
น้ำท่วมขยายวงเตือนลุ่มน้ำเจ้าพระยารับมือ 8 ก.ย.
สถานการณ์น้ำท่วมมีแนวโน้มที่จะขยายตัว ล่าสุด ฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
สถานการณ์น้ำท่วมมีแนวโน้มที่จะขยายตัว ล่าสุด ฎรงค์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 ทำหนังสือแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการ 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย จ.ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และลพบุรี ให้เตรียมรับสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากปริมาณน้ำจากภาคเหนือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จาก 896 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที เป็น 1,3001,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ภายในวันที่ 8 ก.ย.นี้ ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณ จ.พระนครศรีอยุธยา จะเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 1 เมตร นอกจากนี้ยังส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน้อยที่ จ.อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา สูงขึ้นถึงระดับตลิ่ง และอาจจะเอ่อล้นเข้าพื้นที่ชุมชนได้
อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้ามืดวันที่ 4 ก.ย. แม่น้ำยมช่วงที่ไหลผ่านพื้นที่หมู่ 7 ต.ปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย กัดเซาะตลิ่งจนทำให้แนวกั้นน้ำพังลง กระแสน้ำทะลักเข้าท่วมจนถึงพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ระดับน้ำท่วมขังเฉลี่ย 50 เซนติเมตร (ซม.) ประชาชนเดือดร้อนกว่า 1,000 ครัวเรือน ถนนหลายสายรถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำยมยังเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากยังมีฝนตก ประกอบกับน้ำเหนือจาก จ.แพร่ ไหลบ่าลงมาสมทบ คาดว่าอีก 23 วัน สถานการณ์น้ำท่วมจะขยายวงกว้างและรุนแรงเพิ่มขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานกับหน่วยทหารกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ พร้อมนำรถสูบน้ำระยะไกลและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยด่วน รวมถึงจัดรถบรรทุกและเรือให้บริการและอำนวยความสะดวกในการสัญจรแก่ผู้ประสบภัย
สุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ทุกพื้นที่ยกเว้นแม่น้ำยม สภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ น้ำปิงยังน้อย น้ำน่านแนวโน้มเพิ่ม แต่ยังอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง จุดที่น่าห่วงคือน้ำยมที่เดียว เพราะไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สถานการณ์น้ำท่วม จ.แพร่ ลดแล้ว ส่วนที่ จ.สุโขทัย กรมชลประทานประเมินว่าน้ำน่าจะสูงสุดในวันที่ 7 ก.ย.นี้ โดยจะหาทางระบายจากน้ำยมไปที่น้ำน่าน
“กรุงเทพฯ ไม่น่าห่วง เราประเมินแล้วว่าน้ำจะไหลเข้าที่สถานีตรวจวัดที่ จ.นครสวรรค์ ยังไม่มาก ถือว่ายังรับมือได้ แต่อยากเตือนชุมชนท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ชุมชนริมคลองโผงเผงต้องเริ่มเก็บสิ่งของมีค่าได้แล้ว” รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าว
ด้าน จ.พิษณุโลก เมืองสี่แคว น้ำที่มาจาก จ.อุตรดิตถ์ และแม่น้ำแควน้อย ทำให้น้ำในแม่น้ำน่านเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ส่งผลให้ตลิ่งทรุดตัวหลายจุด บรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จ.พิษณุโลก ได้แจ้งเตือนประชาชนในเขต 3 อำเภอของ จ.พิษณุโลก ประกอบด้วย อ.เมือง พรหมพิราม บางระกำ ให้เตรียมพร้อมรับมือแม่น้ำยมล้นตลิ่ง
ไม่เพียงแต่ภาคเหนือ สถานการณ์น้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็น่าวิตกเช่นกัน ที่ จ.นครราชสีมา ลำน้ำต่างๆ ในพื้นที่ อ.พิมาย เพิ่มสูงขึ้น เขื่อนระบายน้ำพิมายไม่สามารถกักน้ำได้ มีน้ำล้นออกจากสปิลเวย์ หรือทางน้ำล้นของเขื่อน เจ้าหน้าที่โยธาธิการและผังเมืองนครราชสีมาต้องนำเสาคอนกรีตและกระสอบทรายมาวางไว้บริเวณด้านหลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วมชุมชนในเขตเทศบาลเมืองพิมาย
ด้าน จ.กาฬสินธุ์ ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องทำให้น้ำในเขื่อนลำปาวเพิ่มขึ้น ลำน้ำปาวและลำน้ำชีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นมากจนอาจทำให้ล้นตลิ่ง พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 6 และเดชา พลกล้า หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) แอ๊ด เพชรฤทธิ์ ผู้อำนวยการทางหลวงชนบทจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการสร้างพนังกั้นน้ำชี ระยะทางเกือบ 38 กิโลเมตรในเขต อ.กมลาไสย และ อ.ร่องคำ โดยฝ่ายทหารได้ร่วมกับหน่วยเฝ้าระวังของ ปภ.เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ปภ.รายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน 24 จังหวัด ขณะนี้คลี่คลายแล้ว 19 จังหวัด คงมีน้ำท่วมอีก 5 จังหวัด 6 อำเภอ ได้แก่ จ.พิจิตร นครสวรรค์ นครราชสีมา พะเยา และตาก ประชาชนได้รับผลกระทบ 9,886 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 8 คน







