posttoday
หยุดทุจริตคอร์รัปชั่น Together We Can

หยุดทุจริตคอร์รัปชั่น Together We Can

04 กันยายน 2557

อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ปี 2003 เกิดจากผลการพิจารณาในที่ประชุมสหประชาชาติ

โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ปี 2003 เกิดจากผลการพิจารณาในที่ประชุมสหประชาชาติ ว่า ปัญหาและภัยคุกคามจากการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมโลกได้ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้มีผลต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของสังคม

หลังจากมีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ทุกประเทศเริ่มตื่นตัวกับการปรับปรุงกฎหมายเพื่ออนุวัติการให้เป็นไปตามอนุสัญญาฉบับนี้ เนื่องจากมีความตระหนักร่วมกันและแสวงหาความร่วมมือในการขจัดภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจและสังคมของสังคมโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้นในขณะนี้

ประเทศไทยก็เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ โดยคณะรัฐมนตรีได้แสดงความพยายามการเข้าเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาฉบับนี้โดยเร็ว ด้วยการมีมติเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2546 ให้กระทรวงยุติธรรมและสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นหน่วยงานหลักร่วมกันพิจารณาตรวจสอบพันธกรณีต่างๆ ตามอนุสัญญาฉบับนี้ และร่วมลงนามในข้อตกลงเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2546 ซึ่งเป็นวันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นโลก

แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีความคืบหน้าหรือพัฒนาการใดๆ การจัดอันดับประเทศในเรื่องคอร์รัปชั่นยังคงตกต่ำต่อไปเรื่อยๆ จนภาคเอกชนเริ่มทนไม่ไหว จนกระทั่งมีการรวมตัวของภาคเอกชนหลายฝ่าย นำโดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ดุสิต นนทนาคร ประธานหอการค้า (ในตอนนั้น) ได้ก่อตั้งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) และเขาเป็นประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นคนแรก เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2554 ถือเป็นต้นกำเนิดวันต่อต้านคอร์รัปชั่นของประเทศไทย ปัจจุบันมี ประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธานองค์กร

หยุดทุจริตคอร์รัปชั่น Together We Can

ฝ่ายให้ไม่ให้ ฝ่ายรับไม่รับ การโกงก็ไม่เกิด

มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า ประเทศไทยตั้งองค์กรนี้มาเป็นปีที่ 4 โดยมีกิจกรรมต่อเนื่องมาทุกปี จุดประสงค์เพื่อรวมพลังในสังคมให้คนไทยไม่รับการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ภาพรวมที่ผ่านมาอาจจะยังวัดผลยาก การโกงยังคงมีอยู่ การจัดอันดับการคอร์รัปชั่นของประทศเราก็ยังอยู่ในอันดับตกต่ำ แต่ในเรื่องการรับรู้มีการตื่นตัวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน ประชาชนสนใจและไม่ยอมรับเรื่องการคอร์รัปชั่นมากขึ้น

โดยเฉพาะในส่วนของภาคเอกชนมีบริษัทขนาดใหญ่เข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่เข้ามาทุกปี ขณะนี้มีกว่า 50 บริษัท รวมทั้งภาครัฐในระดับกระทรวง เช่น กระทรวงสาธารณสุขขอร่วมด้วย โดยในการจัดซื้อจัดจ้างก็ขอเชิญตัวแทนจากหน่วยงานเข้าไปร่วมรับฟังและซักถามข้อมูลเพื่อความโปร่งใสในการประมูลสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ กระทรวงพาณิชย์ เชิญเราเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อร่วมต้านคอร์รัปชั่น

การตื่นตัวมีมากขึ้นทุกปี มีผู้สนใจเข้าร่วมสร้างประชาคมให้เข้มแข็งไม่ยอมรับการโกงทุกรูปแบบมากขึ้น โดยเฉพาะต่อระบบพรรคการเมือง ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเท่าใด แต่ปีนี้ได้รับความสนใจจากนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งท่านจะมาเปิดงานด้วยตนเองในวันที่ 6 ก.ย.นี้

มานะ กล่าวถึงงานที่จะเปิดในวันที่ 6 ก.ย.ปีนี้ โดยเน้นปีนี้เรามีคอนเซ็ปต์ที่ว่า “Together we canWรวมพลังปฏิรูปสู่การป้องกันที่ยั่งยืน และเร่งสร้างการปลูกจิตสำนึกให้แพร่หลายออกไปในประชาชนทั่วไป ทั้งข้าราชการ เอกชน เยาวชน ปฏิเสธการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ถ้าฝ่ายให้ไม่ให้ ฝ่ายรับไม่รับ การโกงก็จะไม่เกิดขึ้น ร่วมกันสู้ กอบกู้อนาคต”

“การโกงยังเป็นปัญหาร้ายแรงของประเทศ มันจะดีขึ้นถ้าเราเรียนรู้และเข้าใจ พวกเราจึงควรจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเป็นหูเป็นตา เราทำเพื่ออนาคตของชาติ อย่าโทษเด็ก เขาเรียนรู้จากผู้ใหญ่ เราทำอย่างไรเขาก็ทำอย่างนั้น เห็นตัวอย่างจากเราเขาเป็นกระจกสะท้อนการกระทำของเราด้วย ถ้าเราเป็นตัวอย่างที่ดี เขาก็จะดีตาม แม้จะใช้เวลานานแต่เราก็จะต้องทำต่อไปจนกว่าจะดีขึ้น” เขากล่าว อย่างมีความหวัง

หยุดทุจริตคอร์รัปชั่น Together We Can

ร่วมตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและการกีฬา อดีตประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ ในฐานะเป็นหนึ่งในคณะกรรมการขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า มีหน้าที่รับผิดชอบด้านเยาวชน ในเบื้องต้นมีการร่วมมือกับบริษัทเอกชนหลายราย รวมทั้งโรงเรียนในเครือของ กทม. ซึ่งเขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

โดยเขาทำเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน มีสื่อการสอนเป็นการ์ตูนนิทานเริ่มตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงเด็กมัธยม เอาครูมาอบรมเพื่อกลับไปสอนเด็กๆ มีบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มาช่วยกำกับ เป็นสื่อการสอนในโรงเรียนด้วยออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับเด็กแต่ละวัยในโครงการโตไปไม่โกง ระยะแรกจะเน้นกับนักเรียนในกลุ่ม กทม.ก่อน ปีหน้าจะเริ่มไปยังนักเรียนต่างจังหวัดด้วย ภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกัน เพื่อให้นโยบายสอดคล้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

นโยบายเร่งด่วนที่เราจะพยายามรณรงค์ในขณะนี้ คือ เร่งสร้างและปลูกจิตสำนึกในกลุ่มนักศึกษาที่กู้ยืมเรียนของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ตอนนี้เด็กยืมแล้วไม่ใช้คืนเสียหายเป็นพันล้านบาท จนตอนนี้ไม่มีเงินให้กับรุ่นน้องกู้ยืมต่อไปแล้ว เพราะเด็กๆ มีค่านิยมผิดๆ ว่ามีเวลาใช้คืนตั้ง 15 ปี เดี๋ยวไปใช้คืนเอาในปีที่ 15 ก็ได้ ซึ่งเขาให้ทยอยใช้คืนทุกปี

จากการไปสำรวจเด็กมีค่านิยมตั้งใจที่จะไม่ใช้คืน เพราะคิดว่าเขาตามไม่ได้ ตรวจสอบไม่เจอ นั่นเข้าใจผิด เพียงแค่ตรวจสอบจากบัตรประชาชนก็รู้แล้ว ตอนนี้จะมีการร่วมกับเครดิตบูโรเหมือนตรวจสอบบัตรเครดิต ถ้าใครติดจะเสียประวัติ อนาคตจะยากเวลาทำธุรกรรมทางการเงินและอื่นๆ

“ในส่วนของบริษัท เราเองก็ช่วยตรวจสอบด้วยการที่หากเด็กมาสมัครงานใหม่ๆ เราก็จะเช็กว่าเขาติดค้างหรือเบี้ยวหนี้ กยศ.หรือไม่ แต่เราจะทำอย่างสร้างสรรค์ คือถามถึงเจตนารมณ์ว่าเขาตั้งใจจะจ่ายไหม นี่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณารับสมัครเข้าทำงาน มีบริษัทเอกชนใหญ่ๆ อีกหลายรายร่วมรับแนวคิด เราต้องช่วยกัน เพราะ กยศ.ไม่มีคนไปทวงนี้ ก็หามาตรการช่วยเหลือกันไป แต่จะไม่มีการไปหักเงินเดือนอะไรนะ เราแค่เจรจาพูดคุยไกล่เกลี่ยให้ เราทำอย่างสร้างสรรค์”

หยุดทุจริตคอร์รัปชั่น Together We Can

 

อย่าปล่อยให้คนดีหายหัว คนชั่วลอยนวล

ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี คอลซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ เป็นหนึ่งในสมาชิกองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวว่า งานในส่วนของเขานั้นช่วยกระตุ้นการสร้างจิตสำนึกในกลุ่มเยาวชน เริ่มมาตั้งแต่ปี 2555 ร่วมกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศทำโครงการ ดีแอมบาสเดอร์ ปลุกพลังเยาวชน เริ่มต้านคอร์รัปชั่นในกลุ่มเยาวชน อันเนื่องมาจากผลสำรวจว่า กลุ่มเยาวชนยอมรับการโกงได้ หากเขาได้รับผลประโยชน์ด้วย มากสุดในกลุ่มอายุ 19-25 ปี ที่ยอมรับความคิดนี้ จึงคิดว่าควรจะสร้างจิตสำนึกในกลุ่มนี้มากที่สุดก่อน เพราะเกรงว่าจะเป็นสังคมที่คนดีหายหัว คนชั่วลอยนวล

โดยเริ่มทำจริงจังมา 2 ปีกว่า รับสมัครเยาวชนร่วมโครงการตั้งแต่อายุ 15-25 ปี เข้าร่วมโครงการ มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยปลุกพลังเยาวชน เพื่อปลุกจิตสำนึกปราบปราม ป้องกัน เพราะคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของคนไทย ที่จะช่วยกันทำให้คนโกงไม่มีที่อยู่ในสังคมไทย

“จากการร่วมมือในโครงการนี้ทำให้เราต่อยอดโครงการต่อไป ด้วยการนำเสนอ พ.ร.บ.กองทุนต่อต้านคอร์รัปชั่นทำหน้าที่ต่อเนื่องการโกงกินทุกรูปแบบ คล้ายกับของ สสส. ซึ่งจะนำเสนอให้กับรัฐบาลชุดใหม่นี้ เป็นภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น”

โครงการดังกล่าวทำงานเชื่อมต่อมาจากมูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด ที่ก่อตั้งมานานแล้วโดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นประธาน เพื่อสร้างความโปร่งใส ธรรมาภิบาล ของผู้คนในสังคมทุกระดับ

หยุดทุจริตคอร์รัปชั่น Together We Can

 

ต้องใช้เวลาระยะยาว...

ดร.ณัฐกริช เปาอินทร์ ในฐานะผู้ทำงานวิจัยด้านคอร์รัปชั่น และเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สอนนักศึกษาปริญญาโท และ ปริญญาเอกที่นิด้า กล่าวว่า

“งานวิจัยที่ผมกำลังทำตอนนี้คือ การต่อต้านคอร์รัปชั่น ผมอาศัยประสบการณ์จากที่เคยเป็นอดีตที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการป้องกันการทุจริต ประพฤติไม่ชอบของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เห็นกรณีศึกษาว่าในวงการราชการมีการโกงและทุจริตกันแบบไหนมามาก ทุกวันนี้ ประเทศไทยเสียงบประมาณไปกับการโกงในวงราชการเป็นจำนวนมหาศาล เฉลี่ย 4 หมื่นล้านบาท/ปี คิดง่ายๆ คืองบในการสร้างรถไฟความเร็วสูงจากรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ บวก กรุงเทพระยอง ดังนั้นถ้าเราตัดการคอร์รัปชั่นนี้ออกไปได้ ประเทศไทยจะไปได้ไกลกว่านี้มาก”

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า กว่าจะถึงวันนั้นต้องใช้เวลา ต้องทำระยะยาว ทั้งการปราบปรามและสร้างจิตสำนึกให้คนในชาติ แต่เขามีความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยทำได้ เพราะในต่างประเทศเองก็มีหลายประเทศประสบความสำเร็จ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่