posttoday
ศก.สหรัฐฟื้นไม่จริงเอเชียทำใจเลิกหวังพึ่ง

ศก.สหรัฐฟื้นไม่จริงเอเชียทำใจเลิกหวังพึ่ง

03 กันยายน 2557

เบิกบานสำราญใจกันทั่วหน้า เมื่อรายงานจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐช่วงปลายเดือนที่แล้ว

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

เบิกบานสำราญใจกันทั่วหน้า เมื่อรายงานจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐช่วงปลายเดือนที่แล้ว พบว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐประจำไตรมาส 2 ปีนี้ ขยายตัวในอัตรารายปีเพิ่มขึ้นถึง 4.2% มากกว่าการคาดการณ์ที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าจะอยู่ที่ 4% และนับเป็นอัตราการขยายตัวที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2013

ขณะเดียวกัน แนวโน้มทางบวกของเศรษฐกิจสหรัฐยังมีเพิ่มขึ้น เมื่อรายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น สอดรับกับปริมาณตำแหน่งงานที่มีมากขึ้นในตลาดแรงงาน รวมถึงตัวเลขการว่างงานที่แม้จะลดลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็นับเป็นข่าวดีที่อัตราการว่างงานเริ่มเพิ่มขึ้นช้าลง

กระทั่ง อาจกล่าวได้ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในห้วงเวลานี้ น่าจะเป็นไปอย่างราบรื่นเรียบร้อยดีแน่นอน

ขณะเดียวกัน สัญญาณบวกข้างต้นยังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญและเหล่านักเศรษฐศาสตร์คาดหวังต่อไป ว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นดีจะผลักดันให้ผู้บริโภคในตลาดสหรัฐมีความต้องการบริโภคสินค้าและบริการมากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียสามารถฟื้นตัวขยายตัวเติบโตได้ดีเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จากหลายสำนักคงต้องทำใจรับกับความผิดหวังเสียแล้ว เพราะจนถึงขณะนี้ เริ่มมีสัญญาณหรือปัจจัยบ่งชี้ที่แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าการฟื้นตัวของสหรัฐ ตลอดจนโลกตะวันตกบางประเทศไม่ค่อยจะเอื้อประโยชน์และส่งผลดีต่อนานาประเทศในเอเชียแต่อย่างใด

ไทมูร์ เบก นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารดอยช์ แบงก์ แสดงความเห็นว่า ห้วงเวลานี้ความสัมพันธ์ระหว่างภาคการส่งออกของเอเชียกับปริมาณความต้องการบริโภคสินค้าภายในสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) กำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกันอย่างเห็นได้ชัด

ก่อนอื่นต้องเข้าใจเสียก่อนว่า ประวัติศาสตร์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ในแต่ละครั้งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อเศรษฐกิจของชาติพัฒนาแล้วฟื้นตัวจะมีผลช่วยหนุนให้การส่งออกของภูมิภาคเอเชียขยายตัวตามไปด้วย โดยรวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้และปริมาณการลงทุนภายในภูมิภาคเอเชีย

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่สามารถเข้าใจได้ว่า เมื่อนักวิเคราะห์และนักลงทุนเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวของชาติพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ จะเกิดความคาดหวังและคิดเหมารวมเสร็จสรรพว่าเศรษฐกิจของเอเชียก็น่าจะย่อมดีตามไปด้วย

ทว่า เบกและนักเศรษฐศาสตร์ส่วนหนึ่งแสดงความเห็นเตือนว่า อย่าเพิ่งมองโลกในแง่ดีจนเกินไป เนื่องจากเมื่อพิจารณาข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐควบคู่ไปกับรายงานเศรษฐกิจที่บ่งชี้การฟื้นตัวของสหรัฐ จะทำให้ตระหนักได้ว่า ข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นเพียงแค่เสี้ยวเล็กๆ เสี้ยวหนึ่งของความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของสหรัฐเท่านั้น ยืนยันได้จากยอดส่งออกของเอเชียที่มีปริมาณน้อยกว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นการส่งออกของเกาหลีใต้ หนึ่งในประเทศทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจของเอเชีย ปรับตัวลดลง 0.1% ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนับเป็นการปรับลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค. และยังสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งเชื่อว่าการส่งออกของเกาหลีใต้แห่งนี้น่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.2%

นักวิเคราะห์หลายสำนัก ระบุว่า ข้อมูลด้านการค้าของเกาหลีใต้ ในฐานะผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 7 ของโลก เป็นเสมือนมาตรวัดความแข็งแกร่งทนทานของความต้องการบริโภคสินค้าในตลาดทั่วโลกเบื้องต้น และตัวเลขที่รายงานออกได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ปริมาณความต้องการบริโภคสินค้าหรือบริการในชาติพัฒนาแล้วทั้งหลายไม่ค่อยจะขยับหรือกระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ภาคการส่งออกของเอเชียยังไร้แววสดใส เมื่อตัวเลขการส่งออกของอินโดนีเซีย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ดิ่งลงอย่างรุนแรงในเดือน ก.ค. ถึง 6% โดยเลวร้ายกว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ว่าการส่งออกของแดนอิเหนาแห่งนี้จะปรับตัวลดลงเพียง 2%

สำหรับหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ภาคการส่งออกของเอเชียไม่กระเตื้องขึ้น เป็นเพราะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเปราะบางอยู่ โดยมีปัจจัยหลักอยู่ที่ปัญหาความอ่อนแอในตลาดแรงงานสหรัฐ

“อัตราการว่างงานลดลงจริง แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงงานส่วนใหญ่ถอดใจที่จะหางาน อีกทั้งงานที่แรงงานได้ส่วนมากเป็นเพียงลูกจ้างสัญญาชั่วคราวมากขึ้น ความมั่นคงในงานจึงอยู่ในระดับต่ำมากกว่ามีงานประจำทำ แถมสถานการณ์ดังกล่าวยังมาพร้อมกับการที่ภาคธนาคารเพิ่มความเข้มงวดในการออกสินเชื่อ ทำให้นำไปสู่ความต้องการบริโภคที่ลดต่ำลง” เบก นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารดอยช์ แบงก์ กล่าว

พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ การที่แรงงานมีแต่งานชั่วคราวทำ ทำให้ขาดแหล่งรายได้ที่มั่นคง ขณะเดียวกันเมื่อการหวังกู้ยืมเงินจากธนาคารมาใช้ทำได้ยากขึ้น ผู้บริโภคในสหรัฐต้องจำกัดความต้องการบริโภคหรือใช้สินค้าและบริการของตนเองลงไปโดยปริยาย

เท่านั้นยังไม่พอ ยิ่งสถานการณ์ในตลาดแรงงานของยุโรปยังมีแนวโน้มรุนแรงเลวร้ายหนักกว่าสหรัฐ นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักก็ยิ่งหวาดหวั่นว่า การส่งออกของประเทศในเอเชียย่อมประสบปัญหาสะดุดหรือชะงักงันอย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจากปัญหาความเปราะบางในตลาดแรงงานที่ทำให้การฟื้นตัวของสหรัฐและโลกตะวันตกไม่ส่งผลดีใดๆ ต่อชาติในเอเชียแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยซึ่งถือเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียก็คือ การฟื้นตัวในภาคการผลิตของสหรัฐ

แน่นอนว่า ในมุมหนึ่งการฟื้นตัวในภาคการผลิตสหรัฐย่อมเป็นเรื่องดีสำหรับตัวสหรัฐเอง แต่หากมองในอีกมุมหนึ่ง ย่อมหมายความว่า สหรัฐจะสามารถผลิตสินค้าและบริการภายในประเทศของตนเอง ทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ หรือเรียกว่ามีการผลิตสินค้าทดแทนการนำเข้ามากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น การนำเข้าสินค้าสหรัฐยังมีแนวโน้มว่าจะลดลงไปอีก เมื่อต้นทุนการผลิตในประเทศมีแววจะลดต่ำลง เพราะ 1) ได้แรงหนุนจากนโยบายของรัฐบาลสหรัฐ และ 2) สหรัฐสามารถผลิตน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเป็นทรัพยากรพื้นฐานของภาคการผลิต ขึ้นมาใช้เองได้ภายในประเทศนั่นเอง

แม้ว่านักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งจะระบุว่า ลำพังเพียงแค่สองประเด็นข้างต้นอาจไม่ส่งผลกระทบคุกคามการส่งออกของภูมิภาคเอเชียในวงกว้าง แต่ทว่าสถานการณ์ดังกล่าวก็เพียงพอให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่ภาคการผลิตของสหรัฐจะเก็บกระเป๋ามุ่งหน้าสู่บ้านเกิด แทนที่การมุ่งผลิตนอกประเทศเหมือนช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

ยังไม่นับรวมปัจจัยที่มีผลต่อการฟื้นตัวชองเศรษฐกิจเอเชียโดยตรงอย่างการเพิ่มขึ้นของกฎระเบียบควบคุมทางการค้าที่หลายประเทศ โดยเฉพาะชาติพัฒนาแล้วงัดขึ้นมาใช้เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของตนเอง ซึ่งตามสถิติขององค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) เมื่อเดือน พ.ค.ปีนี้ พบว่านับตั้งแต่ปลายปี 2008 นานาประเทศทั่วโลกมีการเพิ่มมาตรการที่เป็นอุปสรรคทางการค้ามากถึง 1,185 ข้อ

หลุยส์ คูจิส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ชาวจีนจากอาร์บีเอส สังเกตเห็นว่าการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียในช่วงหลายเดือนนับจากนี้น่าจะสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนพอสมควร เนื่องจากไม่มีการพัฒนากฎระเบียบที่เอื้อต่อการค้าเท่าที่ควร

ทั้งนี้ ด้วยตลาดแรงงานสหรัฐที่ยังไม่ฟื้นตัวแกร่งพอจนกระทบต่อรายได้ของผู้บริโภคสหรัฐขาดความมั่นคง บวกกับแนวโน้มการขนภาคการผลิตกลับบ้านเกิดและกฎเกณฑ์การค้าที่มีแต่จะเพิ่มความเข้มงวดขึ้น การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชียที่ยังคงเน้นการส่งออกเป็นหลักจึงได้ข้อสรุปเพียงแค่การเผื่อใจรับกับความผิดหวังเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่