สติคือทางออก เมื่อต้องเสี่ยงภัยกับแท็กซี่หื่น
ชีวิตของหญิงสาวในวัยทำงานที่เริ่มต้นสร้างอนาคตของตัวเอง เกือบต้องมาจบลงเพียงเพราะชายที่ได้ชื่อว่า “คนขับแท็กซี่”
โดย...ไซเรน
ชีวิตของหญิงสาวในวัยทำงานที่เริ่มต้นสร้างอนาคตของตัวเอง เกือบต้องมาจบลงเพียงเพราะชายที่ได้ชื่อว่า “คนขับแท็กซี่”
เมื่อความกำหนัดของคนขับรถแท็กซี่รายนี้ ที่อายุอานามก็วัยกลางคนพอที่จะระงับกิเลสตัณหาของตัวเองได้ แต่กลับเลือกใช้มุมมืดด้านอารมณ์ของตัวเอง หวังข่มขืนเหยื่อสาวที่บอบบางและไร้ทางสู้
มือซ้ายของคนขับพยายามเอื้อมมายังเบาะด้านหลังที่เธอนั่งอยู่ ป้วนเปี้ยนเพื่อให้ถูกของสงวน ขณะที่ปากก็แทะโลมด้วยวาจาลามกหยาบคาย
ขณะที่จิตใจและความรู้สึกเธอก็ประหวั่นพรั่นพรึง พอเห็นเค้าลางเป็นรูปร่างของภัยร้ายที่อาจจะมาเยือนเธอได้ในไม่ช้า และจริงดังว่า เมื่อแท็กซี่หื่นวัยกลางคนได้ออกนอกเส้นทางประจำที่เธอใช้สัญจร และกลับเป็นเส้นทางเปลี่ยว ปากของเขาก็อ้างว่าเป็นเส้นทางลัดไปถึงที่หมายได้ เวลาก็ค่ำคืนดึกดื่น ทุกอย่างภายนอกรถเธอพิจารณาแล้วว่าเงียบสงัด และหากเกิดเหตุขึ้นจริง เธอต้องเตรียมรับมือ และใช้สติที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อเอาตัวรอดออกจากสถานการณ์
และคำพูดที่ออกจากปากของแท็กซี่คนนี้ประมาณว่า “พี่ชอบน้อง ขอมีอะไรกับน้องหน่อยเถอะ พี่ขอดีๆ นะ อย่าให้ต้องรุนแรงเลย ไม่มีอะไรน่ากลัว”
จังหวะนั้นเอง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์เลขทะเบียนรถที่ติดอยู่ข้างเบาะที่นั่งส่งต่อไปยังญาติเธอทันที พร้อมระบุสั้นๆ ให้ช่วยเหลือด่วน ขณะที่สายตาก็พยายามจดจำรายละเอียดรูปพรรณของคนขับแท็กซี่หื่นกามรายนี้ให้มากที่สุด และสิ่งแวดล้อมภายนอกที่เธอกำลังจับตาเป็นพิเศษ
แต่ขณะที่ปากของเธอก็พยายามพูดโต้ตอบด้วยถ้อยวาจาที่ดีกับคนขับแท็กซี่ ลักษณะที่ว่าอย่าจอดที่ข้างทาง หากต้องการขอให้ไปโรงแรมเถอะ ด้วยเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงตามมา ขณะที่สมองของเธอกำลังหาทางรอดให้ร่างกาย คำว่าชักชวนจากปากของเธอเอง ไม่ใช่หวังตอบสนองตามที่แท็กซี่ร้องขอ แต่เพื่อยืดเวลาเหตุร้ายของตัวเองให้ขยับออกไป
แต่ทางเปลี่ยวของมิจฉาชีพร้าย ย่อมมีแสงสว่างจากดวงไฟเสมอ สายตาของเธอชั่วยามนั้น พยายามหาชุมชนที่ยังเคลื่อนไหว หรือร้านสะดวกซื้อ หากพบเห็นเธอจะตัดสินใจเปิดประตูรถกระโดดลงไปขอความช่วยเหลือทันที และจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อภัยร้ายจากแท็กซี่หื่นกามอย่างเด็ดขาด
และความหวังที่เธอวาดไว้ก็ปรากฏ เมื่อเธอเห็นร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งจอดอยู่ด้านขวามือในระยะราว 100 เมตร เมื่อขยับใกล้เข้าไปเรื่อยๆ ในความเร็วราว 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง เธอคิดว่าหากเธอตัดสินใจกระโดดออกไปยังมีทางรอด มือของเธอจับที่คันเปิดประตูไว้แล้ว เมื่อใกล้เข้าไปมากขึ้นจึงตัดสินใจเปิดประตูรถและผลักตัวเองออกไปจากแท็กซี่ทันที แม้จะเจ็บแต่เธอฝืนวิ่งต่อไปที่ร้านแห่งนั้น และเธอก็ทำสำเร็จและขอความช่วยเหลือ ขณะที่แท็กซี่คันดังกล่าวรีบขับออกไปทันที
ก่อนจะตั้งสติอีกครั้งเล่าเหตุการณ์ขอความช่วยเหลือจากพนักงานร้านสะดวกซื้อนั้น และรีบโทรหาญาติถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพบ เมื่อสงบลงแล้วญาติจึงพาเธอไปแจ้งความกับตำรวจที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ
เหตุการณ์นี้เธอเอาตัวรอดมาได้เพราะสติ ขณะที่สมองก็สอดส่องหาทางรอดให้กับตัวเอง หลายคนอาจจะนำวิธีของเธอไปปรับแต่งเตรียมใช้รองรับสถานการณ์ที่อาจจะเจอคนขับแท็กซี่ที่มากด้วยกามารมณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้
ภัยร้ายมาเยือนในสถานการณ์ที่ตัวช่วยแทบไม่มี สติเท่านั้นที่จะพาออกไปจากความร้ายแรงได้







