้เงินเจ้าหนี้ก็จะมาทวงเงินไปหมด ประชาชนก็ไม่มีเงินมาใช้ สุดท้ายก็ต้องไปกู้เงินมาใช้จ่ายต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ไขหนี้ภาคประชาชนมาก โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขหนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งกระทรวงการคลังก็ขอให้ธนาคารรัฐแก้ไขปัญหาโดยธนาคารออมสินออกโครงการธนาคารประชาชน เพื่อให้เงินทุนหรือเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ หรือเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ และชำระหนี้อื่นๆ ให้กู้ไม่เกินรายละ 2 แสนบาท ธ.ก.ส.ได้โครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท กำหนดวงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 1 แสนบาท อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี ต้องเป็นหนี้ที่เกิดจากเหตุสุจริตจำเป็นและเป็นภาระหนัก แต่ไม่ใช่เกิดจากการเล่นพนันหรือภาระหนี้จากความฟุ่มเฟือย รวมทั้งเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ก.ย.นี้
การไปแก้ไขหนี้นอกระบบ ควรจะแก้ไขให้ถูกจุด โดยต้องแก้ที่สาเหตุว่าที่หนี้ครัวเรือนเพิ่มมากเป็นเพราะอะไร หากแยกรายจ่ายครัวเรือนออกมาจะพบว่ารายจ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดเพราะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น 14.3% ผ่อนสินค้ามากเกินรายได้ 12.5% และหนี้สินที่เกิดจากภัยธรรมชาติ 12.1% ภาคครัวเรือนจึงหันไปกู้เงินนอกระบบมากขึ้น สาเหตุเกิดจากภาคครัวเรือนที่มีรายได้ 5,000-1 หมื่นบาท/เดือน ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบได้ และค่าครองชีพสูงจนเกินไป
ดังนั้น หากนายกฯ ต้องการให้แก้ไขหนี้ครัวเรือนไม่ว่าจะในระบบหรือนอกระบบ ต้องไปแก้ไขที่ค่าครองชีพดูแลไม่ให้สูงเกินไป เปลี่ยนค่านิยมไม่ให้ใช้จ่ายเกินตัว การล้างหนี้เป็นการช่วยเหลือชั่วคราว แต่ในที่สุดหากไม่สามารถกระจายรายได้ให้เป็นธรรม ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงไม่มีวันหายไปจากระบบเศรษฐกิจไทย







