
บีบอสย.ทำสัญญาด่วนหวั่นเอกชนล้มซื้อยาง
บีบผู้อำนวยการ อ.ส.ย. เร่งให้ทำสัญญาซื้อขายยางในสัปดาห์นี้ เชื่อราคาดีดขึ้นไม่ต่ำ 60 บาท
บีบผู้อำนวยการ อ.ส.ย. เร่งให้ทำสัญญาซื้อขายยางในสัปดาห์นี้ เชื่อราคาดีดขึ้นไม่ต่ำ 60 บาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการ องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ได้เร่งรัดให้ผู้อำนวยการ อ.ส.ย. ไปเร่งรัดการทำสัญญาซื้อขายกับริษัทเทรดเดอร์ที่เสนอราคาซื้อยางโครงการรัฐ 2.1 แสนตันให้เร็วขึ้น เนื่องจากเห็นว่าน่าจะสามารถลงนามซื้อขายกันได้ภายในสัปดาห์นี้ แต่นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการ อ.ส.ย. กลับทำรายละเอียดข้อตกลงกับเอกชนไม่เสร็จ ทำให้กรรมการบางคนไม่พอใจ และขอให้นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะประธานกรรมการ มีคำสั่งเร่งรัดก่อนผู้ซื้อเปลี่ยนใจ เพราะราคาขึ้นลงไม่แน่นอน
“หากปล่อยให้ผู้อำนวยการ อ.ส.ย.มัวแต่รำ ประเดี๋ยวพ่อค้าเขาจะไม่เอา ของอย่างนี้ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ถ้าขายต้องมีระเบียบอะไรบ้าง แค่ใส่ชื่อบริษัทนั้น เพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งเป้าว่าหลังยางหมดสต๊อก ราคายางจะขยับขึ้นไปได้ถึง 60 บาท/กก. ก่อนสิ้นปีนี้” แหล่งข่าวระบุ
นายประสิทธิ์ หมีดเส็น รักษาการผู้อำนวยการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวว่า สกย.ได้ทำแผนการโค่นยางเก่าเพื่อปลูกยางใหม่หรือพืชอื่น โดยจากเดิมที่ตั้งเป้าการส่งเสริมการโค่นไว้ที่ 4 แสนไร่ เป็น 7 แสน1 ล้านไร่ ในเวลา 7 ปี เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 เป็นต้นไป ตามนโยบายของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้า คสช. ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่ต้องการให้มีการส่งเสริมการโค่นยางเก่าเพื่อลดปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาด ซึ่งเชื่อว่าจะลดผลผลิตได้ 2 แสนตัน/ปี







