posttoday
"อุดมเดช"เผยย้ำถกสันติสุขแก้ใต้อยู่ในนโยบาย

"อุดมเดช"เผยย้ำถกสันติสุขแก้ใต้อยู่ในนโยบาย

03 กันยายน 2557

พล.อ.อุดมเดช ยัน คุยสันติสุข แก้ปัญหาไฟใต้ อยู่ในนโยบาย แย้ม 1-2 วัน คลอดโครงสร้างคณะพูดคุยใหม่ ชี้ “มาเลเซีย” ต้องส่งตัวจริงถกถึงจะเห็นผล

พล.อ.อุดมเดช ยัน คุยสันติสุข แก้ปัญหาไฟใต้ อยู่ในนโยบาย แย้ม 1-2 วัน คลอดโครงสร้างคณะพูดคุยใหม่ ชี้ “มาเลเซีย” ต้องส่งตัวจริงถกถึงจะเห็นผล  

เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม กล่าวก่อนการเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ว่า การประชุมในวันนี้ จะเป็นการติดตามผลการปฏิบัติงานของกลุ่มงานฝ่ายต่างๆ ส่วนการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของประชาชนในพื้นที่ ก็ได้อำนวยความสะดวกทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อย (คสช.) ก็ได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนนี้ คิดว่าขณะนี้พี่น้องมุสลิมในพื้นที่ ได้ไปถึงปลายทางเพื่อประกอบพิธีเป็นที่เรียบร้อย

พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาด้านอื่นๆในพื้นนั้นยอมรับว่าสถานการณ์ความรุนแรงยังมีอยู่บ้าง แต่ไม่มากไปกว่าเดิม และเจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ หลายอย่างเราพยายามปรับ อย่างเช่นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ก็มีการร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม ให้งานด้านการสืบสวนและดำเนินคดีมีความกระชับและรวดเร็วมากขึ้น รวมถึงการทำสำนวนที่ก่อนหน้านี้อาจจะมีส่วนหนึ่งที่พยานหลักฐานไม่รัดกุม ทำให้ผู้กระทำความผิดไม่ถูกสั่งฟ้องก็จะมีการอบรมชี้แจงเจ้าหน้าที่ในการทำกระบวนการให้มีความกระชับมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยการแก้ปัญหาเป็นอย่างดี  

“ก่อนหน้านี้เราสามารถจับกุมคนที่อยู่ในกระบวนการได้ แต่ก็มีส่วนหนึ่งซึ่งหลักฐานไม่เพียงพอ อาจจะเกิดจากการรวบรวมพยานหลักฐานที่ยังไม่สามารถทำได้เต็มที่นัก ครั้งที่แล้วในการประคุม คปต. ก็มีการเร่งรัดเรื่องนี้ไปยังกระทรวงยุติธรรม และทางศาลและอัยการก็ได้ชี้แจงว่า จะมีการปรับวิธีการในทางปฏิบัติรวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ให้มากยิ่งขึ้นคงจะสามารถทำให้กระบวนการตรงนี้มีความกระชับและรวดเร็วขึ้น และยืนยันว่าเราจะพยายามในการแก้ปัญหาต่อไป เพราะไม่ใช้เรื่องง่ายในการทำความเข้าใจกับคนที่ไม่เข้าใจอีกจำนวนพอสมควรที่แอบแฝงอยู่ ขณะนี้การขับเคลื่อนของเราดำเนินการด้วยทุกกระทรวงทบวงกรม ในการจัดโครงการต่างๆ ทั้งการฝึกอบรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คิดว่าคงใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเราต้องพยายามต่อไป” รมช.กลาโหมกล่าว

เมื่อถามว่าการปรับเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาค 4 จะมีผลต่อการทำงานหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า คงต้องฟังคำสั่งอย่างเป็นทางการก่อน และเป็นเรื่องการหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ในรอบปี และยอมรับว่าตัวบุคคลมีความสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือระบบในการทำงาน ไม่จำเป็นต้องยึดถือตัวบุคคลเพียงอย่างเดียวเพราะระบบต้องเดินไปได้ และตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ก็ได้พยายามวางระบบมาโดยตลอด

เมื่อถามว่า ต่อไป พล.อ.อุดมเดช จะเป็นทั้ง รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. จะมีมาตรการเชิงรุกอะไรหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เรื่องของตำแหน่งยังไม่ได้ออกมาชัดเจน ไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนั้น ตนเป็นข้าราชการต้องให้มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา มีพระบอรมราชโองการก่อน แต่ยืนยันว่าการดำเนินงานต้องทำเต็มที่ ต้องปรับงานการข่าวให้ลงลึกมากยิ่งขึ้นบูรณาการมากยิ่งขึ้น รวมถึงงานด้านมวลชนก็จะมีการจัดกำลังลงมาไปมากยิ่งขึ้น เพราะมีความเท้าเทียมกับงานด้านยุทธการ 

เมื่อถามถึงการพูดคุยสันติสุข พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมการเพิ่มเติมจากที่ผ่านมา และเร็วๆนี้ นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะมีการขออนุมัติ พล.อ.ประยุทธ์ ในการเดินทางไปพบปะหารือเพิ่มเติมในเรื่องรายละเดียดของการพูดคุยกันในระดับบน ส่วนตัวบุคคลนั้น ในส่วนของไทยเอง พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้กำหนดให้ชัดเจน แต่มีการเตรียมคนไว้แล้ว เมื่อมีความชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ส่วนโครงสร้างการพูดคุยเพื่อสันติสุข ก็ได้มีการปรับโครงสร้างแล้วได้มีการให้แนวทางมาแล้ว และจะมีการอนุมัติใน 1-2 วันนี้ และทางมาเลเซียที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก จะต้องหาบุคคลที่มีความเกี่ยวพันกันอย่างแท้จริงมาให้ครบถ้วน เพื่อให้การพูดคุยเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และขอยืนยันว่าการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีตามนะโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างแน่นอน แต่รายละเอียดเมื่อถึงเวลาจะเรียนให้ทราบ แต่ช่วงนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นทั้งการปฏิบัติในพื้นที่และระดับบน หากพูดไปอาจไม่เกิดผลดี แต่ขอให้มั่นใจว่าเราพยายามทุกทาง

“เรื่องพูดคุยสันติสุข มีการปฏิบัติแล้วดูกลุ่มดูอะไรต่างๆในพื้นที่ ระดับบนก็เช่นกัน ขอให้รับทราบและมั่นใจว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้ละเลย จะทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ ส่วนคณะพูดคุยนั้นขอให้มีความชัดเจนแล้วจะเรียนให้ทราบ ส่วนจำนวนนั้น เดิมกำหนดว่าแต่ละฝ่ายไม่เกิน 15 คน ของเราก็มีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องซึ่งได้มีการกำหนดตัวบุคคลไว้พอสมควรแล้ว ส่วนตนเองก็อยู่ในขณะอำนวยการระดับบน และยอมรับว่าการคุยภายในก็ยังคงมีอยู่” พล.อ.อุดมเดชกล่าว

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม