posttoday
ล็อกเป้าสปช.ทำปฏิรูปเสียของ

ล็อกเป้าสปช.ทำปฏิรูปเสียของ

19 สิงหาคม 2557

ก้าวเข้าสู่วันที่ 5 หลังการเปิดรับสมัครการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ก้าวเข้าสู่วันที่ 5 หลังการเปิดรับสมัครการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ท่ามกลางบรรยากาศเงียบเหงา นับจนถึงวานนี้ยังไม่มีสมาชิกสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช.เกินครึ่งของแต่ละด้าน ทั้งสิ้น 11 ด้าน

เฉพาะช่วงเช้าวันที่ 18 ส.ค. มีผู้มาสมัครเข้ารับสรรหาเพียง 46 คน เป็นผู้สมัครในนามนิติบุคคล 10 คน ผู้สมัครส่วนจังหวัด 36 คน รวมทั้งสิ้น 5 วัน (นับถึงช่วงเที่ยง) มีผู้สมัครทั้งสิ้น 311 คน

ร้อนถึง ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องออกมากระตุ้นให้องค์กรนิติบุคคลเร่งเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมเข้ามาโดยเร็ว เพราะเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 16 วัน พร้อมตั้งความหวังว่าสัปดาห์หน้าจะมีองค์กรนิติบุคคลทยอยเสนอรายชื่อมากขึ้น

ปัญหาอยู่ที่ “ต้นธาร” ของการคัดสรรบุคลากรไปนั่งทำหน้าที่ใน สปช. หากยังอยู่ในสภาพที่ไม่มีใครอยากมาทำหน้าที่ สปช.เสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ย่อมกระทบถึงตัวบุคคลที่จะมานั่งเก้าอี้ สปช. และผลสัมฤทธิ์การปฏิรูปนับจากนี้

ทั้งที่จริงแล้วตำแหน่ง สปช.นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งในกลไกสำคัญซึ่งจะต้องรับบทหนักเดินหน้ากระบวนการปฏิรูปในแต่ละด้านที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งผลสำเร็จจะมีมากน้อยแค่ไหนเบื้องต้นย่อมต้องขึ้นอยู่กับ สปช.

ทว่า ภาพลักษณ์ของ สปช.เวลานี้กำลังมีปัญหาอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ “ล็อกตัว” วางมือไม้ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาทำหน้าที่ ขัดแย้งกับกระบวนการสรรหาที่ดูเหมือนจะเปิดกว้างคัดสรรบุคคลจากแต่ละสาขาวิชาชีพและภูมิภาค

นั่นย่อมทำให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถและตั้งใจจริง ต้องคิดหนักหากจะตัดสินใจอาสาตัวเข้ามาปฏิรูปประเทศ ท่ามกลางกระแสข่าวเรื่องการล็อกตัว เพราะไม่ว่าจะมีผลงานโดดเด่นแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่อาจผ่านเข้ารอบสุดท้ายอยู่ดี

การกระโดดเข้ามาทำงานปฏิรูปจึงอาจถูกมองว่าเป็นการเปลืองตัว โดยเฉพาะกับบุคคลที่มีความรู้ความสามารถสั่งสมต้นทุนมาทั้งชีวิต ย่อมสุ่มเสี่ยงถูกครหาใกล้ชิดเผด็จการ

ภาพการล็อกตัว สปช.เริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อ พีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุว่า ได้รับแจ้งถึงความไม่เหมาะสมในกระบวนการสรรหา สปช. ในบางจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำหนดตัวบุคคลที่จะเป็นสมาชิก สปช.ในนามตัวแทนจังหวัดแล้ว ทั้งที่ในจังหวัดนั้นๆ มีประชาชนอยากเป็นสมาชิก สปช.จำนวนมากกลับไม่มีคัดเลือกให้ถูกต้อง

“ปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมทำให้ตัวแทนของจังหวัดจะกลายเป็นตัวแทนของผู้ว่าราชการจังหวัด และน่าเป็นห่วงหากการสรรหาเป็นแบบนี้จะทำให้การปฏิรูปไม่สามารถสะท้อนความเห็นที่เป็นข้อเท็จจริงได้จากท้องถิ่น”

ไม่เพียงแค่กลไกการสรรหา ทั้งฝั่งคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน หรือคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด ที่ถูกมองมีปัญหาถึงการล็อกคน

เมื่ออำนาจชี้ขาดสุดท้ายยังอยู่ที่ คสช. ดังนั้นจึงยิ่งตอกย้ำข้อครหาเรื่องการล็อกคนมากยิ่งขึ้น ยิ่งภาพการเคาะเลือกตัวบุคคลมาทำหน้าที่ สนช.ที่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงกลุ่มบุคคลที่กระจุกตัวอยู่ในกองทัพมากกว่าสาขาวิชาชีพอื่นๆ มาแล้วรอบหนึ่ง

รอบนี้เลือก สปช.ไม่ว่าจะพยายามทำกลไกคัดเลือกบุคคลให้หลากหลายมากแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายก็ยังชี้ขาดที่ คสช.ไม่ใช่ปล่อยให้กลไกการสรรหาคัดเลือกกันเอง

อีกประการหนึ่งที่ทำให้ สปช.ไม่เป็นที่สนอกสนใจของหลายต่อหลายคนเพราะภาพความขัดแย้งในอดีตที่บานปลายไปสู่ความรุนแรงเรื้อรังมายาวนาน ผลักดันให้หลายฝ่ายถูกตีตราเป็นจำเลยสร้างความแตกแยกในสังคม

จำเป็นต้องเฟดตัวเองออกไปจากการมีส่วนร่วมของ สปช.ที่จะเป็นกลไกสำหรับปฏิรูปประเทศ ที่ไม่ต้องการให้คนที่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งพรรคการเมืองไปจนถึงองค์กรอิสระ

ท่ามกลางความเห็นที่มีมุมมองแตกต่างกันว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรจะเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปอย่างเต็มตัว หรือควรจะเป็นเพียงแค่คนให้ข้อมูลเสนอแนะอยู่รอบนอกเท่านั้น เพราะสัญญาณกกต.ขณะนี้ยืนยันเตรียมส่งคนเข้าร่วมเป็น สปช. เพื่อเข้าไปเสนอแก้ไขและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ กกต.ป้องกันปัญหาและอุปสรรควุ่นวายซ้ำรอยเดิม

จากนี้จนถึงวันที่ 2 ก.ย. ครบกำหนดวันสุดท้ายของการเปิดรับสมัครจึงจะต้องดูว่า กกต.ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสรรหา สปช. จะสามารถปลุกกระแสให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถอาสาตัวเข้ามาเป็น สปช.ได้มากน้อยแค่ไหน

หากยังไม่อาจดึงให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับเข้ามาทำงานในสภาปฏิรูปได้ ย่อมส่งผลให้ สปช.ที่จะเกิดขึ้นไม่เป็นที่ยอมรับ และสุดท้ายผลของการปฏิรูปที่จะเกิดขึ้นก็จะไม่ได้รับการยอมรับตามมาและเสียของในที่สุด

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี