
ปฏิรูป
คำ “ปฏิรูป” เป็นคำมีแรงโน้มน้าวเป็นอย่างสูง หากไม่ถึงขั้นแทบจะทำให้คนรู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์
คำ “ปฏิรูป” เป็นคำมีแรงโน้มน้าวเป็นอย่างสูง หากไม่ถึงขั้นแทบจะทำให้คนรู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเราก็ได้เห็นกันแล้ว ใครชูธงดังกล่าวขึ้น เป็นต้องมีคนหันมามอง มีเสียงขานรับและตั้งหน้าตั้งตากันไปต่างๆ นานา ซึ่งการชูธงปฏิรูปที่ผ่านมาจะไม่ไปพูดถึงกัน เอาเฉพาะสิ่งที่ปรากฏแก่บ้านแก่เมืองเราในตอนนี้ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชูธงเรื่องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ซึ่งคำหลังนี้ “เลือกตั้ง” ก็เป็นคำที่มีแรงโน้มน้าวเป็นอย่างสูง หากไม่ถึงขั้นแทบจะทำให้คนรู้สึกว่าศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกันก็จะต้องมาดูกันว่า “ปฏิรูป” ในคราวเฉพาะหน้านี้เป็นอย่างไร
พิจารณาตามความเป็นจริงก็คงจะไม่สามารถรู้ได้ว่าปฏิรูปมาคราวนี้แล้วจะเป็นอย่างไร เอาเพียงแค่ว่าถ้าปฏิรูปหมายถึงผ่านการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็ยังไม่อาจจะรู้ได้ว่าจะเป็นอย่างไร ก็คงจะได้เพียงนำเอาสิ่งที่ปรากฏอยู่เป็นกรอบในเรื่องของการปฏิรูป และสภาปฏิรูปเท่าที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 (รธน. พ.ศ. 2557) มาวินิจฉัยกันดูว่าทิศทางหรือนัยแห่งการปฏิรูปจะเป็นไปอย่างไร
มาตราที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิรูปภายใต้ รธน. พ.ศ. 2557 นั้นคงจะหนีไม่พ้นมาตรา 31 เป็นหลัก ซึ่งอนุมาตราหนึ่งของมาตราดังกล่าวระบุให้ สปช.มีอำนาจหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ และจัดทําแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปด้านต่างๆ ตามมาตรา 27 เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การปฏิรูปตามมาตรา 27 ก็คือ การปฏิรูปการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน สังคม และอื่นๆ โดยการปฏิรูปนั้นก็เพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย มีระบบการเลือกตั้งที่สุจริตและเป็นธรรม มีกลไกป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มีประสิทธิภาพ ขจัดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทําให้กลไกของรัฐสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็ว และมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเป็นธรรม
ที่ต้องสังเกตกันในวันนี้ก็คือ ย้อนไปดูที่มาตรา 31 อนุมาตรา 1 ตอนท้าย ที่ให้ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำแนวทางและข้อเสนอแนะแล้วเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันนี้เมื่อมองในวันนี้เสมือนหนึ่งว่า คสช. คือกลไกการปฏิรูปที่แท้จริง แต่ทุกสิ่งที่เสมือนหนึ่งเป็นองคาพยพภายใต้ รธน. พ.ศ. 2557 นัยว่าเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญนั้น เป็นกลไกภายในของ คสช. หรือถ้าจะมองตามรัฐธรรมนูญก็อาจจะบอกว่าเป็นกลไกภายนอกของ คสช. แต่วลีหลักคือ “ของ คสช.”







