posttoday
เชื่อกม.ช่วยเจริญพันธุ์ทางออกแก้ปัญหาอุ้มบุญ

เชื่อกม.ช่วยเจริญพันธุ์ทางออกแก้ปัญหาอุ้มบุญ

19 สิงหาคม 2557

กรรมการสิทธิมนุษยชน เชื่อร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ เป็นทางออกแก้ปัญหาอุ้มบุญ

กรรมการสิทธิมนุษยชน เชื่อร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ เป็นทางออกแก้ปัญหาอุ้มบุญ

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. เวลา 09.30 น.ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้จัดเวทีสาธารณะเพื่อเสวนาเรื่อง “อุ้มบุญอย่างไร ไม่กระทบสิทธิ” โดยมีผู้ร่วมการเสวนา อาทิ น.พ.ประมวล วีรุตมเสน สูตินรีแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้ชำนาญการด้านสิทธิมนุษยชน เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กสม. และนายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผู้อำนวยการสำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กสม.

นายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผู้อำนวยการสำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กสม. กล่าวว่า ในเรื่องการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรืออุ้มบุญนั้น กสม.มีแนวคิดที่จะป้องกันปัญหานี้มาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว เพราะกฎหมายไทยยังไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะระบุว่าเด็กเกิดจากท้องใคร คนนั้นคือแม่โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ….ขึ้น เพื่อกำหนดสถานะความเป็นบิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ให้เหมาะสม และเพื่อให้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ เป็นการช่วยเหลือสามีภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่มีบุตรยาก

“คาดว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นฉบับแรกๆ ที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)จะพิจารณา หากกฎหมายนี้ได้ใช้ก่อนหน้านี้ 5 ปีจะไม่มีกรณีการอุ้มบุญในวันนี้เกิดขึ้นเลย เพราะในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดเรื่องการตั้งครรภ์แทน ว่าต้องมีเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ และต้องมีข้อตกลงระหว่างผู้ตั้งครรภ์แทนกับสามีภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นข้อตกลงเรื่องสิทธิของเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน และกฎหมายดังกล่าวยังระบุว่าผู้ให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ต้องเป็นหมอ และมีมาตรฐานกำหนดโดยแพทยสภาเห็นชอบ และยังกำหนดว่าห้ามเป็นการดำเนินการทางการค้า ห้ามมีคนกลางหรือนายหน้าเพื่อหาหญิงมาตั้งครรภ์แทน และห้ามโฆษณา ในการตั้งครรภ์แทน โดยกฎหมายดังกล่าวมีโทษหนักถึงขั้นจำคุก 10 และปรับหลายแสนบาท  ส่วนหมอที่ทำผิดกฎหมายก็จะถูกลงโทษตามหลักจริยธรรม”นายสมชายกล่าว

ขณะที่นายสรรพสิทธิ์ คุมพ์ประพันธ์ ผู้ชำนาญการด้านสิทธิมนุษยชน เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กสม. กล่าวเสริมว่า เชื่อว่ากฎหมายดังกล่าวจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์แทนในเชิงพาณิชย์ได้ 100% เพราะกฎหมายระบุให้แพทย์เป็นคนทำ และในประเทศไทยก็มีหมอไม่มากที่มีความรู้ความสามารถทำเรื่องนี้ได้ จึงไม่คิดว่าจะมีปัญหาเรื่องตลาดมืดในการรับตั้งครรภ์แทนกัน

อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวจะเป็นการกำหนดสถานะของคู่สามีภรรยา หญิงที่รับตั้งครรภ์ และเด็กที่เกิดมาให้มีความชัดเจนขึ้น ซึ่งถือว่าไม่เป็นการกระทบสิทธิในด้านลบของคนกลุ่มดังกล่าว และเน้นย้ำให้ใช้อาสาสมัครในการตั้งครรภ์แทน เพื่อไม่ให้มีการรับจ้างตั้งครรภ์เชิงพาณิชย์ โดยจะมีคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตาม พ.ร.บ.นี้ ตรวจสอบความสัมพันธ์ตรวจสอบระหว่างสามี ภรรยา และผู้ทำบุญ หากพิสูจน์ได้ว่าไม่รู้จักกันหรือมีการว่าจ้างมา ก็ไม่อนุญาตให้ดำเนินการได้ชาวต่างชาติสามารถมาทำอุ้มบุญได้ ส่วนการดำเนินการกับผู้กระทำผิดนั้น ก็สามารถนำกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับใช้ได้อยู่แล้ว โดยจะเน้นเอาผิดกับสถานพยาบาลที่ลักลอบทำอุ้มบุญ และนายหน้าหรือคนกลางในการหาหญิงมาตั้งครรภ์แทน สำหรับ แต่ต้องไม่ใช่การว่าจ้างเชิงพาณิชย์

ด้านนางสุชาดา ทวีสิทธิ์ อาจารย์ประจำสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า กฎหมายในหลายประเทศจะห้ามให้มีการอุ้มบุญเชิงพาณิชย์ อาทิ ญี่ปุ่น อังกฤษ สวีเดน ทำให้การอุ้มบุญเกิดในประเทศที่กำลังพัฒนาและด้อยพัฒนามากขึ้น โดยจะเกิดในประเทศที่มีช่องโหว่ของกฎหมาย หรือเกิดขึ้นแบบใต้ดินแทน ทั้งนี้นักสตรีสังคมในต่างประเทศก็มองการอุ้มบุญแตกต่างกัน โดยกลุ่มเสรีชนจะเห็นว่าหญิงมีสิทธิในตัวของเขาเองที่จะตั้งครรภ์ และหากรัฐเข้าไปแทรกแซงไม่ให้ผู้หญิงตั้งครรภ์แทนในเชิงพาณิชย์ก็จะถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของหญิงคนดังกล่าว

ขณะที่อีกกลุ่มกลับมองว่าการตั้งครรภ์แทนเป็นการมองว่ามดลูกผู้หญิงเป็นสินค้า ซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบ ดังนั้น ต้องพิจารณาว่ากฎหมายอุ้มบุญนี้ จะสามารถบังคับใช้ได้จริงหรือไม่ หรือเราควรออกกฎหมายที่คำนึงถึงสิทธิของหญิงที่รับตั้งครรภ์แทนด้วย ผู้หญิงบางคนเขาเลือกเข้าสู่การรับจ้างตั้งครรภ์ด้วยความจำเป็นด้านเศรษฐกิจต้องทำอย่างไร กฎหมายไม่ได้บอกเรื่องนี้ไว้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน