
"สุกรี"ปี๊บคลุมหัวจี้รมว.สธ.ทิ้งเก้าอี้อธิการฯ
สุกรี มาตามนัด เอา ปี๊บคลุมหัว กดดัน "รัชตะ" ไขก็อกพ้นเก้าอี้อธิการบดี ม.มหิดล
สุกรี มาตามนัด เอา ปี๊บคลุมหัว กดดัน "รัชตะ" ไขก็อกพ้นเก้าอี้อธิการบดี ม.มหิดล
เมื่อวันที่ 10 ก.ย. นายสุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางค์ศิลป์ เปิดแถลงข่าว เรียกร้องให้นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) และรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข (สธ.)ลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีมม.
นายสุกรีได้ให้เหตุผลว่า ไม่เห็นด้วยที่อธิการบดีมม. จะนั่งควบทั้งตำแหน่งอธิการบดี และตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการสธ. เพราะมหาวิทยาลัยถือแหล่งบ่มเพาะปัญญา ดังนั้นผู้นำก็ควรจะมีสามัญสำนึก มม.มีปรัชญาของมหาวิทยาลัยว่าปัญญาของแผ่นดิน แต่การที่นพ.รัชตะ ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งอธิการบดี กำลังจะกลายเป็นปัญหาของแผ่นดิน การนั่งควบทั้ง 2 ตำแหน่งเป็นเรื่องของการมีผลประโยชน์ทับซ้อน และเป็นเรื่องของสามัญสำนึกของคนที่เป็นครู อาจารย์
นายสุกรี กล่าวว่า การเรียกร้องครั้งนี้ ถือเป็นการกระทำส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับใคร และยังไม่ได้มีการพูดคุยกับคณะบดีคนอื่น ๆ โดยมม.มีคณบดีทั้งหมด 33 คณะ มีความคิดเป็นอิสระบังคับกันไม่ได้ การออกมาเรียนร้องครั้งนี้ จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองไปถึงบุคคลอื่นรัฐบาลหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้มีการสอบถามความคิดเห็นของนายกสภามม. ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเคยบอกกับนายกสภามม. ไปแล้วว่าการที่อธิการบดีมม. นั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการสธ.ด้วยนั้น เป็นเรื่องที่ผิดสามัญสำนึกและอาจทำให้เกิดการมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่นายกสภามม. บอกว่า ให้มาคุยกันในที่ประชุมสภามม. ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 17 ก.ย.
นายกิติกร จามรดุสิต อาจารย์ประจำ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ในฐานะกรรมการสภามม.ประเภทอาจารย์ประจำ เป็นตัวแทนกรรรมการสภามม. ประเภทอาจารย์ประจำ ได้มอบดอกเข็มเป็นกำลังใจให้นายสุกรี โดยดอกเข็มแสดงถึงสัญลักษณ์ของความมีสติปัญญาอันเฉียบแหลม ในการทำหน้าที่ของแต่ละคน และกล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึงสภามม.ให้ทบทวนบทบาทและหน้าที่ของนพ.รัชตะ ที่ขณะนี้นั่งควบทั้งตำแหน่งอธิการบดีและรัฐมนตรีว่าการสธ. และจะไปทวงถามคำตอบในการประชุมสภามม.วันที่ 17 ก.ย. เนื่องจากเห็นว่านพ.รัชตะไม่ควรนั่งควบทั้งสองตำแหน่ง
นายกิติกร กล่าวว่า นพ.รัชตะ มาจากการสรรหา ซึ่งเคยสัญญากับประชาคมมม.ว่า จะปฏิบัติงานในฐานะอธิการบดีอย่างเต็มที่เต็มเวลา ดังนั้นหากไม่ลาออกจากตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งก็คงไม่สามรถทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยจะเดินหน้าเรียกร้องความถูกต้องจนกว่าจะมีการเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง
นอกจากนี้ ขั้นต่อไป อาจจะมีการตั้งเวทีสาธารณะเพื่อพูดคุยกับประชาคมในมม. ให้ตื่นตัวเรียกร้องผลประโยชน์ ส่วนจะเชื่อมโยงไปถึงนักศึกษาหรือไม่นั้น โดยส่วนตัวเห็นว่า ปัญหาดังกล่าว เป็นเรื่องระหว่างอาจารย์กับอาจารย์ไม่ควรดึงนักศึกษาเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะเดียวส่วนตัวมองว่าการนั่งควบทั้งสองตำแหน่งยังถือเป็นตัวอย่างไม่ดีให้นักศึกษา เพราะจะไม่สามารถทำงานได้เต็มที่







