
ชงตั้งกองทุนหมื่นล.ช่วยท่องเที่ยว
โพสต์ทูเดย์
— แอตตาชงกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งกองทุนท่องเที่ยว คาดใช้งบกว่า 1 หมื่นล้านบาท จ่อชง ครม.สัปดาห์หน้านายอรรถชัย บุรกรรมโกวิท ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวภายหลังวิกฤตทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการการจัดตั้งกองทุนเพื่อการท่องเที่ยวตามที่ภาคเอกชนเสนอ ซึ่งเพื่อให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนสำรองการใช้จ่ายได้ทันทีที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตต่างๆที่เกิดขึ้น เบื้องต้นคาดว่าต้องใช้งบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวจะมีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวในช่วงที่เกิดเหตุการณ์วิกฤต ช่วยลดขั้นตอนการเสนอขอวงเงินกู้ ทำให้ผู้ประกอบการได้รับเงินกู้เสริมสภาพคล่องได้เร็วขึ้นนอกจากนี้ ได้เสนอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศ (ททท.) เร่งจัดเมกะแฟม ทริป นำผู้สื่อข่าวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทย โดยเฉพาะสื่อในโซนเอเชีย และการขอให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบค่าประกันสังคม ให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและลูกจ้าง นาน 3 ปี รวมถึงการขอลดหย่อนจ่ายเงินประกันสังคมระยะ 23 ปี
นอกจนอก ท
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้ตั้งคณะทำงานจำนวน 3 ชุด เพื่อวางกรอบการขอความช่วยเหลือให้กับผู้ประกอบการในส่วนต่างๆ ได้แก่ 1คณะทำงานกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมขนาดใหญ่ 2 คณะทำงานกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และ 3 คณะทำงานมัคคุเทศก์อาชีพ (ไกด์) โดยคณะทำงานแต่ละชุดได้แต่งตั้งภาครัฐเป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่จัดหมวดหมู่ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ
“
คณะทำงานจะเร่งสรุปกรอบความช่วยเหลือที่เป็นความเห็นในแนวเดียวกัน และจะเสนอแผนการฟื้นฟูด้านการท่องเที่ยวเข้า ครม. ในวันที่ 8 มิ.ย.นี้” นายอรรถชัย กล่าวอย่างไรก็ตาม กระทรวงเตรียมจัดแพ็กเกจการให้ความช่วยเหลือใน 2 ส่วน ได้แก่ การเยียวยาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว เบื้องต้นคาดว่างบประมาณวงเงินกู้มากกว่า 5,000 ล้านบาท และการฟื้นฟูภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและการตลาดภายใต้งบกระตุ้นฉุกเฉิน 1,600 ล้านบาท โดยคาดว่าจะนำงบดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า
ขณะที่กลุ่มมัคคุเทศก์ (ไกด์) กว่า 100 คน ได้รวมตัวกันที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากได้รับผลกระทบจากการชุมนุมอย่างหนัก โดยได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ คือ 1.ของบประมาณจำนวน 1020 ล้านบาท จัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อให้สมาชิกสามารถกู้เงินดังกล่าว 2.เร่งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) สภามัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทยให้แล้วเสร็จ และ 3.ของบ 100 ล้านบาท จัดโครงการฝึกอบรมบุคลากรในภาษาที่ขาดแคลนเช่น ภาษาสเปน สแกนดิเนเวีย เกาหลี ฯลฯ รวมถึงพัฒนาทักษะการให้บริการนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม ในช่วงที่ประเทศมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางลดลง ซึ่งการชุมนุมที่ยืดเยื้อส่ง ทำให้อาชีพไกด์สูญรายได้รวมเดือนละ 400500 ล้านบาท/เดือน
ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯต้องให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เนื่องจากขณะนี้อาชีพไกด์ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งที่ผ่านมาวิกฤตทางการเมืองได้กระทบต่อรายได้ไกด์มาอย่างต่อเนื่อง แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้หนักสุด จึงต้องออกมาเรียกร้องขอรับความช่วยเหลือ เพราะขณะนี้มีไกด์จำนวน กว่า 7,000 คน ที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีจำนวนราว 5,000 คน เสี่ยงต่อการตกงาน
นอกจากนี้ต้องการให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กำหนดค่าแรงขั้นต่ำให้กับอาชีพดังกล่าว คนละ 1,000 บาท/วัน เนื่องจากปัจจุบันบางรายได้รับค่าจ้างเฉลี่ยที่ 200250 บาท/วัน เท่านั้น
“
รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาไกด์ เพราะปัจจุบันไกด์ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะต้องขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการทัวร์ ซึ่งบางรายไม่มีจรรยาบรรณ ส่งผลให้เกิดปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญตามมา เมื่อนักท่องเที่ยวมีน้อยทำให้เกิดปัญหาการตัดราคาเกิดขึ้น การเร่งปรับโครงสร้างอาชีพในครั้งนี้จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายวิโรจน์ กล่าว






